พืชทำเงิน
ทุกปีเกษตรกรผู้ผลิตลำไยมีความเสี่ยงกับปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ โดยเฉพาะลำไยในฤดู ที่มักมีปัญหาผลผลิตเข้าสู่ตลาดแบบกระจุกตัวในปริมาณมาก ทำให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตลำไยนอกฤดูคุณภาพให้กับชาวสวนลำไย ได้แก่ การเตรียมความพร้อมของต้นลำไยหลังการเก็บเกี่ยว การกระตุ้นการออกดอกในระยะที่เหมาะสม การจัดการคุณภาพเน้นไว้ผลไม่เกิน 50 ผล/ช่อ และแนะนำให้จัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานเพื่อลดปัญหาสารเคมีตกค้างปนเปื้อน ขั้นตอนการปฏิบัติในสวนลำไยนอกฤดู โดย ราดสารคลอเรต ช่วงเดือนมิถุนายนนั้น จะเริ่มจากคัดเลือก ต้นที่สมบูรณ์ และใบเต็มที่ กำจัดวัชพืช และใบแห้งในทรงพุ่ม ดินแห้งเกินไปควรรดน้ำให้ชื้น ดินชุ่มเกินไปปล่อยให้ดินแห้ง หว่านสารโพแทสเซียมคลอเรต 100-120 ก./ศก. ทรงพุ่ม 1 เมตร รดน้ำให้ชื้นทุกวัน 3-5 วัน ทั้งนี้แนะนำให้สารโพแทสเซียมคลอเรตที่มีสารออกฤทธิ์ 15% คืออัตรา 600 กรัมขึ้นไปต่อเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่ม 1 เมตร และยับยั้งการแตกใบอ่อนโดยใส่ปุ๋ยเคมี 46-0-0 ส่วนเดือนกรกฎาคม (ออกดอก) เริ่มให้น้ำเล็กน้อยเมื่อออกดอก และเพิ่มปริมาณขึ้นตามลำดับ เฝ้าระวังและป้อ
คุณภรภัทร โรจนมงคล ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท เมกก้าวู้ด จำกัด บริษัทแปรรูปไม้ยางพาราส่งออก ตั้งอยู่เลขที่ 91/2 หมู่ 2 ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ธุรกิจแปรรูปไม้ยางพาราอบแห้ง เป็นธุรกิจที่รับซื้อไม้ยางพาราที่ครบอายุการกรีดน้ำยางจากเกษตรกร แล้วนำมาแปรรูปเป็นไม้ยางพาราอบแห้ง ก่อนจำหน่ายในประเทศ 5 เปอร์เซ็นต์ อีก 95 เปอร์เซ็นต์ส่งจำหน่ายยังประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่รับซื้อไม้ยางพาราอบแห้ง เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือ เครื่องเรือนตกแต่งที่อยู่อาศัย โดยบริษัทก่อตั้งมานานกว่า 16 ปีแล้ว คุณภรภัทร กล่าวอีกว่า ธุรกิจแปรรูปไม้ยางพาราอบแห้งส่งตลาดประเทศจีน มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศจีน เนื่องจากประเทศจีนมีการเติบโตในทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีวัฒนธรรมใหม่เป็นสังคมเดี่ยวมากขึ้น มีการก่อสร้างคอนโดและที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นมาก ทำให้ความต้องการเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ตกแต่งภายในบ้านค่อนข้างสูง ซึ่งประเทศจีนมองว่าประเทศไทยมีวัตถุดิบคือไม้ยางพาราอบแห้งป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของประเทศจีนได้ตลอด ส่วนไม้ชนิดอื่น แม้จะมีคุณภาพมากกว่า แต
มันสำปะหลัง เป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย ทนแล้ง ทนทานต่อโรคแมลง แถมขายผลผลิตได้ทุกส่วน ตั้งแต่หัวมันสำปะหลัง ลำต้น ใบมันสำปะหลัง ปัจจุบันเกษตรกรที่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง ไม่ต่ำกว่า 570,000 ครอบครัว ที่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่อไร่ต่ำ “ปุ๋ยมันสำปะหลัง” นวัตกรรมใหม่ จาก “สวนดุสิต” “ผศ.ดร. ณัฐบดี วิริยาวัฒน์” และ “ผศ.ดร. สุรชาติ สินวรณ์” อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้พัฒนานวัตกรรมปุ๋ย คือปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดกำจัดพาราควอท (Suan Dusit Green Fertilizer) และปุ๋ยสวนดุสิตนาโนซิลิคอน (Suan Dusit Nano Silicon Fertilizer) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับลดต้นทุนการผลิต เพื่อยกระดับรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทย ผลงานทั้ง 2 ชิ้น ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว และได้รับรางวัลพิเศษ honorable mention ในงานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ครั้งที่ 45 เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด กำจัดพาราควอท สารพาราควอท (Paraquat) หรือชื่อทางการค้าคือ กรัมม็อกโซน (Gramoxone) เป็นสา
แปลงเตยหอมสีเขียวสดๆ ที่เห็นอยู่นี้อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยพื้นที่นี้เคยใช้ปลูกข้าว แต่ด้วยปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และพื้นที่ขาดแคลนน้ำไม่สามารถทำนาปรังได้ ทำให้เกษตรกรอย่าง คุณโพธิ์ ภูฆัง ได้ปรับพื้นที่นามาปลูกเตยหอมแทน เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกและดูแลง่าย และตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง คุณโพธิ์ บอกว่า เตยหอมเป็นพืชที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ เป็นได้ทั้งอาหารและสมุนไพรแปรรูปส่งออกไปยังต่างประเทศอีกทั้งเป็นพืชที่ปลูก และดูแลง่ายกว่าพืชชนิดอื่นๆ ถึงแม้การปลูกเตยหอมจะลงทุนสูงกว่าพืชอื่น เนื่องจากต้องมีตาข่ายพรางแสงในลักษณะโรงเรือน แต่ปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บผลผลิตได้นาน 10 ปี เรียกว่าเก็บกินกันยาวๆ สำหรับการปลูกเตยหอม คุณโพธิ์ บอกว่าต้องให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมแปลงปลูกให้ดูแลและเข้าจัดการง่าย โดยแปลงจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีท่อระบายน้ำต่อออกมายังบ่อพักน้ำที่หัวแปลงแต่และแปลง ไล่ระดับสูงมาต่ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก เนื่องจากเตยหอมชอบน้ำหมุนเวียน อีกทั้งในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำปริมาณมาก ต้องผันน้ำออกจากแปลง ไม่ให้ท้วมขังภายในแปลง นอกจากนี้ ระหว่างแปลงจะทำทางเดิน
ข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 เกิดจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมี ผศ.ดร. วราภรณ์ แสงทอง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับกรมการข้าว ทำการศึกษาทั้งภายในมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัยข้าว กรมการข้าว และแปลงนาของเกษตรกร ใช้เวลานาน 13 ปี เป็นข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเป็นข้าวเหนียวหอม ลำต้นเตี้ย เหมาะสำหรับใช้รถเกี่ยวที่เกษตรกรนิยมใช้กันในปัจจุบัน ให้ผลผลิตดี เป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวแสง ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ผ่านการรับรองพันธุ์พร้อมขยายให้แก่เกษตรกร ประวัติ ข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 ทำการผสมพันธุ์ครั้งแรกในฤดูนาปี 2547 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยใช้ข้าวเจ้าหอมพันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นพันธุ์รับผสมกับข้าวเหนียวหอมพันธุ์ กข 6 ปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก ทำการผสมกลับ 4 ครั้ง (ภาษาวิชาการใช้ คำว่า ชั่ว) จากนั้นจึงศึกษาพันธุ์โดยปลูก 4 แถว จำนวน 2 ฤดู คือ นาปี 2551 และนาปรัง 2552 จากนั้นจึงทดสอบผลผลิตภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนาปีและนาปรัง ในปี 2553 ต่อมาในปี 2555 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ทำความตกลงความร่วมมือกับกรมการข้าว ทำการปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีวิจ
พื้นที่ อ. ลาดหลุมแก้ว จ. ปทุมธานี แม้จะมีโรงงาน และโครงการที่พักอาศัยเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของประเทศ ข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี ระบุว่าปีพ.ศ. 2558 มีอยู่กว่า 404,700 ไร่ หรือ 42% ของพื้นที่จังหวัดทั้งหมด โดยยังมีเกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนา และปลูกพืชสวนเป็นหลักอยู่ แต่เกือบทั้งหมดยังเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว มีการใช้สารเคมีสูง ทำให้ประสบปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิต และราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน เกษตรกรต้องไถกลบหรือถอนผลผลิตทิ้ง เนื่องจากไม่คุ้มทุนกับค่าแรงงานในการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ในช่วงที่สินค้าเกษตรมีภาวะตกต่ำ อีกทั้งการใช้สารเคมีไม่ถูกหลัก ส่งผลต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ที่สำคัญทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อทรัพยากรธรรมชาติ ผืนดิน และแหล่งน้ำ นายสมคิด พานทอง เกษตรกรในพื้นที่เจ้าของแปลงกระเพราป่ากว่า 15 ไร่ ที่วันนี้ได้พลิกฟื้นชีวิต หลังจากได้เข้าไปศึกษาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร กับบริษัท ซีพีแรม จำกัด โรงงานลาดหลุมแก้ว ใน ‘โครงการเรียนรู้คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืน’ ได้รับความรู้ในการปลูกพืชภายใต้ จีเอพี ( GAP : Good Agricultur
กรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งเป้าระยะยาวพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer มีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ทั้งในระดับจังหวัด เขต และประเทศไม่น้อยกว่า 58,520 ราย เพื่อเป็นบุคลากรสำคัญในภาคการเกษตร นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer นับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ที่มีทิศทางแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นการเตรียมพร้อมกับการสร้างบุคลากรด้านการเกษตรรุ่นใหม่ให้มีความทันสมัยและทำการเกษตรอยู่ได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ให้เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ 20 ปี ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเกิดเครือข่าย Young Smart Farmer ทั้งระดับจังหวัด เขต และประเทศ ไม่น้อยกว่า 58,520 ราย สำหรับแนวทางการสร้างและพัฒนา Young Smart Farmer เพื่อเป็นบุคลากรที่สำคัญในภาคการเกษตร มีวัตถุประสงค์หลัก 1.เพื่อให้ทันกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2.สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร 3.เสริมสร้างให้เกิดความภาคภูมิใจและความมั่นคงในการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยที่เกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องสามารถเป
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 เจาะพื้นที่พิษณุโลก ศึกษาสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ระบุชัด 4 สินค้าน่าจับตามอง อ้อยโรงงาน มะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออก กล้วยน้ำว้า และพืชผัก แนะดึง Agri-Map Online ช่วยบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในพื้นที่เหมาะสม และพัฒนาพื้นที่ไม่เหมาะสมทั้งด้านดิน แหล่งน้ำ และปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับการผลิต นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรจังหวัดพิษณุโลก โดยการใช้แผนที่เพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) โดยในส่วนของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ได้ศึกษาสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์อุปทาน และมีต้นทุนผลตอบแทนที่คุ้มค่าทดแทนการปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม จากการศึกษาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พบว่า มีสินค้าที่น่าสนใจ 4 ชนิด ได้แก่ 1) อ้อยโรงงาน เนื่องจากมีโรงงานในพื้นที่ภาคเหนือรองรับผลผลิตมากถึง 9 แห่ง มีหน่วยงานกำกับดูแลอุต
เชื่อว่าถ้าพูดถึงราชาผลไม้อย่าง ทุเรียน หลายท่านคงนึกถึงแหล่งปลูกฝั่งภาคตะวันออก อย่าง จังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด หรือแหล่งใกล้กรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงคือ จังหวัดนนทบุรี แต่ครั้งนี้ท่านผู้อ่านอาจต้องแปลกใจ เพราะคราวนี้เราจะพูดถึงแหล่งปลูกทุเรียนใกล้กรุงเทพฯ อีกแห่งคือ ที่จังหวัดปทุมธานี หรือจะเรียกได้ว่าสวนแห่งนี้เป็นสวนทุเรียนแห่งแรกในจังหวัดปทุมธานีก็ว่าได้ นับว่าเป็นข่าวดีไม่น้อยสำหรับท่านที่ชื่นชอบทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ถึงหน้าทุเรียนอยากจะรับประทานทุเรียนรสชาติดีๆ สักทีก็ไม่ต้องไปไกลแล้ว แต่ขอกระซิบนิดหนึ่งว่า ด้วยความที่สวนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่มาก จึงทำให้ผลผลิตหมดเร็ว ถ้าอยากรับประทานทุเรียนอร่อยๆ ต้องรีบจอง คุณสุพจน์ ตันพิชัย คือเจ้าของ “สวนทุเรียนหมอนทองพลัดถิ่น” คลองเก้า บ้านเลขที่ 9/8 หมู่ที่ 7 ตำบลบึงสามกา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี คุณสุพจน์ มีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ทำสวนส้มเขียวหวานมาก่อน ปลูกส้มตั้งแต่ พ.ศ. 2531 แต่ต้องโค่นสวนส้มทิ้ง เหตุเพราะช่วงนั้นเกิดอาการโรคลูกร่วง โรคระบาด ส้มโตได้เท่าลูกมะนาวผลก็หลุด ไม่คุ้มทุน จึงเริ่มปลูกทุเรียนลงไป ในช่วงที่ปลูกส
เป็นอันว่าเนื้อหาบรรยายกล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า สำหรับภาคเช้าเสร็จสิ้นเรียบร้อย สาระสำคัญของเนื้อหาจากวิทยากรทุกท่านถูกถ่ายทอดลงในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านครบทุกท่าน ขณะเดียวกัน หากท่านติดตามมาตลอดทุกตอนจะเห็นว่าทุกท่านปล่อยความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ไม่มีเก็บ จนเมื่อมาถึงช่วงท้ายรายการจึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสัมมนาได้ถามปัญหาข้อสงสัยจากวิทยากรแต่ละท่าน ถาม – ชื่อไพบูลย์ มีอาชีพทนายความมาจากจังหวัดศรีสะเกษ แล้วชอบงานเกษตรกรรมมาก พร้อมกับได้ติดตามงานสัมมนาของเทคโนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้มาเข้าร่วมสัมมนาไผ่ จากนั้นนำไปต่อยอดจนขณะนี้มีอาชีพสวนไผ่เพิ่มขึ้น แล้วยังส่งไผ่ไปขายต่างประเทศได้รับความสนใจดี สำหรับการมาร่วมสัมมนาเรื่องกล้วยในครั้งนี้ เท่าที่ฟังจากวิทยากรทุกท่านล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่อยากจะทราบว่าเคยปลูกกล้วยแล้วไม่ประสบความสำเร็จบ้างไหม ส่วนตัวผมเองได้ปลูกกล้วยน้ำว้าไว้บ้างเหมือนกัน แล้วพบปัญหาเรื่องแมลงหนอนกอกับโรคตายพราย ซึ่งสร้างปัญหาต่อการปลูกกล้วยอย่างมาก ดังนั้น จึงขอทราบแนวทางในการป้องกันและกำจัด อีกประเด็นคือมีความสนใจที่จะปลูกมะพร้าวน้ำหอม
