พืชทำเงิน
การล้มละลายครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของที่สุดแห่งชีวิตคือความสิ้นหวัง เกิดมาแล้วชีวิตต้องมีความหวัง ทุกเรื่องราวของชีวิตที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเราทำเพื่อตัวเราทั้งสิ้น ดังนั้น พยายามกระทำทุกเรื่องราวสำหรับตัวเราอย่างมีความหวัง อย่าท้อ อย่าสิ้นหวัง เพราะลมหายใจเรายังมีอยู่ ต้องสู้และสู้ พร้อมก้าวเดินไปบนถนนชีวิตอย่างทระนงและต้องไม่ลืมนำความขยันและอดทนติดตัวไปด้วย เพราะนี่คือความมั่นใจในการก้าวออกเดิน เมื่อพร้อม เส้นทาง เดินห่าง…จากความจน ยินดีต้อนรับเสมอสำหรับบุคคลที่มีคุณสมบัติพร้อมเช่นนี้หากต้องการ เพราะคุณคือคนที่ต้องการดูแลลมหายใจให้อยู่คู่กับเวลาที่เหลืออยู่ได้อย่างดีที่สุด สวัสดีครับแฟนๆ ก่อนอื่นทุกๆ ครั้งด้วยความเคารพรัก ต้องกราบขอบพระคุณต่อแฟนๆ ที่ติดตามคอลัมน์นี้เป็นอย่างมากจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ให้กำลังใจกันตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงไปหาหรือจากเฟซบุ๊กที่ชื่อ นายสมยศ ศรีสุโร มีแฟนๆ คนใหม่เพิ่มขึ้นๆ ตลอดจึงทำให้มีวันนี้ วันแห่งความจริงที่สัมผัสได้ และทุกเรื่องราวล้วนติดตามเรื่องของ ชะอมไม้เค็ด 2009 กันทั้งสิ้น สำหรับปักษ์นี้นำเสนอเรื่อง ผู้หญิงคนนี้…เ
สภาพอากาศในระยะนี้ มักมีฝนตกชุกและมีอุณหภูมิลดต่ำลง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกขมิ้นให้เฝ้าระวังโรคเหี่ยว ที่สามารถพบได้ในระยะการเจริญเติบโตทางต้นของขมิ้น อาการเริ่มแรกใบจะเหี่ยวม้วนเป็นหลอดสีเหลือง และลุกลามจากส่วนล่างขึ้นไปยังส่วนปลายยอดจนแห้งตายทั้งต้น บริเวณโคนต้นและหน่อที่แตกออกมาใหม่มีลักษณะฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้มถึงดำ เมื่อผ่าลำต้นตามขวางจะพบเมือกแบคทีเรียไหลซึมออกมาเป็นสีขาวขุ่น ลำต้นเน่า และหลุดออกจากเหง้าได้ง่าย อาการบนเหง้ามีลักษณะฉ่ำน้ำสีคล้ำ ต่อมาเหง้าจะเน่าในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นขมิ้นที่เริ่มแสดงอาการของโรคเหี่ยว ให้ขุดต้นไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุโรค จากนั้นให้โรยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกันการระบาดของโรค และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ หากเกษตรกรจะปลูกขมิ้นในฤดูถัดไป ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้ และควรทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี นอกจากนี้ การป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในฤดูปลูกถัดไป เกษตรกรควรเตรียมดิน โดยไถพร
ช่วงที่มีเมฆมากและมีฝนตกชุก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวไร่สับปะรดเฝ้าระวังโรคยอดเน่ารากเน่า ที่สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสับปะรด อาการที่ต้น ใบยอดมีสีซีด โคนใบหรือฐานใบเน่าช้ำมีสีขาวอมเหลืองขอบสีน้ำตาล และส่งกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว เมื่อดึงส่วนยอดจะหลุดได้โดยง่าย ถ้าอาการรุนแรงกลุ่มใบตรงกลางต้นจะหักล้มพับลงมา อาการที่ราก เริ่มแรกมีอาการใบสีซีดคล้ายอาการที่ต้น ใบด้านล่างจะนิ่มกว่าปกติ และแห้งตายลามเข้ามาจากปลายใบ ต้นชะงักการเจริญเติบโต รากมีแผลสีน้ำตาล เปื่อย และเน่า หากดึงจะหลุดออกมาจากดินได้โดยง่าย อาการที่ผล ผลมีขนาดเล็ก ผลจะเน่าเป็นจุดสีเขียวเข้ม เมื่อผ่าดูภายในเนื้อเยื่อจะเน่าเป็นสีน้ำตาล เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นที่เริ่มแสดงอาการของโรคยอดเน่ารากเน่า ให้พ่นด้วยสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือให้ขุดต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุโรค จากนั้นให้โรยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกั
ช่วงงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้ อุบลราชธานี ครั้งที่ 9 “อุบล บุ๊ก แฟร์” ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้จัดกิจกรรมเสวนาสัญจร เรื่อง “มะพร้าวน้ำหอม…พืชเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก” และ “ไผ่ พืชเศรษฐกิจ ที่ต้องปลูก” ดำเนินรายการโดย คุณวิไล อุตส่าห์ เกษตรอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมดังกล่าวมีชาวอุบลฯ และพื้นที่ใกล้เคียงสนใจเข้าฟังเสวนากันอย่างคึกคัก และ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้ถ่ายทอดสดกิจกรรมเสวนาทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ปรากฏว่ามียอดผู้ชมผู้ฟังทะลุหลักแสนเช่นกัน สร้างเงินล้าน ด้วยการปลูกมะพร้าว “มะพร้าว” ได้รับการขนานนามว่า เป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) มาตั้งแต่สมัยอดีต ประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียและแปซิฟิกต่างใช้น้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร ทำยา เครื่องสำอาง มาเป็นเวลานาน เรียกได้ว่า “น้ำมันมะพร้าว” เป็นน้ำมันพืชเก่าแก่ที่สุดในโลก ตามตำราอายุรเวทของอินเดีย ระบุว่า มนุษย์ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องสำอาง มานานกว่า 6,000 ปี เมืองไทยมีการปลูกมะพร้าวมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง ยาวนานกว่า 700 ปี คนไทยได้ใช้ประโยชน์จากมะพร้าวกะทิ และสกัดน้ำมันมะพ
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำพูดที่เรามักจะได้ยินจากคนยุคสมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ในยุคก่อน ซึ่งในปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้หาได้ยากเต็มที อย่างที่เขาพูดกันว่า ยิ่งมีความเจริญเท่าไร ความเป็นธรรมชาติก็จะลดลง ผู้คนรักสบายมากขึ้น บวกกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น ด้านเกษตรกรรม เกษตรกรก็หันพึ่งสารเคมีในการปลูกพืชผลกันมากขึ้น และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์หายไป แต่ก็ยังมีเกษตรกรอีกหลายคนที่ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาธรรมชาติ ดังเช่น คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ หันทำเกษตรแบบอินทรีย์ งดใช้สารเคมี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไว้กินเอง ได้สุขภาพ มีเงินเหลือเก็บ มีแบ่งปัน คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ อาจารย์พิเศษ ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อดีตข้าราชการ หันยึดหลักเกษตรพอเพียง อยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน คุณพีระพงษ์ เล่าว่า ตนก็ใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วไปสมัยเด็กตื่นเช้าหิ้วกระเป๋าไปเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชศาสตร์ จบมาเข้าทำงานที่กรมส่ง
เชื้อราบิวเวอร์เรีย (Beauveria bassiana) เป็นเชื้อราที่มีลักษณะเป็นเส้นใยสีขาว สามารถเติบโต และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในร่างกายของแมง และแมลงต่างๆ และสามารถคงอยู่ตามสภาพแวดล้อมได้ยาวนาน ปัจจุบัน ได้มีการเพาะเพื่อเพิ่มจำนวนสำหรับไปใช้ในด้านการกำจัดศัตรูพืชทางการเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นสารชีวภาพชนิดหนึ่งสำหรับกำจัดแมง และแมลงศัตรูพืชต่างๆ อาทิ เพลี้ย ไรแดง หนอน แมลงปากดูด และผีเสื้อชนิดต่างๆ -ขั้นตอนผลิตเชื้อราบิวเวอร์เรีย 1.นำข้าวสาร หรือข้าวเก่า มาซาวในน้ำสะอาด 4 ครั้ง เพื่อล้างมอด ยาฆ่าแมลง ที่ปนเปื้อนออกให้หมด ตากแดดไว้พอหมาด 2.นำข้าวที่ตากไว้ ตักใส่ถุงก้นจีบในปริมาณ 2 ขีดครึ่ง ใส่น้ำเปล่า 25 cc เพื่อไม่ให้ข้าวแห้ง ในขณะที่อยู่ในหม้อแรงดัน 3.ใส่คอขวดที่ปากถุง ใยสังเคราะห์ และปิดฟรอยที่ฝา หลังจากนั้นนำไปนึ่งที่เตาแรงดันเพื่อฆ่าเชื้อ 1 เตา สามารถใส่ข้าวได้ 30 กิโลกรัม นึ่งในอุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส แรงดัน 15 ปอนด์ ใช้เวลาในการฆ่าเชื้อ 20 นาที ก็จะได้เชื้อที่สะอาด หลังจากนั้น นำเชื้อที่นึ่งเสร็จไปห้องบ่มเชื้อ การ ฉีดพ่นควรฉีดพ่นในระยะประมาณ 1-2 เดือน/ครั้ง เพราะการเจริญเติบโตของเชื้อราตั
เรียนจบโบราณคดี เคยทำงานอยู่กับทีวี บูรพา การที่ต้องมาทำธุรกิจ บนพื้นที่สวนปาล์ม วิชาการที่ร่ำเรียนมาและประสบการณ์การทำงานในสายงานการสื่อสาร จึงแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยกับการจัดสรรพื้นที่สวนเกษตรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเนิ่นนาน ให้สามารถทำเป็นธุรกิจได้ คุณเอกจิตรา กฤษณสุวรรณ หรือ คุณเตย วัย 31 ปี เจ้าของสวน Tonphet และเจ้าของเรื่องราวข้างต้น เธอเล่าให้ฟังว่า “สวน Tonphet แห่งนี้ มันเริ่มมาจากการที่มีพื้นที่อยู่แล้ว ประมาณ 10 ไร่ อยู่ที่จังหวัดระนอง เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน พื้นที่นี้เคยเป็นสวนทำพริกไทย แต่ด้วยสภาพพื้นที่ทำให้การปลูกพริกไทยไปไม่รอด เพราะพื้นที่จังหวัดระนองมีฝนมาก แดดไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้พริกไทยแห้งได้ จึงนำเอาปาล์มมาปลูกในพื้นที่นี้แทนตามธรรมชาติ สวนแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ว่าง ที่คุณพ่อมาใช้พักผ่อนในยามที่แกรู้ตัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เตยตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ตอนเริ่มต้นที่ตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างที่สวนนี้ ก็ทำเป็นร้านอาหาร การตอบรับถือว่าดีมากๆ แต่มันกลับไม่ตอบโจทย์พื้นที่ ที่เราต้องการให้เป็นจ
ประเด็นราคายางพาราตกต่ำ จากที่เป็นกระแสความเดือดร้อนของชาวสวนยางพารา ถึงเวลานี้ กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับราคายางพาราที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะขยับขึ้นไปแล้ว ส่งผลให้เกษตรกรที่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐในระยะแรก ต้องปรับการดำรงชีวิตให้อยู่ได้ด้วยการมองตนเอง แล้วนำศักยภาพของสวนยางพาราเท่าที่มีมาประยุกต์ให้เกิดราคาทดแทนรายได้ในส่วนที่หายไป ปลายฝนที่ผ่านมา คุณธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ถือโอกาสในช่วงฝนชุก เข้าติดตามการดำเนินงานพัฒนายางพารา โดยมุ่งไปที่จังหวัดในภาคเหนือ เพราะตั้งใจยกเขตพื้นที่ภาคเหนือเป็นต้นแบบในการพัฒนายางอย่างครบวงจร เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกยางกว่า 20,000 ไร่ การพัฒนายางอย่างครบวงจรคือ การตั้งจุดรวบรวมยางก้อนถ้วย เปิดให้เอกชนมาประมูลยาง และสหกรณ์กองทุนสวนยางแต่ละแห่ง รับซื้อน้ำยางเพื่อแปรรูป ซึ่งการประมูลซื้อขายจะผ่านระบบออนไลน์ในตลาดท้องถิ่น หรือตลาด 108 ซึ่งเป็นตลาดเปิดในแหล่งปลูกยางทั่วประเทศ โดย กยท. ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาระบบ และเงินทุนช่วยเหลือ พร้อมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ราคายางก้อนถ้วย ปัจจุบัน 2
การเข้าออกของเกษตรกรและนักศึกษา บริเวณหมู่บ้านแพะประทานพร อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นเรื่องประจำไปแล้ว หลัง บริษัท ซันสวีท จำกัด ปรับระบบภายในให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาดูงาน และสร้างฐานการเรียนรู้ในการทำโครงการ Smart farm เนื่องจากการสนับสนุนและให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ ในการเปลี่ยนแปลงเกษตรยุค 4.0 ดร. องอาจ กิตติคุณชัย ประธานบริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด เปิดเผยอย่างเป็นกันเอง ถึงโครงการ Smart farm ที่กำลังดำเนินอยู่ว่า เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ ปี 2555 เพื่อเป็นฟาร์มต้นแบบให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ที่ได้เข้าช่วยควบคุมการเพาะปลูกให้มีความแม่นยำ และมีคุณภาพ จนสามารถเพิ่มจำนวนผลผลิตให้มากขึ้นในแต่ละปี เช่น การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การจัดการระบบน้ำ การให้ปุ๋ย การวัดอุณหภูมิความชื้น ความร้อน แสงแดด การเก็บเกี่ยว ตลอดจนการขนส่ง เมื่อเกษตรกรมีความเข้าใจในระบบบริหารจัดการเป็นอย่างดีแล้ว จะสามารถนำองค์ความรู้ไปเป็นต้นแบบในการเพาะปลูกได้ “เราส่งเสริมเกษตรกรสองหมื่นรายเกี่ยวกับการทำเกษตร แบบ contract farming ในพื้นที่ภาคเ
“ปากช่อง” จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกน้อยหน่าที่มากสุดของไทย และคุณภาพดีที่สุดของประเทศ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาคุณภาพ การผลิต สายพันธุ์ สายพันธุ์น้อยหน่าที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง น้อยหน่าหนัง และน้อยหน่าฝ้าย ฯลฯ หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดงาน “น้อยหน่าและของดีเมืองปากช่อง” ต่อเนื่องเป็นประจำในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลผลิตน้อยหน่า และไม้ผลอื่นๆ ของอำเภอปากช่อง โดยทั่วไป น้อยหน่าสามารถจำแนกตามลักษณะต่างๆ เช่น สีผิวของผล สีเนื้อและชนิดของเนื้อ ได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ น้อยหน่าพื้นเมือง หรือ น้อยหน่าฝ้าย แบ่งออกได้ 2 สายพันธุ์ ตามลักษณะของสีผล คือน้อยหน่าฝ้ายเขียว ซึ่งมีผลสีเขียว กับน้อยหน่าฝ้ายครั่งมีผลสีม่วงเข้ม น้อยหน่าฝ้าย น้ำหนักเฉลี่ย ผลละ 2-3 ขีด รสไม่หวานมากนัก เสียหายง่าย ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 800-1,000 กิโลกรัม น้อยหน่าฝ้ายมีลักษณะเนื้อหยาบเป็นทราย เปลือกไม่ล่อน เมื่อปอกเปลือกเนื้อกับเมล็ดมักติดเปลือก เนื้อยุ่ยไม่จับตัวเป็นก้อน น้อยหน่าฝ้ายเขียวมีเนื้อในสีขาว และน้อยหน่าฝ้ายครั่ง มีเนื้อสีขาวอมชมพู มีกลิ่นหอม รสหวาน เปอร์เซ็นต
