พืชทำเงิน
ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพื้นที่รับน้ำตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ประสบภัยน้ำท่วมทุกปีมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ “ชุมแสง” โดนน้ำท่วมอ่วมอรทัยในปี 2554 นานถึง 3 เดือนกว่า พืชผลการเกษตรที่ถูกน้ำท่วมเสียหายหมด ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อคราวอุทกภัยใหญ่ บ้านทับกฤชใต้ถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน พืชผลเกษตรเสียหายหมด แต่กลับมีพืชอยู่ชนิดหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมนานก็สามารถทนอยู่ได้ หลังจากน้ำลดลงพืชชนิดนั้นกลับให้ผลผลิตดีมาก นั่นก็คือ “ไผ่อินโดจีน” เป็นไผ่รับประทานหน่อสายพันธุ์หนึ่งที่ คุณนิรุต ผลพิกุล อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ที่ 6 บ้านทับกฤชใต้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ปลูกอยู่ 12 ไร่ คุณนิรุต กล่าวว่า พื้นที่สวนไผ่ของตนถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน ระดับน้ำสูงประมาณ 3 เมตรครึ่ง หลังจากระดับน้ำลดลงก็พบว่า ไผ่อินโดจีนที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ 12 ไร่ ยังยืนต้นอยู่ได้ไม่ล้มตาย จะมีตายก็เฉพาะไผ่ต้นอ่อนๆ เพิ่งจะลงปลูกใหม่ไม่ถึงปี นอกนั้นไม่ตาย “จะว่าไผ่น้ำท่วมไม่ตายเสียทุกสายพันธุ์ก็ไม่ได้ เพราะละแวกบ้านที่ปลูกไผ่สีสุก ไผ่รวก และไผ่อื่นๆ ถูกน้ำท่วมตายหมด มะพร้าวที่ว่าแน่ๆ ยังตาย จ
คุณธีระพงษ์ สุขสว่าง หรือ คุณตั้ม อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์รุ่นใหม่ที่หันมาสนใจอยากจะอนุรักษ์พันธุ์กล้วยโบราณหายากและมากคุณค่าให้คงอยู่ ซึ่งนอกเหนือจากคุณค่าทางจิตใจแล้ว การอนุรักษ์กล้วยสายพันธุ์แปลกยังกลายเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับคุณตั้มได้เป็นอย่างดี คุณตั้ม เรียนจบปริญญาโท สาขาวิศวกรรมเคมี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากเรียนจบได้มีโอกาสทำงานตามสายที่ตนเองเรียนมาเป็นระยะเวลากว่า 3-4 ปี และมีเหตุจำเป็นที่ต้องลาออกมาช่วยพ่อแม่ที่มีอายุมากขึ้น โดยพื้นฐานครอบครัวคุณตั้มเป็นเกษตรกรมาก่อน คุณพ่อคุณแม่เป็นชาวสวนส้ม แต่ทำได้สักระยะสวนส้มแถวปทุมธานีก็เกิดวิกฤต ส้มเป็นโรคตาย ที่บ้านจึงปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ประดับ ลีลาวดี หมากแดง เป็นไม้ขุดล้อมขายแทน จนกระทั่งในปี 2554 ตนเองและคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มหันมาสนใจเกี่ยวกับกล้วยพันธุ์แปลกหายาก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากพี่ข้างบ้าน ปลูกกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม สร้างรายได้หลัก ขายต้นพันธุ์กล้วยแปลก เป็นรายได้เสริม คุณตั้ม เล่าว่า สาเหตุที่ตนเองเริ่มสนใจที่จะปลูกกล้วยพันธุ์แปลก ส่วนหนึ่งมาจากคว
เกษตรกรสาวสวยที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เธอบอกว่าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าต้องมาเป็นเกษตรกร จากที่เคยทำงานอยู่ในห้องแล็บสวยๆ เปิดแอร์เย็นๆ กลายเป็นว่าเธอต้องลาออกจากงานเพื่อมาเป็นเกษตรกร มาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง คุณณัยศรี ผลประพฤติ หรือ คุณจี๋ อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 9 ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เธอคนนี้มีดีกรีไม่ธรรมดา เรียนจบวิทยาศาสตร์เคมี จบมาเธอได้ทำงานตรงสายอาชีพ ประมาณ 3 ปี ไม่เคยมีความคิดที่อยากจะเป็นเกษตรกรมาก่อน เพราะคิดว่าร้อนและลำบาก ด้วยการถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า เรียนจบมาแล้วต้องทำงานดีๆ ได้เป็นเจ้าคนนายคน ซึ่งเธอก็ได้ทำงานในตำแหน่งที่ดี มีเงินเดือนหลักหลายหมื่น ใช้ชีวิตสุขสบาย แต่ก็มีเหตุให้ต้องลาออก เพราะคุณพ่อป่วยมีโรคประจำตัว จึงต้องกลับมาดูแลท่าน คุณจี๋ เล่าว่า แรกเริ่มคุณพ่อไม่ได้เป็นชาวสวนมาตั้งแต่แรก ท่านทำงานการไฟฟ้าแล้วเออร์ลี่รีไทร์จากงานเพื่อมาทำสวนจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่คุณพ่อทำสวนทุเรียนมา โดยช่วงแรกหลังออกจากงานเธอเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องอาหารการกินทั่วไป ยังไม่ได้ทำงานสวนจริงจัง มีเพียงการเรียนรู้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ จากคุ
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำพูดที่เรามักจะได้ยินจากคนยุคสมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ในยุคก่อน ซึ่งในปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้หาได้ยากเต็มที อย่างที่เขาพูดกันว่า ยิ่งมีความเจริญเท่าไร ความเป็นธรรมชาติก็จะลดลง ผู้คนรักสบายมากขึ้น บวกกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น ด้านเกษตรกรรม เกษตรกรก็หันพึ่งสารเคมีในการปลูกพืชผลกันมากขึ้น และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์หายไป แต่ก็ยังมีเกษตรกรอีกหลายคนที่ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาธรรมชาติ ดังเช่น คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ หันทำเกษตรแบบอินทรีย์ งดใช้สารเคมี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไว้กินเอง ได้สุขภาพ มีเงินเหลือเก็บ มีแบ่งปัน คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ อาจารย์พิเศษ ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อดีตข้าราชการ หันยึดหลักเกษตรพอเพียง อยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน คุณพีระพงษ์ เล่าว่า ตนใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วไปสมัยเด็กตื่นเช้าหิ้วกระเป๋าไปเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชศาสตร์ จบมาเข้าทำงานที่กรมส่งเส
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาลในทุกประเทศทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ทำให้รัฐบาลต้องออกมากำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อใช้สกัดกั้นการระบาดของโรค ไม่ว่าจะเป็นการปิดสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก และที่เป็นปัญหาต่อภาคการส่งออกของไทยเป็นอย่างมากคือการปิดให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ ทำให้เกิดการท้าทายต่อภาคการส่งออกของไทยเป็นอย่างมาก ผลไม้สดจำนวนมากได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการขนส่งไปยังตลาดในต่างประเทศ ทำให้ผลผลิตล้นตลาด ด้วยเหตุนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มผู้ส่งออกและเกษตรกรชาวสวนให้มีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และสามารถดำรงชีพหรือลงทุนในอนาคตต่อไปได้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สร้างผลกระทบในวงกว้างทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับโลก รัฐบาลแต่ละประเทศจึงกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อใช้สกัดกั้นการระบาดของโรค เช่น การปิดสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก การปิดให้บริการกา
เดิมทีอำเภอศรีบุญเรือง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เรียก “บ้านโนนสูงเปลือย” ขึ้นกับตำบลยางหล่อ อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2508 ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ เมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2512 คำขวัญของอำเภอ “ศรีบุญเรืองเมืองคนดี ประเพณีบุญบั้งไฟ ก่องข้าวใหญ่ชาวอีสาน เด่นตระการถ้ำผาสวรรค์ อัศจรรย์เขาสามยอด” เกษตรกรคนเก่ง ที่นี่มีเกษตรกรที่หัวไวใจสู้ คือ คุณสุริยา ธงชัย บ้านเลขที่ 181 บ้านป่าคา หมู่ที่ 2 ตำบลยางหล่อ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู คุณสุริยา เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนเป็นหนุ่ม ประกอบอาชีพทำงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และเปิดศูนย์ฝึกพัฒนาฝีมือแรงงาน เขต 6 จังหวัดขอนแก่น ทำมาตลอดเกือบ 20 ปี เมื่อวัยเข้าสู่ 40 ปี เริ่มเกิดความเบื่อหน่าย และอยากใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อมาสร้างฝันที่ตนเองเคยวาดฝันไว้ กับความรู้ด้านไม้ผลที่ตัวเองชอบให้เป็นจริง จึงได้ออกมาประกอบอาชีพการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพอิสระ ไม่มีเจ้านาย ไม่มีผู้บังคับบัญชา เราเป็นเจ้านายของตัวเองดีกว่า บังเอิญได้มาบ้านภรรยา ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้แต่ก่อนเป็นนาข
สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ ทำให้หลายคนหยุดอยู่บ้านนานนับเดือนเพื่อเลี่ยงต่อการติดเชื้อ ในช่วงแรกของการกักตัวหลายฝ่ายวิตกกังวลจนเร่งกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร และวิตกกังวลกันว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอาหารเหมือนในต่างประเทศ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน ภารกิจหลักคือการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ริเริ่มโครงการรณรงค์ชวนคนไทยร่วมใจปลูกพืชผักสวนครัว ในกิจกรรม “90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” โดยเชิญชวนคนไทยทุกครัวเรือนลุกขึ้นมาปลูกผักสวนครัวไว้บริโภค เป็นกิจกรรมที่ช่วยคลายความวิตกกังวล และยังตอบโจทย์ในเรื่องอาหารการกินและส่งเสริมเศรษฐกิจครัวเรือนในภาวะวิกฤติโควิด-19 โดยช่วงต้นโครงการ พช. ร่วมกับบริษัทค้าเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จํากัด ทำการแจกเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง 100,000 ซองให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ และเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่า
“ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิด 2” เป็นหนึ่งในสินค้าขายดีที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ไร่บีเอ็น (BN) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ไร่บีเอ็นปลูกและขายที่นี่ พืชผัก ผลไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์ลิ้นจี่นานาพันธุ์ที่มาจากประเทศจีน เช่น พันธุ์กุ้ยบี พันธุ์จุดบิจี๊ ควบคู่กับการพัฒนาสายพันธุ์ลิ้นจี่จากการเพาะเมล็ด จนประสบความสำเร็จได้ลิ้นจี่พันธุ์ใหม่ที่เจริญเติบโตได้ดีกับสภาพอากาศของเมืองไทย เช่น พันธุ์ป้าชิด พันธุ์ป้าอี๊ด พันธุ์ลุงเจิด ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ผลโต เนื้อแห้งหนา รสหวานหอม เมล็ดลีบเล็ก จำหน่ายผลผลิตให้ผู้สนใจได้ลิ้นลองรสชาติความอร่อย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฎาคมของทุกปี คำว่า “ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิด 2” มาจากชื่อคุณแม่ ของ คุณโจ้ หรือ คุณจุลพงษ์ คุ้นวงศ์ ผู้จัดการไร่ บี.เอ็น. นั่นเอง ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิด 2 มีคุณภาพดีเหมาะสำหรับปลูกเชิงเกษตรอุตสาหกรรม เพราะให้ผลผลิตคุณภาพดี และติดผลง่ายกว่าลิ้นจี่พันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีลักษณะเด่นที่โดนใจผู้บริโภคทั่วไป นั่นคือ ผลโต มีรสชาติหวานกรอบ เนื้อแห้งหนา มีเมล็ดเล็กลีบ ที่ผ่านมาทา
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น 1 ใน 6 แห่งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเยียวยาแบบยั่งยืนให้กับสังคมในการใช้ชีวิตยามเจอวิกฤติตามธรรมชาติ ด้วยเป็นแหล่งรวบรวมการศึกษา ทดลอง วิจัย และการพัฒนาในการปรับปรุงพื้นดินให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม เป็นแหล่งให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว แก่ประชาชนและเกษตรกรที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ในทุกสาขาวิชาชีพ เสมือน ”พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” เป็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จในด้านการเกษตรกรรมและการพัฒนาอาชีพ เป็นต้นแบบและแนวทางให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานที่ผ่านมาศูนย์ศึกษาฯได้นำผลสำเร็จจากการศึกษาทดลองที่ประสบผลสำเร็จแล้วมาขยายผลสู่การปฏิบัติให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ราษฎรมีความกินดีอยู่ดีมีเหลือเก็บเหลือใช้สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ครอบครัวได้เป็นอย่างดี นางวันเพ็ญ จันทศรี หนึ่งในเกษตรกรสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมิตรสัมพันธ์ หนึ่งในกลุ่มเกษตรกรขยายผ
ผลไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นอีกชนิด พบว่าปลูกทั่วประเทศไทย แต่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนัก คือ ละมุด ทั้งที่ว่ากันว่า ละมุด เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทาน เพราะเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน มีกลิ่นหอม มีน้ำตาลสูง แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุแคลเซียม และ ธาตุฟอสฟอรัส ในตลาดผลไม้เมืองไทย แม้จะเดินเข้าออกในทุกวัน ทุกฤดูกาล ก็อาจไม่ได้เห็นผลไม้ชนิดนี้วางอยู่บนแผง จนเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า มีละมุดอร่อยที่สุดของประเทศ เรียกติดปากกันว่า ละมุดบางกล่ำ (ภาคใต้เรียกละมุด ว่า ลูกสวา) แต่ปัจจุบันมีผลไม้อีกมากมายหลายชนิด ขึ้นแท่นผลไม้ชื่อดังของจังหวัดไปแล้ว ทำให้ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อนุมัติงบประมาณส่งเสริมการปลูกละมุดในพื้นที่อำเภอบางกล่ำอย่างจริงจัง เพื่อให้ชื่อเสียงละมุดบางกล่ำ กลับมารุ่งเรืองเช่นอดีต สวนที่ได้ชื่อว่า เป็นสวนที่มีละมุดผลใหญ่ รสชาติดี กว่าละมุดในละแวกใกล้เคียงทั้งหมด คือ สวนของคุณจู้ฮ่อง เจริญแสง และคุณจำเนียน เจริญแสง สองสามีภรรยา คุณจู้ฮ่อง ฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการปลูกละมุดให้ฟังว่า เขาเติบโตมากับสวนละมุด ตั้งแต่จำค
