พืชทำเงิน
รศ.ดร. บุญเสฐียร บุญสูง อาจารย์ประจำภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงความสำเร็จในการค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวหายาก ชนิดใหม่ของโลก Paegniodes sapanensis ซึ่งเป็นชนิดที่หายาก พบได้น้อย ทั่วโลกพบเพียง 2 ชนิด และพบเฉพาะเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น คือ จีน ฮ่องกง ทิเบต 1 ชนิด เวียดนาม 1 ชนิด (พบเมื่อ ค.ศ. 2004) สำหรับประเทศไทย การค้นพบแมลงชีปะขาวหายาก ชนิดใหม่ของโลกครั้งนี้ พบเป็นครั้งแรก และเป็นชนิดที่ 3 ของสกุล Paegniodes ซึ่งพบได้ที่ลำธารน้ำตกสะปัน อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เท่านั้น คณะวิจัยที่ร่วมกันค้นพบ ได้แก่ รศ.ดร. บุญเสฐียร บุญสูง อาจารย์ประจำภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้ร่วมวิจัย ประกอบด้วย ดร. ชลกรานต์ อวยจินดา อาจารย์ประจำสาขาวิชาชีววิทยาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม Dr. Michel Sartori สังกัด Museum of Zoology (MZL) เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส และนายณัฐกันต์ ขันยม นิสิตระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับที่มาของการค้นพบครั้งนี้ เป็น
นางศรีนวล แก้ววัน ผู้ทำอาชีพเพาะถั่วงอกแบบโบราณ ได้บอกถึงขั้นตอนการเพาะถั่วงอกในโอ่งแบบโบราณให้ได้ผลผลิตดีว่า ขั้นตอนแรกนั้น ต้องไปหาเลือกซื้อโอ่ง ขนาดความสูง 1.5 ฟุต กว้าง 1 ฟุต แล้วนำมาเจาะรู้ขนาดนิ้วก้อย 2 รู ที่ตูดโอ่ง เพื่อให้น้ำสามารถซึมออกได้ ขั้นตอนที่ 2 ให้ซื้อเมล็ดถั่วเขียว คัดเกรด A ในปัจจุบัน ราคากิโลกรัมละ 60 บาท แล้วนำเมล็ดถั่วเขียวนั้น มาแช่ไว้ในกะละมัง ประมาณ 5 ชั่วโมง ก่อน ขั้นตอนที่ 3 นำเมล็ดถั่วเขียวที่แช่น้ำไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว มาใส่ไว้ในโอ่ง ประมาณโอ่งละ 2 กิโลกรัม แล้วคลุมด้วยกระสอบทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้รากงอกออก ขั้นตอนที่ 4 ให้เอาใบสะแกสด มาคลุมไว้ด้านบนเมล็ดถั่วเขียว แล้วเอาไม้ไผ่ขัดไว้ด้านบน ขั้นตอนที่ 5 หมั่นรดน้ำใส่ในโอ่ง วันละ 4 เวลา ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 วัน ขั้นตอนที่ 6 ดึงไม้ไผ่ที่ขัดไว้ออก แล้วเปิดเอาใบสะแกออกด้วย ซึ่งก็จะได้ถั่วงอกที่มีความขาว อวบ พร้อมที่จะเก็บไปขายได้ทันที ส่วนขั้นตอนการคัดเอาเปลือกถั่วเขียวออกจากถั่วงอกนั้น ก็จะใช้พัดลมขนาดใหญ่เป่า แล้วนำผ้ามุ้งมาปู และนำถั่วงอกมาใส่กระด้งเพื่อร่อนให้เปลือกถั่วเขียวปลิวออกจากถั่วงอก พอคัดได้ถั่วงอก
ตั้งแต่เริ่มมีการปลดล็อกไม้หวงห้าม ทำให้ช่วง 1-2 ปีหลังมานี้ มีเกษตรกรหลายท่านหันมาให้ความสนใจในการที่จะเริ่มต้นปลูกไม้ป่าไว้ในพื้นที่ตามกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไป บางคนปลูกเพื่อให้เกิดระบบนิเวศ บางคนปลูกไว้สร้างรายได้ในอนาคต เพราะไม้ป่าเหล่านี้มีมูลค่าที่สูง ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีประโยชน์ที่พ่วงมาจากการปลูกไม้ป่าที่หลายท่านนึกไม่ถึงคือการคำนวณคาร์บอนเครดิต เพื่อนำไปแลกซื้อขายสร้างรายได้โดยที่ไม่ต้องตัดต้นไม้ทิ้งสักต้น คุณปรีชา หงอกสิมมา หรือ พี่แขก เกษตรกรนักคิดนักพัฒนา เจ้าของ วนพรรณ ออร์แกนิค การ์เด้น บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ผู้น้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในกิจการงานเกษตรได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแบบอย่างสร้างแนวคิดให้กับเกษตรกรได้อีกหลายๆ ท่าน พี่แขก เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ตนเองเรียนจบสาขาวิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นได้ประกอบอาชีพเป็นนักฝึกอบรมโครงการส่วนพระองค์ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยทำหน้าที่เป็นวิทยากรฝึกอบรมให้เกษตรกรที่สนใจแนวพระราชดำริ ได้
การเพาะเห็ดฟางในตะกร้าพลาสติก เป็นอีกวิธีในการเพาะเห็ดฟางสำหรับผู้สนใจเริ่มต้นทำเพื่อไว้บริโภคเองในครัวเรือน ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว สำหรับวัสดุและอุปกรณ์เพาะเห็ดฟาง 1.ฟาง (ทุกชนิด) แห้งสนิทไม่เปียกฝนมาก่อน 2.อาหารเสริม เช่น ผักตบชวาสด หรือแห้ง เปลือกถั่วต่างๆ ผักบุ้ง มูลวัว/ควายแห้ง รำ เศษฝ้าย ไส้นุ่น ก้อนเชื้อนางรม/นางฟ้าเก่าก็ใช้ได้ 3.อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ ตะกร้าพลาสติก ถ้าใหม่ก็สามารถนำมาเพาะเห็ดได้เลยหรือถ้าเป็นตะกร้าที่เคยเพาะเห็ดมาแล้วควรทำความสะอาดและตากให้แห้ง 4.บัวรดน้ำ เชื้อเห็ดฟาง วิธีทำ 1.ฟางแช่น้ำค้าง 1 คืน 2.หัวเชื้อ 1 ก้อน แบ่งเป็น 3 กอง จะเพาะได้ 3 ตะกร้า 3.ฟางอัดลงก้นตะกร้ากดให้แน่น สูง 1 ฝ่ามือ 4.อาหารเสริมต่างๆ แช่น้ำพอชื้น โรยชิดขอบตะกร้า 5.ตามด้วยโรยเชื้อเห็ดฟาง 1 ส่วน ทับบนอาหารเสริม เสร็จชั้นที่ 1 ทำชั้นที่ 2 และ 3 เหมือนชั้นที่ 1 6.ชั้นบนสุด โรยอาหารเสริมเต็มหน้าตะกร้า โรยเชื้อให้ทั่ว กลบด้วยอาหารเสริมอีกครั้ง 7.นำไปตั้งไว้บนพื้นดิน ใต้ร่มไม้หรือร่มสนิท ซ้อนตะกร้า เป็นรูปสามเหลี่ยม แนวยาว 1 แถว หรือ 2 แถว 8.รดน้ำที่พื้นดินให้เปียกแฉะ จะไ
การปลูกผักไว้รับประทานเองภายในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แม้ในบริเวณบ้านมีพื้นที่ไม่มาก หรือไม่มีพื้นที่ที่เป็นดินเลย ก็สามารถทำได้ด้วยการปลูกในภาชนะต่างๆ เนื่องจากส่วนใหญ่ผักจะมีอายุสั้น มีระบบรากตื้น หากดินที่ปลูกผักมีความอุดมสมบูรณ์ดีพอสมควร บริเวณที่ปลูกผักได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง/วัน มีเมล็ดพันธุ์ หรือกิ่งพันธุ์พืชที่ดี และมีการรดน้ำผักอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้ก็สามารถมีผักสวนครัวไว้รับประทานเองได้แล้ว หรือถ้าปลูกในพื้นที่ที่มากสักหน่อยก็เพียงพอที่จะขายได้ คุณยุพิน ศรีคำ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา และสามีช่วยกันปลูกพืชผักสวนครัวปลอดภัยบริเวณข้างบ้าน บนเนื้อที่ประมาณ 1 งานเศษ มานานกว่า 20 ปี จากปลูกรับประทานในครอบครัวเหลือก็ขาย ในปัจจุบันได้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ครอบครัว เดือนละ 12,000-15,000 บาท คุณยุพิน กล่าวว่า เนื่องจากกระแสการรักสุขภาพของประชาชนทั่วไปกันอย่างมากในปัจจุบัน ส่งผลให้การประกอบอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมี กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เสริมเป็นอย่างดี ซึ่งตั้งแต่ ปี 2538 เป็นต้นมา ตนกับสามีได้ช่วยกันพัฒ
ความเปรี้ยวที่เป็นจุดเด่นของมะขามถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ นานา ทั้งด้านการปรุงอาหาร เป็นยาสมุนไพร เป็นเครื่องดื่ม หรือล่าสุดได้รับความนิยมมากในวงการความงาม ด้วยเหตุนี้มะขามเปรี้ยวจึงถูกมองว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ซุ่มเงียบอีกชนิดที่มีความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก มะขามเปรี้ยว จัดเป็นไม้พื้นถิ่นที่เกิดและเติบโตได้ในทุกสถานที่ เจริญเติบโตได้เกือบทุกสภาพดิน เป็นไม้ผลที่ขึ้นง่ายไม่ต้องดูแลมาก มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เนื้อไม้แข็งแรงจนมีการนำมาใช้ทำเป็นเขียง ฉะนั้น ไม่ว่าภูมิภาคใดของประเทศก็สามารถปลูกมะขามเปรี้ยวได้ จึงทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกมะขามเปรี้ยวกันเพิ่มขึ้น ส่วนพันธุ์มะขามเปรี้ยวเดิมๆ ที่คุ้นเคยกัน มี 2 ชนิด ได้แก่ มะขามขี้แมว ที่มีเปลือกค่อนข้างหนา เมล็ดมีขนาดใหญ่ ทรงกลม เนื้อผลมีน้อย มีปริมาณเนื้อประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ จากทั้งฝัก ซึ่งพันธุ์นี้พบมากในภาคอีสาน กับอีกชนิด มะขามกระดาน เป็นพันธุ์ที่พบมากในภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีเนื้อหนาและมาก มีปริมาณเนื้อประมาณ 40-45 เปอร์เซ็นต์ จากฝักทั้งหมด ดังนั้น ในปัจจุบันมะขามเปรี้ยวพันธุ์นี้จึงได้รับความนิยมปลูกกัน
“ฤดูร้อน” ของเมืองไทย เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการชมดอกไม้งามหลากหลายสี ที่คนชอบถ่ายภาพห้ามพลาดเลยทีเดียว โดยเฉพาะสีเหลืองสดใสของดอกราชพฤกษ์หรือต้นคูน ที่ให้ความรู้สึกร่าเริงมีชีวิตชีวา สีชมพูแสนหวานของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ให้ความรู้สึกถึงความอ่อนโยนละมุนละไม ส่วนสีขาวบริสุทธิ์ของดอกเสี้ยว ให้ความรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ เรียบง่าย ขณะที่สีม่วงของดอกตะแบก กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และความอิสระได้เป็นอย่างดี วันหยุดคือวันพักผ่อนอันสวยงามของทุกคน หากยังไม่รู้จะเที่ยวที่ไหน ขอแนะนำให้แวะเข้ามาเที่ยวชมเส้นทางพรรณไม้ตระการตา เติมความสดใสในช่วงฤดูร้อนได้ที่ สวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก สวนนงนุชพัทยา ใช้เวลาในการเดินทางห่างจาก กทม. เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น เดินทางสะดวก สบาย สวนนงนุชพัทยาสามารถเที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย สุขใจทั้งครอบครัวได้อย่างแน่นอน โปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์ ส่วนเด็กเล็กความสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร เข้าชมฟรีได้ทุกวัน นงนุชสวนนานาพรรณ สวนนงนุชพัทยา แจกความสดชื่นให้นักท่องเที่ยว ด้วยทุ่งดอกไม้หลากสีสัน ที่ นงนุชสวนนานาพรรณ ซึ่งเป็นสวนสวยที่รวบรวมพันธุ์
รสเปรี้ยวเป็นรสหนึ่งในอาหารไทยที่นิยมกินกัน รสเปรี้ยวในอาหารไทยได้จากพืชหลายอย่าง เช่น ต้องการความเปรี้ยวในหลนปู ต้องใช้มะดัน ต้องการความเปรี้ยวในต้มโคล้ง ต้องใช้มะขามเปียก ต้องการความเปรี้ยวในแกงเหลืองก็ต้องใช้ส้มแขก และมีของเปรี้ยวอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้แทนกันได้ เช่น ตะลิงปลิง ระกำ ส้มจี๊ด และมะนาว แต่มะนาวเป็นของเปรี้ยวที่มักจะนิยมใช้กันในทุกภาค ในอาหารภาคกลางนิยมใช้มากที่สุด เพราะหาซื้อได้ง่ายเลยใช้กันจนเคยชิน พอในช่วงหน้าแล้งมะนาวราคาแพงจึงเป็นเดือดเป็นร้อนกันทั่ว ทั้งๆ ที่มีของเปรี้ยวอย่างอื่นอีกที่ใช้แทนกันได้ ต้มยำกับน้ำพริกในอาหารไทยขาดความเปรี้ยวไม่ได้ มะนาวถือเป็นสิ่งที่นิยมใช้กัน ส่วนในต่างจังหวัดความเปรี้ยวมีให้เลือกกันได้หลายอย่าง จากการไปทำข่าวเรื่องเกษตรตลอดหลายปีที่ผ่านมาพบว่า คนทำเกษตรที่มาจากมนุษย์เงินเดือน ส่วนใหญ่ 9 ใน 10 ไม่จบทางด้านการเกษตร เช่นกันกับ คุณสมสิทธิ์ จิรธรรมานุวัตร หรือ คุณทาโร่ แห่งสวนมะนาวแป้นหริภุญชัย ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เดิมทำอาชีพทางด้านอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากจบการศึกษามาด้านนี้ตั้งแต่สมัยปี 2538 ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมดัง หรือใ
คุณชชธร โพธิญาณ เกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของ ล้อมรักฟาร์ม บ้านเลขที่ 88 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ปลูกผักสลัดอินทรีย์ส่งขายในกรุงเทพฯ และตัวจังหวัดพะเยา สร้างรายได้งาม คุณชชธร โพธิญาณ หรือ น้องชชธร เล่าให้ฟังว่า เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม (ชคว.) เนื่องจากบ้านอยู่ติดกับอำเภอเชียงคำ จากนั้นศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สาขาวิชาภาษาจีน เมื่อจบมาแล้วได้มาเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม สอนวิชาภาษาจีน ตามที่ได้ร่ำเรียนมา จากนั้นได้ลาออกมา…ตั้งเป้าหมายว่าจะไปทำงานต่างประเทศ เมื่อทางบ้านสอบถามว่าจะไปทำงานอะไรในต่างประเทศ ก็ตอบว่าทำงานรับจ้าง หรืองานทางด้านเกษตร ทางบ้านเมื่อได้ยินคำตอบ ด้วยความที่ไม่อยากให้ไปอยู่ไกลบ้าน จึงบอกว่าถ้าจะทำงานทางด้านการเกษตร ไม่ต้องไปต่างประเทศ จะซื้อที่ให้ทำการเกษตรที่บ้าน เมื่อซื้อที่ดินก็เริ่มด้วยการทำนา แต่การทำนานั้นจะทำครั้งเดียวใน 1 ปี ทำให้มีเวลาว่าง จึงคิดหางานเกษตรด้านอื่นทำไปด้วย ด้วยความที่ตนเองชอบรับประทานผัก ก็เลยปลูกผักเพื่อรับประทานเองและขาย เนื่องจากหลายคนในครอบครัวไม่สบาย มีอาการเจ็บป่วย ซึ่งตน
เจ้าภาพการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนของไทยอยู่ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเริ่มปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 มี ดร. ทรงพล สมศรี เป็นหัวหน้าโครงการ และผ่านการรับรองพันธุ์จากคณะกรรมการรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จำนวน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์จันทบุรี 1 จันทบุรี 2 และ จันทบุรี 3 พันธุ์จันทบุรี 1 เป็นลูกผสมระหว่างต้นพ่อหมอนทอง กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์มีทรงพุ่ม รูปฉัตรโปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 8.80 เมตร ผลมมีขนาดปานกลาง น้ำหนักอยู่ระหว่าง 2.65-3.61 กิโลกรัม ต่อผล ก้านของผลยาว 7.10-11.60 เซนติเมตร ทรงผลค่อนข้างกลม ฟู นูนขึ้นเล็กน้อย ร่องพูไม่ลึก หนามเล็ก ถี่ และสั้น เนื้อหนา 0.89 เซนติเมตร สีเหลือง รสชาติหวานมัน เนื้อค่อนข้างละเอียด กลิ่นหอมอ่อน หลังจากปลิงหลุดแล้วเนื้อไม่เละ พันธุ์จันทบุรี 2 เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างต้นพ่อพวงมณี กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์ ทรงต้นมีพุ่มเป็นรูปฉัตร โปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 10.50 เมตร เมื่ออายุ 10 ปี ผลมีขนาดค่อนข้างเล็ก น้ำหนักอยู่ระหว่าง 1.50-2
