พืชทำเงิน
สภาวะแล้ง ที่ยังแก้ไขช่วยเกษตรกรได้ การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นช่วงหน้าแล้งหลังเก็บเกี่ยว หรือช่วงฝนทิ้งช่วง พบว่าเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร และพบประจำต่อเนื่องแทบทุกปี ปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วงนาน ที่เกิดขึ้นใน ปี 2562 พบว่า พืชที่ปลูกหรือกล้าข้าวที่ลงไว้ตั้งแต่ต้นฤดูฝนแห้งตายเป็นบริเวณกว้าง และจะปลูกซ้ำช่วงฝนรอบสองก็จะไม่ทันเก็บเกี่ยว สภาวะแล้งยังส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อ เนื่องจากปริมาณฝนที่ลดลง ทำให้แหล่งน้ำผิวดินที่กักเก็บตามเขื่อน อ่างเก็บน้ำ มีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับการเกษตรอย่างทั่วถึง ส่งผลต่อผลผลิตที่ลดลงจึงเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ดังนั้น แหล่งน้ำใต้ดินจึงต้องเป็นบทบาทสำคัญในการนำน้ำมาใช้ด้านการเกษตร ศักยภาพของแหล่งน้ำใต้ดินในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศและแหล่งกักเก็บ เช่น ชั้นน้ำที่กักเก็บในชั้นตะกอน หรือในรอยแตกชั้นหินดานในพื้นที่นั้นๆ แนวทางเลือกหนึ่ง ที่เกษตรกรในหลายพื้นที่ช่วยตัวเองได้แบบไม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายมาก โดยเฉพาะในยามสภาวะแล้ง คือ แหล่งน้ำใต้ดินตื้น (ที่ระดับความลึกไม่เกิน 15 เมตร) เป็นแหล่งน้ำใต้ดินในชั้นตะกอนหินร่วน (U
สะละ เป็นผลไม้ที่รสชาติอร่อย หอม หวาน น้อยคนนักที่จะไม่ชอบรับประทานสะละ เพียงแต่การรับประทานค่อนข้างจะลำบาก เพราะหนามแหลมของผลสะละ ทำให้การแกะเปลือกออกรับประทานค่อนข้างลำบาก จึงมีผู้นำไปแปรรูปเป็นสะละลอยแก้ว สะละแช่อิ่ม เพื่อรับประทานได้ง่ายขึ้น ทั้งยังสามารถส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ให้รับประทานกันได้ทั่วถึง สะละ เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ในเกือบทุกพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่จะปลูกกันในเขตภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2559 พบว่า มีการปลูกสะละในจังหวัดจันทบุรี รวมพื้นที่ประมาณ 10,325 ไร่ พื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว 9,483 ไร่ ผลผลิตประมาณ 1,087 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2560) ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายในรูปผลผลิตสด ซึ่งมีทั้งการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ ตลาดส่งออกหลัก คือ ประเทศญี่ปุ่น สะละที่ออกสู่ตลาดผู้บริโภคในประเทศส่วนใหญ่ เป็นการจำหน่ายในรูปแบบของสะละผลสด โดยจำหน่ายในรูปแบบช่อและผลสะละร่วง สำหรับการแปรรูปส่วนใหญ่เป็นการทำสะละลอยแก้ว และสะละแช่อิ่ม สำหรับตลาดต่างประเทศจะส่งเป็นสะละผลเดี่ยว ซึ่งผู้บริโภคต้องการในรูปแบบของสะละไ
ที่ผ่านมา มีเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ ปรารภว่าอยากจะปลูกมะนาวดีๆ สักต้นสองต้นไว้บริโภคในครัวเรือน เพราะเห็นว่าบางฤดูผลมะนาวมีราคาแพงดั่งทองคำ แต่ขัดสนจนใจด้วยมีพื้นที่อยู่อย่างจำกัด จะทำอย่างไรดี เอาล่ะ ในฐานที่ผมมีประสบการณ์อยู่บ้าง จึงขอเชิญชวนให้ลองทำด้วยวิธีง่ายๆ ให้สนุก ดังนี้ ให้จัดหาบริเวณที่มีแสงแดดจ้า อย่างน้อย วันละ 5-6 ชั่วโมง ก็ปลูกมะนาวได้ และให้ผลดีอีกด้วย ทั้งนี้ ต้องเลือกกระถางเคลือบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 18-20 นิ้ว ทุบอิฐหรือกระถางดินเผาเป็นชิ้นเล็กๆ ปิดรูที่ก้นกระถาง ใส่ดินที่มีส่วนผสมของดินร่วนสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น 3 ส่วน กาบมะพร้าวสับ หรือใบก้ามปูผุ 1 ส่วน ปุ๋ยคอกเก่า 4-5 กระป๋องนม ปูนขาวหรือเปลือกหอยเผาบดอีก 1 กระป๋องนม นำวัสดุปลูกทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ลงในกระถางที่เตรียมไว้ เกลี่ยวัสดุปลูกให้ทั่ว อัดพอแน่น ปรับผิวหน้าให้เรียบ มีระดับต่ำกว่าขอบกระถางสัก 2 นิ้ว ปลูกกิ่งพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงกลางกระถาง ตัดหรือฉีกถุงเพาะชำออก ระวังอย่าให้รากฉีกขาด หากใช้กิ่งตอนปลูก ต้องแกะพลาสติกที่หุ้มกระเปาะเอาไว้ พร้อมเชือกฟางออก กลบดินพอแน่น ผูกหลักไม้ไผ่กับกิ่งพันธุ์ ป้องกันต้นโยกแ
จังหวัดปทุมธานี นับเป็นทำเลทองของภาคเกษตรกรรม และเป็นแหล่งผลิตสินค้าอาหารที่สำคัญของประเทศ ซึ่ง “บริษัท คิง ฟรุทส์ จำกัด” เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ดูแลตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร คิง ฟรุทส์ เป็นผู้นำตลาดกล้วยหอมทองรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีเนื้อที่ปลูก 3,000-4,000 ไร่ ผลิตกล้วยหอมทอง คุณภาพเยี่ยม เกรดส่งออก ยี่ห้อ “BANANA KING” ส่งขายห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สายการบิน โรงแรม ตลาดไท และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ปัจจุบันหลายธุรกิจยอดขายร่วง-ตลาดซบเซา จากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 แต่ คิง ฟรุทส์ ยังเติบโตสวนกระแส โกยยอดขายเพิ่ม 5-10% คิง ฟรุทส์ ทำได้อย่างไร ไปหาคำตอบร่วมกัน ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง คุณเกรียงศักดิ์ และ คุณเสาวณี วิเลปะนะ สองสามีภรรยา เจ้าของ บริษัท คิง ฟรุทส์ จำกัด เล่าให้ฟังว่า ในอดีต เมื่อถึงช่วงฤดูแล้ง จะมีกล้วยหอมทองป้อนเข้าสู่ตลาดน้อยลง เพราะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในแหล่งผลิต แต่ปัจจุบัน คิง ฟรุทส์ สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้แล้ว โดยศึกษาข้อมูลว่า ช่วงฤดูแล้ง พื้นที่ใดยังมีแหล่งดินดีและมีน้ำสมบูรณ์ โดยบริษัทส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกล
ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 กินวงกว้างและลามลงลึกถึงระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนต้องมีการปรับวิถีให้เหมาะควรและปลอดภัย ผู้คนเคยออกทำมาหากินตามสถานะหน้าที่ก็ไม่สามารถดำเนินไปได้ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้านตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจทางสังคมที่มีอยู่เป็นปกติก็ต้องระงับหยุดลง ขณะที่รายจ่ายประจำวันไม่ได้หยุดลงไปด้วย เป็นสภาวะที่สร้างความตึงเครียดให้กับคนทั่วไปไม่น้อย แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส เมื่อสถานการณ์บังคับให้อยู่กับบ้าน ก็ได้เวลาสำรวจตรวจสอบว่าบ้านเรือนเรามีอะไรบ้าง มีที่ว่างพอจะทำอะไรได้บ้างหรือเปล่า เมืองไทยมีความอุดมสมบูรณ์ดังคำที่ว่า “ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ” ลองสำรวจดูว่าผืนดินที่อยู่อาศัยของเราเองมีทรัพย์อะไรอยู่บ้าง ถ้าไม่เห็นก็ลงมือขุด (ซึ่งแน่นอนว่าท่านคงไม่เจอเงินทองใดๆ) แต่ถ้าเราหยอดเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวลงไปล่ะ ดูแลรดน้ำบ้างเป็นกิจกรรมยามว่าง เพียงไม่กี่วันจากดินธรรมดาจะกลายเป็นอาหารแสนวิเศษ รับประทานไปแล้วรับรองความปลอดภัย เพราะปลูกเอง ไม่ใส่ยาสารเคมี กินเองสบายใจหายห่วง แถมประหยัดเงินในกระเป๋าน้อยๆ ได้อีกด้วย ดีอย่างนี้ !! กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรว
อำเภอบันนังสตา เป็นอำเภอหนึ่งที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากตัวอำเภอเมืองยะลา ตามเส้นทางลงไปสู่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ใต้สุดแดนสยาม อันเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่แม้อำเภอบันนังสตา จะไม่ได้ถูกจดจำว่ามีการเกษตรชนิดใดโดดเด่นเป็นหลัก แต่เมื่อถึงฤดูที่ทุเรียนให้ผลผลิต ก็มีทุเรียนหมอนทองจำนวนไม่น้อยที่ออกจากพื้นที่นี้ไป คุณอาลี บือแน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พาเราเข้าพื้นที่ไปดูแปลงทุเรียนหมอนทอง ที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเองการันตีว่า หมู่ที่ 2 เป็นแปลงปลูกทุเรียนหมอนทองแปลงใหญ่ที่สุดของอำเภอบันนังสตา คุณอาลี บอกว่า เดิมชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกยางพารา มีอาชีพกรีดยางขายเป็นหลัก แต่เมื่อราคายางตกต่ำ ชาวบ้านหลายรายคิดเปลี่ยนอาชีพ ที่มองเห็นช่องทางของรายได้ขณะนั้นคือ การปลูกทุเรียน เพราะไม่มีปีใดที่ทุเรียนราคาถูก ทำให้มีเกษตรกร จำนวน 114 ราย โค่นยางพาราและปลูกทุเรียนหมอนทอง เฉลี่ยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง ประมาณ 5 ไร่ ต่อราย รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ โดยในจำนวนนี้ มีเกษตรกรคุณภาพ 13 ราย การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า เพราะช่วย
เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ลุยพื้นที่เร่งพัฒนาคุณภาพส้มโอทับทิมสยาม สินค้าเด่นลุ่มน้ำปากพนัง ให้ได้มาตรฐาน ผลิตตามหลักวิชาการ จัดการดี เก็บเกี่ยวในเวลาที่เหมาะสม จะได้ส้มโอคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของลูกค้า จากการบอกกล่าวของ คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้พูดถึงเรื่องสินค้าดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในยุคนี้ต้องยกให้ส้มโอทับทิมสยามที่เป็นพืช GI ปลูกได้ดีเฉพาะในพื้นที่ตำบลคลองน้อย และตำบลใกล้เคียงของอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ปลูกรวมประมาณ 2,953 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 2,501 ไร่ ให้ผลผลิตปีละ 7,503,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 5,002,000 ผล เกษตรกรที่ทำสวนส้มโอทับทิมสยามส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย มีพื้นที่ปลูกไม่เกิน 10 ไร่ แต่เนื่องจากส้มโอทับทิมสยามมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของลุ่มน้ำปากพนัง ทำให้ได้รสชาติที่อร่อย หวานเข้ม หอม และมีสีแดงจัด เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ สามารถขายที่หน้าสวนได้ราคาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ผลละ 200 บาท สถานการณ์การผลิตและแนวโน้มในอนาคต เกษตรกรจะหันมาปลูกส้มโอทับทิมสยามกันมากขึ้น และเริ่มเข้าสู่มาตรฐานการผลิตพืช GAP มากขึ้น จนกระท
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประสบผลสำเร็จในการเพาะ “ถั่วงอกเบญจรงค์” ซึ่งเพาะได้จากถั่วหลายชนิดและหลากสี เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง และถั่วลิสง เป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการจากถั่วงอกธรรมดาซึ่งมักใช้ถั่วเขียวเพียงอย่างเดียว เนื่องจากพืชผักที่มีสีที่แตกต่างกันจะมีคุณประโยชน์และจุดเด่นที่แตกต่างกันกล่าวคือ ผักสีแดงช่วยให้ความอบอุ่นของร่างกาย ผักสีส้มช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ผักสีเหลืองช่วยคลายเครียด ผักสีเขียวอ่อนช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผักสีเขียวเข้มทำให้หลอดเลือดแข็งแรง และผักสีม่วงบำรุงสายตา ถั่วงอก (Bean sprouts) จัดเป็นผักชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหารหลายอย่างสูง เช่น โปรตีน เกลือแร่ ฟอสฟอรัส ใยอาหาร วิตามินซี และเป็นอาหารที่มีแป้งต่ำกว่าถั่วเมล็ดแห้งชนิดเดียวกัน เนื่องจากแป้งบางส่วนถูกนำไปใช้ในการเจริญเติบโต ข้อดีของถั่วงอก 1. มีวิตามินB-complex ซึ่งปกติอยู่ในเมล็ดถั่วอยู่แล้ว เมื่อเพาะเป็นถั่วงอกจะมีวิตามินชนิดนี้เพิ่มขึ้นประมาณ200-500% 2.มีการเพิ่มขึ้นของวิตามินเอ แบบก้าวกระโดด(มีมากกว่าใน
100 กิโลเมตร โดยประมาณ เป็นที่ตั้งของ “นำทางฟาร์ม” ที่ คุณอรรณพ ศรีเจริญชัย ก่อตั้งขึ้น และใช้ชื่อลูกสาวเป็นชื่อฟาร์ม ยามวิกฤติเศรษฐกิจ ท่ามกลางภัยแล้งและโรคระบาด ที่ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบถ้วนทั่วทุกพื้นที่ ยังคงเห็นว่า นำทางฟาร์ม ดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่ายและไม่สะดุด จะมีบ้างที่ผลกระทบจากภัยแล้งทำให้สภาพพืชและแหล่งน้ำไม่อุดมสมบูรณ์อย่างที่เคย คุณอรรณพ เรียนจบมาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ มองความยั่งยืนของการเลี้ยงชีพด้วยคำว่า “เกษตรกรรม” เพราะแนวคิดที่ปลูกฝังว่า เกษตร คือพื้นฐานของการดำรงชีวิต ทำให้เขาเริ่มมองหาที่ทำการเกษตรตั้งแต่แต่งงาน จากแปลงนาที่อำเภอแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังตอบโจทย์การทำเกษตรไม่ได้อย่างใจคิด เมื่อได้ที่ดินจากครอบครัวที่จังหวัดกระบี่ จึงเริ่มสร้างฝันที่นั่น ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชสมุนไพร เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ สัตว์เลี้ยง ปลูกบ้านตามแบบธรรมชาติจากไม้และดิน ทำเฟอร์นิเจอร์ใช้จากไม้และดิน ในระหว่างนั้นรับอาสาสมัครจากต่างประเทศที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตเข้ามาช่วยทำสวน กิจกรรมที่จังหวัดกระบี่ ดำเนินมาได้เพียง 6 ปี คุณอรรณพ และครอบครัว ก็ย้ายมาจังห
แมลงทอด ได้รับความนิยมบริโภคในตลาดบ้านเรามาก่อนหน้านี้พักใหญ่ แต่กระแสความนิยมดูเหมือนจะลดลง เมื่อเดินตามตลาดพบได้น้อยกว่าเมื่อก่อน ทั้งที่จริง เราไม่เคยรู้เลยว่า ปัจจุบัน แมลงทอด ยังคงได้รับความนิยมบริโภคอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มสูงมากขึ้น แต่เพราะความนิยมบริโภคกระจายออกไปตามจังหวัดต่างๆ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น แมลงทอด โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ได้รับความนิยมบริโภค เนื่องจากเป็นอาหารที่ให้โปรตีนและไขมันสูง และได้รับการการันตีจากหลายหน่วยงานภาครัฐว่า เป็นแมลงที่ปลอดสารเคมี ยกเว้นเมื่อนำไปทอดแล้วใส่สารกันบูดหรือสารเพื่อรักษาสภาพอาหารเข้าไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่บ้านแสนตอ ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันจัดว่าเป็นแหล่งผลิตแมลง โดยเฉพาะจิ้งหรีด ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศ ที่ต้องเอ่ยเช่นนี้ เพราะก่อนหน้านี้จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดแรกที่เริ่มเลี้ยงและขยายพันธุ์แมลง จนเป็นที่รู้จักระดับประเทศ แต่วันนี้แหล่งผลิตที่เริ่มขึ้นก่อนแหล่งอื่นกลับลดจำนวนการผลิตลง และบ้านแสนตอแห่งนี้กลับมีพื้นที่การผลิตเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มการผลิตเพิ่มขึ้นอีก โดยตั้งเป้าผลิตส
