พืชทำเงิน
เกษตรกรจะประสบความสำเร็จในการผลิตฟักทองให้ได้คุณภาพ จึงต้องศึกษาถึงลักษณะนิสัยของพืชชนิดนี้ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม การเตรียมดินก่อนปลูก การให้น้ำ-ปุ๋ย ตลอดจนปัญหาของโรค-แมลงศัตรู เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันกำจัดและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ฟักทองสายพันธุ์ใหม่ พันธุ์ “สวนคุณลี” มีลักษณะเด่นตรงที่ผลมีขนาดสม่ำเสมอ ขนาดผลมีน้ำหนัก 2.5-3.5 กิโลกรัม (ไว้ผล 3-5 ผล ต่อเถา ซึ่งถ้าไว้ผลมากกว่านี้ ขนาดผลก็จะเล็กลง หรือตรงกันข้าม ถ้าไว้ผลจำนวนน้อย ขนาดและน้ำหนักผลก็จะมากกว่านี้ นั่นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดในแต่ละพื้นที่) เนื้อหนามาก เนื้อเหนียว รสชาติหวานทานอร่อย ผิวขรุขระ หรือเรียกผิวคางคก อายุการเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลูกจนเก็บผลขายได้ ประมาณ 65-70 วัน หรือหลังจากที่ออกดอกติดผลอ่อน นับไปอีก 35-45 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ แล้วที่สำคัญ ฟักทองพันธุ์ “สวนคุณลี” สายพันธุ์ผสมเปิด คือไม่ใช่ฟักทองลูกผสมแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อเกษตรกร หรือท่านที่นำไปปลูกแล้ว ปล่อยผลให้แก่จัด หรือหลังจากที่ฟักทองติดผลอ่อนนับไปราวๆ 35-45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยว หรือขายผลได้ แต่ถ้าต้อง
นอกเหนือจากการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรที่ยากไร้ 2.9 ล้านราย รวม 3.7 ล้านแปลง คิดเป็นพื้นที่ 36.2 ล้านไร่ อีกทั้งยังจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558-2562 จำนวน 74 พื้นที่ 17 จังหวัด เนื้อที่ 74,679.85 ไร่ อีกหนึ่งการทำงานที่ ส.ป.ก.ได้ดำเนินการควบคู่ไปด้วย คือ การพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเน้นให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งโครงการส่งเสริมและสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ ทั้งในและนอกภาคการเกษตร ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ส.ป.ก.ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งการทำงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพของเกษตรกร นำมาซึ่งการอยู่ดีกินดี กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นการดำเนินการของส.ป.ก.ที่มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยน้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ทำกิน เน้นการจัดการที่ดินและน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามความเ
มะเยาหิน เป็นพืชในมุมมองใหม่ของพืชที่ให้พลังงานทดแทน นอกเหนือจากสบู่ดำและปาล์มน้ำมัน ผศ.ดร. ณัฐวุฒิ ดุษฎี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้ข้อมูลว่ามีพืชน้ำมันชนิดหนึ่งที่มีการนำเข้ามาจากทางเหนือของประเทศลาว เรียกว่า “มะเยาหิน” มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า china wood oil หรือ kalo Nut tree จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า พืชชนิดนี้มีปลูกกันพอสมควรในลาว มีผลผลิตปีละ 200-300 ตัน โดยส่งออกไปจำหน่ายที่ประเทศเวียดนาม จากการนำตัวอย่างน้ำมันที่ได้ส่งไปวิเคราะห์คุณสมบัติทางเชื้อเพลิงที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) พบว่า ค่าความร้อนใกล้เคียงกับสบู่ดำและปาล์มน้ำมัน คณะวิจัยได้นำเข้ามะเยาหินมาปลูกในประเทศไทย ในปี 2551 ด้วยความร่วมมือของศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสหกรณ์พืชพลังงานทดแทน ประมาณ 100 ไร่ และปลูกกระจายในภาคเหนือไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ ปัจจุบันแปลงที่มีอายุสูงที่สุดประมาณ 2-3 ปี และให้เริ่มให้ผลผลิตในปีแรกแล้ว จากการสำรวจผลผลิตในประเทศลาวพบว่า ให้ผลผลิตสูงประมาณ 800-1,200 กิโลกรัมต่อไร่ นอกจากนี้ยังพบอีกว่า พืชชนิดนี้ นอกจากเมล็ดจะนำมาหี
คุณทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยหลังการสัมมนาเชิงปฏิบัติการบูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565-2570 ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันผลไม้ไทยนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 45,613 ล้านบาท ซึ่งภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผลไม้เศรษฐกิจหลัก 7 ชนิด ได้แก่ มะม่วง ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย และลิ้นจี่ เพื่อผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) จัดการสัมมนาดังกล่าวขึ้น เพื่อรับฟังความคิดเห็นรอบด้านจากทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565-2570 หรือยุทธศาสตร์การพัฒนาผลไม้ไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2565-2570) ให้ครอบคลุมสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่การจัดการผลิตและผลิตไม้ผลคุณภาพสู่ผู้บร
กระแสดังจากโลกโซเชียลมีเดีย คงหนีไม่พ้นกับกระแส การโพสต์ท่ากับต้นไม้ของเหล่าบรรดาดารา ส่งผลให้ราคาของต้นไม้ชนิดนั้นมีราคาที่สูงขึ้น และวงการต้นไม้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยกระแสดังกล่าว อาจารย์พิศาล ตันสิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืชและภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.ธัญบุรี) มีเคล็ดลับในการเลือกและการดูแลต้นไม้ มาตกแต่งในสไตล์มินิมอล อาจารย์พิศาล บอกว่า สำหรับต้นไม้สไตล์มินิมอล คือการวางตกแต่งต้นไม้ภายในบ้าน โดยที่ต่างประเทศมีมานานแล้ว สำหรับประเทศไทย ด้วยพฤติกรรมช่วงโควิด-19 คนอยู่บ้าน มีการ Work From Home และถูกกระตุ้นด้วยกระแสโซเชียลมีเดีย คนไทยจึงนิยมนำต้นไม้มาตกแต่งภายในบ้าน ประกอบกับ ในงานเชิงวิจัยต้นไม้พวกนี้ ช่วยฟอกอากาศ เพิ่มโอโซนในบรรยากาศ ลดความแข็งของตัวอาคาร นอกจากนี้ ยังโดดเด่น ในเรื่องของรูปทรง ฟอร์มสวย ความเขียวทำให้ดูซอฟต์ เมื่อนำมาใส่กระถางจึงเหมือนการตกแต่งภายในบ้านไปในตัว โดยเมื่อก่อนราคาเพียงต้นละ 300 บาท เมื่อดารานำมาถือมาโพสต์ทำให้ราคาขึ้นเป็น 500-10,000 บาท สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและวงการต้นไม้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ต้น
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (berry) เป็นผลไม้ลูกเล็กๆ สีสันสดใส มีรสเปรี้ยวหรือหวาน เช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ ฯลฯ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีคุณค่ามากมาย ยังอุดมไปด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จนหลายคนเชื่อว่า “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” เป็นยาอายุวัฒนะจากธรรมชาติกันเลยทีเดียว เมืองไทยก็มีผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เช่นกัน โดยเบอร์รี่สายพันธุ์ไทยที่รู้จักกันดี ได้แก่ ลูกหว้า มะเกี๋ยง มะเม่า มะขามป้อม ลูกหม่อน มะยม เชอร์รี่ไทย โทงเทงฝรั่ง ตะขบ เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดสามารถพบได้ในแต่ละภาคของประเทศ “ลูกหม่อน” หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “มัลเบอร์รี่” เป็นหนึ่งในไม้ผลทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ เพราะมัลเบอร์รี่ มีสารพฤกษเคมี ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กลุ่มแทนนิน ฟลาโวนอยด์ เทอร์ปีน แอนโทไซยานิน ซึ่งช่วยให้ภูมิร่างกายแข็งแรง ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อไวรัส ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง ป้องกันความเสื่อมของร่างกาย มีใยอาหาร (ไฟเบอร์) ที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น มีวิตามินสูง เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบีรวม และมีแร่ธาตุที่สำค
ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา เป็นหน่วยงานในสังกัดกองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 5,000 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นศูนย์เกษตรกรรมทฤษฎีใหม่ของกองทัพเรือ ปัจจุบันดำเนินการปลูกพืช ปลูกข้าว เมล่อน เลี้ยงไก่ไข่ ฯลฯ และเป็นศูนย์ศึกษาเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ชื่อว่าศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือโยทะกา ในยามที่ศัตรูรุกล้ำอธิปไตย เหล่าทหารต้องจับอาวุธสู้เพื่อปกป้องอธิปไตย แต่ในยามประเทศชาติสงบ ทหารบางหน่วยหันมาผลิตเสบียงเพื่อป้อนกำลังพลอีกด้วยการทำนา ทำไร่ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำประมง เป็นต้น โดยกองทัพเรือ มีศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือ 3 แห่ง กระจายใน 3 ภูมิภาค ผลิตพืชผลทางการเกษตร เพื่อจำหน่ายในราคาสวัสดิการให้แก่ทหารและครอบครัว ทั้งข้าราชการและลูกจ้างในกองทัพเรือ ที่สำคัญยังเป็นหน่วยงานที่คอยให้คำแนะนำและส่งเสริมอาชีพด้านเกษตรให้แก่ทหารกองประจำการโดยตรงอีกด้วย เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้หลังจากที่ปลดประจำการ ในส่วนของศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา ที่ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเ
แถบตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีงานเกษตรหลากหลาย ตั้งแต่พืชไร่ พืชสวน รวมถึงปศุสัตว์ การผลิตทำคล้ายๆ กัน แต่มีกิจกรรมของเกษตรกรรายหนึ่ง ที่ดูแตกต่างจากคนอื่น คือ แปลงปลูกไผ่ซางหม่น ของ คุณอุดร สังข์วรรณะ อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี 72180 เขาไม่ได้ปลูกไร่สองไร่ แต่ปลูกมากถึง 100 ไร่ จำนวน 1 หมื่นกอ ซางหม่น ดีอย่างไร คุณอุดร สังข์วรรณะ เรียนจบมาทางสายเกษตร คือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี ปริญญาตรี มทร. ตะวันออก วิทยาเขตบางพระ เขามีประสบการณ์มากมายจากภาคตะวันออก สามารถเลือกทำกิจกรรมการเกษตรได้หลายอย่าง แต่มีอยู่ช่วงหนึ่ง เขากลับมาบ้านที่สุพรรณบุรี แล้วพบว่า ญาติพี่น้องได้ปลูกไผ่ซางหม่น ในแง่การผลิต ทำได้ดีมาก การตลาดก็ยังเปิดกว้าง จริงๆ แล้ว ตอนเรียนเขามีความชำนาญเรื่องเห็ด เขาคิดว่า หากมีการประยุกต์ผสมผสาน นำเห็ดเพาะในแปลงไผ่ น่าจะทำได้ดี คุณอุดร ปลูกไผ่จริงจัง 4 ปี มาแล้ว โดยทยอยปลูกจึงมีหลายรุ่น “ไผ่ซางหม่น ลำตรง ไม่ค่อยมีแขนง แปรรูปได้หลายอย่าง เข้าเครื่องจักรได้หมด หน่อไผ่ก็รสชาติด
ด้วงแรดตัวเต็มวัย เป็น แมลงศัตรูพืชสำคัญของมะพร้าวและปาล์มน้ำมัน ด้วงแรดมี 2 ชนิด คือ ด้วงแรดชนิดเล็ก และด้วงแรดชนิดใหญ่ ด้วงแรดชนิดเล็ก พบทั่วทุกภาคของประเทศไทยและพบบ่อยที่สุด สำหรับด้วงแรดชนิดใหญ่ มักพบไม่บ่อยนัก พบได้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทางภาคใต้ของประเทศ จากการปลูกปาล์มน้ำมันแทนการปลูกมะพร้าวจำนวนมากในประเทศไทย การโค่นล้มต้นมะพร้าวหรือต้นปาล์มที่มีอายุมากและปลูกต้นปาล์มทดแทนใหม่ ทำให้มีแหล่งขยายพันธุ์ของด้วงแรดมากขึ้น จึงเข้าทำลายต้นปาล์มที่ปลูกใหม่และต้นมะพร้าว โดยปกติ ด้วงแรดมะพร้าว ไม่สามารถระบาดได้ เหตุที่เกิดการระบาด อาจกล่าวได้ว่าส่วนใหญ่เกิดจากความละเลยของมนุษย์ที่ปล่อยให้มีแหล่งขยายพันธุ์จำนวนมาก ทำให้ด้วงแรดเพิ่มปริมาณมากจนเข้าทำลายพืชให้ได้รับความเสียหาย สาเหตุของการระบาดที่เกิดเองตามธรรมชาตินั้นน้อยมาก เช่น การเกิดวาตภัย พายุลมแรง ทำให้ต้นมะพร้าวและปาล์มน้ำมันล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงเป็นแหล่งขยายพันธุ์ขนาดใหญ่ของด้วงแรดในเวลาต่อมา การดูแลป้องกัน ช่วงที่มีสภาพอากาศร้อน และมีฝนตกในบางพื้นที่ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวควรเฝ้าระวังด้วงแรดมะพร้าว สามารถพบได้ทั้งในระยะที่ต้นมะพร้า
“เชื้อพันธุกรรมพืช” นับเป็นต้นทุนสำคัญของการพัฒนาพันธุ์พืช หากสามารถรวบรวมและครอบครองพันธุกรรมพืชได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มจุดแข็งและสร้างโอกาสทางการค้าได้มากเท่านั้น นักวิจัยสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากเชื้อพันธุกรรมพืชที่มีจำนวนมากและหลากหลายชนิดได้ตามที่ต้องการแล้ว ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในปริมาณสูงอีกด้วย หน่วยบริหารจัดการเชื้อพันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร. ล้านนา) เล็งเห็นประโยชน์ของการรวบรวมพันธุกรรมพืช จึงได้จัดตั้ง “ศูนย์พันธุกรรมพืช” ตั้งแต่ พ.ศ. 2557 ถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ของพืชผักและถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ต่อมามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาได้ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดตั้ง “หน่วยบริการจัดการเชื้อพันธุกรรมพืชวงศ์แตง” โดยดำเนินการ 6 ระยะ ระหว่าง พ.ศ. 2550-2565 โดยเก็บรวบรวม ประเมินลักษณะพันธุกรรม ขยายพันธุ์ และให้บริการเชื้อพันธุกรรมพืชแก่ผู้สนใจที่จะนำเชื้อพันธุกรรมดังกล่าวไปใช้ป
