พืชทำเงิน
ระกำ กับ สะละ จัดอยู่ในวงศ์ปาล์มเหมือนกัน พืชทั้งสองมีรูปร่างลักษณะลำต้นและผลคล้ายกันมาก จนเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะออกจากกันได้ อีกทั้งแหล่งปลูกอยู่ในบริเวณที่ลุ่ม ฝนตกชุก แถบจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด อาจมีปลูกบ้างที่ภาคใต้บางจังหวัด ความเหมือนอีกประการหนึ่งคือพืชทั้งสองแยกเพศกันอยู่คนละต้น จึงมีต้นเพศผู้กับต้นเพศเมีย กรณีที่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด จะได้ต้นเพศผู้ 50-70 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การขยายพันธุ์จึงต้องใช้แยกหน่อ หรือนำต้นที่อายุมากแล้วนำมาตัดเป็นท่อน ยาวท่อนละ 30 เซนติเมตร นำไปชำในวัสดุเพาะชำ ต้นที่ได้ก็จะเหมือนต้นแม่ทุกประการ พันธุ์ระกำไม่มีบันทึกไว้ว่ามีกี่พันธุ์ สะละหม้อ สะละเนินวง และสะละพันธุ์สุมาลี ส่วนความแตกต่างที่มองเห็นได้ชัดเจนคือ ระกำ ใน 1 ผล มี 4 เมล็ด หรือ 4 พู แต่สะละใน 1 ผล มี 2 เมล็ด หรือ 2 พู อาจพบว่ามี 3 พู แต่พูที่ 3 มักลีบหรือฝ่อไปไม่สมบูรณ์ มักมีคำถามเสมอว่า การนำเอาละอองเกสรเพศผู้ของระกำไปผสมกับเกสรเพศเมียของสะละ ผลที่ได้คุณภาพของผลสะละจะแปรเปลี่ยนไปหรือไม่ คำตอบคือผลของสะละที่เกิดจากการผสมข้ามที่ได้จะเหมือนกับต้นแม่ทุกประการ ไม่มีเปลี่ยนแปลง เป็นไปตามทฤษฎ
ในยุคหนึ่งมนุษย์ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติเพื่อแสวงหาความสะดวกสบายและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับตัวเอง จนทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมามากมาย เรื่องการอนุรักษ์จึงถูกหยิบยกมาพูดถึงเรื่อยมา โดยเฉพาะในด้านการเกษตร ดังเช่น โครงการอบรมเสวนา “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ” ที่นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรจัดขึ้น โดยมี “จุลินทรีย์” เป็นพระเอกของงาน ร่วมด้วยวิทยากรจากหลากหลายที่มา แต่ครอบคลุมความรู้ในทุกประเด็นจุลินทรย์กับการเกษตร ประเดิมที่ นายพลอีเอ็ม พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้ทุ่มเทด้านอีเอ็มมากว่า 20 ปี พล.อ.พิเชษฐ์อธิบายว่า จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorganisms) หรืออีเอ็ม เป็นจุลินทรีย์เลียนแบบธรรมชาติ ในกลุ่มที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยให้พืชเจริญงอกงามโดยไม่ใช้สารเคมีและเป็นไปอย่างยั่งยืน “สำหรับการเลือกใช้อีเอ็ม เพราะเป็นจุลินทรีย์ที่ กฟผ. หรือผมใช้มานานแล้ว เรามองว่าเป็นกระบวนการที่ดีที่สุดที่เจอมา แต่ยังมีจุลินทรีย์กลุ่มที่ดีอีกหลายชนิดที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งนอกจากจะใช้ในการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิต
กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งขับเคลื่อน ศพก.ประชุมเครือข่ายระดับประเทศ ชี้แจงระเบียบบริหาร ศพก. เพื่อการดำเนินงานอย่างมั่นคง พร้อมเสริมทัพด้วยโครงการ 9101 กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยใช้ ศพก.เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ศพก.ได้ดำเนินงานมาอย่างเป็นระบบและมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ไปสู่การเติบโตในภาคเกษตรอย่างเห็นได้ชัด จากจีดีพีภาคเกษตรที่เคยติดลบก็กลับมาเป็นบวก ตรงนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้มีความยั่งยืนได้ต่อไป สำหรับการประชุมเครือข่าย ศพก.ระดับประเทศในครั้งนี้เป็นการจัดประชุมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยมีตัวแทนของแต่ละเขตทั้ง 9 เขต เข้าร่วมประชุม พร้อมกับชี้แจงผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อนำความก้าวหน้าและปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นมาตกผลึกและหาแนวทางการแก้ไขร่วมกัน รวมถึงแนวทางการพัฒนา ศพก.ในก้าวต่อ
คราม (Indigofera) เป็นพืชตระกูลถั่ว ชนิดหนึ่ง และเป็นพืชที่ให้สีธรรมชาติที่ตลาดมีความต้องการสูง ขณะนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัดที่ปลูกลูกครามเชิงการค้าโดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร มีการปลูกครามอย่างแพร่หลายทั้งการปลูกเป็นพืชเดี่ยวและปลูกตามหัวไร่ปลายนา สำหรับพันธุ์ครามที่ปลูกมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ครามสายพันธุ์ฝักงอ (ให้เฉดสีน้ำเงินถึงกรมท่าเข้ม) และสายพันธุ์ฝักตรง (ให้เฉดสีฟ้า) ซึ่งเกษตรกรมีการตัดต้นและใบครามมาผลิตเป็นเนื้อครามหรือ “ครามเปียก” จำหน่ายให้กับผู้ใช้ครามเพื่อย้อมสีเส้นใยและย้อมผ้าโดยครามเปียกมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 100-150 บาท/กิโลกรัม ซึ่งในช่วงฤดูแล้งความเปียกจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกครามได้เป็นอย่างมาก การปลูกครามแซมในแปลงหม่อน แนะนำให้ปลูกห่างจากแถว 1 เมตร ระหว่างต้น 50 เซนติเมตร แต่ถ้าร่องหม่อนกว้าง 2-3 เมตร สามารถที่จะปลูกครามได้ 2 แถว ระยะห่างระหว่างแถว 1 เมตร ระหว่างต้น 30 เซนติเมตร แต่ถ้าร่องหม่อนแคบก็ให้ปลูกครามแซมเพียงแถวเดียวโดยใช้วิธีการหยอดหรือหว่านเมล็ด และก่อนที่จะปลูกครามต้องตัดต้นหม่อน ในลักษณะตัดต่ำ เนื
หนอนหัวดำมะพร้าว เป็นแมลงศัตรูมะพร้าวต่างถิ่นที่ระบาดเข้ามาในไทย พบการระบาดครั้งแรกที่ประจวบคีรีขันธ์ หนอนหัวดำมะพร้าวเข้าทำลายใบเฉพาะระยะตัวหนอนเท่านั้น โดยจะแทะกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบ โดยเฉพาะใบแก่ หากการทำลายรุนแรงจะทำลายก้านทางใบ จั่น และผลมะพร้าว ต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวลงทำลายจะมีใบแห้ง และมีสีน้ำตาล ผลผลิตลดลง หากการทำลายรุนแรงอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้ หนอนหัวดำมะพร้าวสามารถแพร่กระจายตัวโดยติดไปกับต้นกล้ามะพร้าว หรือปาล์มประดับ ผลมะพร้าว หรือส่วนใบมะพร้าวที่มาจากแหล่งที่มีการระบาดแล้วนำเข้าไปในพื้นที่ใหม่ ดังนั้นหนอนหัวดำจึงจัดเป็นแมลงศัตรูสำคัญของต้นมะพร้าวที่กำลังแพร่ขยายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จังหวัดศรีสะเกษ แม้จะมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวไม่มาก แต่ชาวบ้านก็ใช้ประโยชน์จากมะพร้าวในการบริโภค อีกทั้งในบางพื้นที่มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ ชาวบ้านเริ่มมองมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจ เพราะสามารถส่งขายให้แก่นักท่องเที่ยว และส่งขายประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาสูงกว่าด้วย ฉะนั้น หากหนอนหัวดำเกิดระบาดขึ้นในพื้นที่อาจส่งผลเสียหายต่อรายได้เกษตรกรทันที “โครงการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว ด้วย
อบเชย คอลัมน์ รู้ไปโม้ด น้าชาติ ประชาชื่น [email protected] น้าชาติ ขอข้อมูลประโยชน์ของอบเชย ปูเป้ ตอบ ปูเป้ อบเชย ชื่อสามัญ Cinnamon, Cassia ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum spp. อบเชยที่คุ้นเคยกันคือชื่อของเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอม ได้มาจากเปลือกไม้ชั้นในที่แห้งแล้วของต้นอบเชย แท่งอบเชยมีสีน้ำตาลแดง มีลักษณะเหมือนแผ่นไม้แห้งที่หดงอหลังจากโดนความชื้น การใช้ประโยชน์ยอดนิยมของอบเชยคือนำไปประกอบในเครื่องแกง เช่น พริกแกงกะหรี่ หรือใช้ร่วมกับโป๊ยกั้กในอาหารคาวประเภทพะโล้ เนื้อตุ๋น ขณะที่แถบตะวันตกมักใส่อบเชยในของหวาน เช่น ซินนามอนโรล หรือใช้ผงอบเชยละเอียดโรยหน้ากาแฟใส่นม ใช้ผงอบเชยกับน้ำตาลโรยหน้าเพรตเซล ทั้งยังมีลูกอม หมากฝรั่ง และยาสีฟันรสอบเชย อบเชยมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติหรือสรรพคุณทางยาใกล้เคียงกัน นำมาใช้แทนกันได้ พันธุ์ที่มีชื่อเสียงคุณภาพดีและราคาแพงที่สุด คือสายพันธุ์จากศรีลังกา อบเชย สายพันธุ์จากจีนจะอ่อนที่สุด ส่วนอบเชยไทยไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะเปลือกหนาและไม่หอม บางข้อมูลระบุว่า อบเชยญวนมีคุณภาพสูงสุด รองลงมาคืออบเชยจีน และอบเชยเทศ ทั้งนี้ ส่วนประกอบข
คนในเมืองโดยเฉพาะคนชั้นกลางทุกวันนี้ สนใจในเรื่องสุขภาพและอาหาร ซึ่งถือว่า เป็นกระแสทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ การปลูกผักในเมืองจึงเป็นที่สนใจและมีการเปิดอบรมอย่างกว้างขวางในบ้านเรา ครอบครัวของคมสัน หุตะแพทย์ เผยแพร่ความรู้เรื่องการพึ่งพาตนเองภายในบ้านมาเป็น เวลานาน ตั้งแต่สมัยลูกสาวทั้งสามคนยังเป็นเด็กเล็กๆ ผ่านไปเกือบ 20 ปี เด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงานทำการแล้ว ก็ยังมาเป็นกำลังสำคัญช่วยคุณพ่อให้ความรู้ แบ่งปันประสบการณ์เรื่องการปลูกผัก การพึ่งพาตนเองภายในบ้านในหลายๆ ด้านให้ผู้ที่สนใจ ตั้งแต่เด็กจนโต สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำให้เห็นและชักชวนให้ลงมือทำกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างกลมกลืน ทุกวันนี้ฝ้าย ฝน และ ฟ้า หุตะแพทย์ ใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวิทยากรอบรมปลูกผัก สอนทำอาหาร และช่วยคุณพ่ออบรมเรื่อง โซลาร์เซลล์ พลังงานทดแทน เป็นประจำทุกเดือน ที่สวนผักบ้านคุณตา ในซอยสุขุมวิท 62 กรุงเทพมหานคร สวนผักบ้านคุณตา เป็นศูนย์อบรมเกษตรในเมือง เปิดให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหันกลับมาพึ่งพาตัวเองภายในบ้าน มีการเปิดอบรมทุกเดือนในหลักสูตรเกี่ยวกับการปลูกผักสวนครัวภ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายรุจน์ประทีป ธรรมรพีภัทร์ นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเกี่ยวข้าวแปลงนาสาธิตพันธุ์ไรช์เบอรี่ โครงการเกษตรอินทรีย์วัดห้วยมงคล ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวทางพระราชดำริด้านเกษตรผสมผสาน ที่แปลงนาสาธิตวัดห้วยมงคล โดยมีเกษตรกรจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวแบบอินทรีย์ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นพระครูปภัสสรวรพินิจ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล กล่าวว่า แปลงนาพันธุ์ข้าวไรช์เบอรรี่นี้ เป็นแปลงนาตัวอย่างเพื่อให้เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และพื้นที่ใกล้เคียงได้ศึกษาหาความรู้วิธีการปลูกข้าวปลอดสารเคมี เกษตรอินทรีย์โดยยึดหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำริ สำหรับแปลงนาสาธิตมีพื้นที่จำนวน 5 ไร่ เป็นแบบนาหว่านและนาดำ ใช้ระยะเวลาปลูกตั้งแต่หว่านพันธุ์เมล็ดถึงเวลาเก็บเกี่ยวรวม 130 วัน ได้ผลผลิตประมาณ700กิโลกรัมต่อไร่ รวมผลผลิตทั้งหมด ประมาณ 3 ตัน จากนั้นจะนำเม็ดพันธ์ข้าวส่วนหนึ่งแจกให้เกษตรกรที่สนใจไปปลูก สำหรับที่เหลือจะนำเข้าโรงสี แปรรูปเพื่อไปใช้ในประกอบอาหารโรงทานของวัด ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบสักการะหลวงพ่อทวดองค์ใ
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.จิโรจน์ พีระเกียรติขจร อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตตรัง ใช้ช่วงชีวิตในวัยเกษียณ เปิดศูนย์เรียนรู้ สร้างโรงเรือน 1 หลัง 3 ห้อง มีห้องเพาะเชื้อ ห้องบ่ม ห้องเพาะเลี้ยง มีพื้นที่ขนาดกว้าง 4 เมตร ทำฟาร์มเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู จำนวนกว่า 20,000 ก้อน โดยการลงมือเพาะเชื้อเอง ตั้งแต่กรรมวิธีการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนแรก การผสมรำกับสารอาหาร การบรรจุถุง อบด้วยระบบไอน้ำเพื่อการฆ่าเชื้อ การเพาะเชื้อ การบ่ม และการเพาะเลี้ยงให้เจริญเติบโตก่อนการเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาด ผศ.ดร.จิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวใต้ โดยเฉพาะชาวตรังมักนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว พวกยางพาราและปาล์ม ซึ่งพืชพวกนี้ไม่ได้มาบริโภคในจังหวัด โดยลืมมองพืชเกษตรที่กินได้โดยตรง และตลาดต้องการที่ยังมีแนวโน้มที่สูงมาก อย่างเช่น เห็ด ขณะนี้ตนได้ผลิตและขายไม่ทันเพราะมีโรงงานไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้น ตนจึงอยากให้วิสาหกิจชุมชนหรือชุมชนได้มาผลิตโรงงานเล็กๆ ลำพังผลิตเจ้าเดียวทำไม่ทันเพราะต้องใช้พื้นที่เยอะ อยากให้คนตรังหรือคนที่ปลูกยางพาราลองหันมาเพาะเห็ดดู เพราะเห็ดใช้พื้นที่ไม่มาก และโ
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ชาวบ้านไร่ตก หมู่ 6 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา หมู่บ้านชายแดนไทยมาเลเซีย รวมตัวกันตั้งกลุ่มเพาะเห็ดโคนน้อยตามโครงการ “สัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเสริมสร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ได้รับงบสนับสนุนงบประมาณ 16,000 บาท เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนเพาะเห็ดโคนน้อย เช่นซื้ออุปกรณ์และปัจจัยการผลิตต่างๆ และมีผู้เชี่ยวชาญในการเพาะเห็ดโคนน้อยมาแนะนำเทคนิคการเพาะเห็ดโคนน้อย นายเปรม สุวรรณรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ประธานกลุ่มกล่าวว่า การเพาะเห็ดโคนน้อยจะใช้วัสดุหลักเป็นขี้เลื่อยจากไม้ยางพารา ซึ่งจะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีกว่าขี้เลื่อยจากไม้อื่น “สูตรการทำใช้ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม รำข้าว 8 กิโลกรัม ยิปซั่ม ปูนขาว ภูไมท์ ยูเรีย อย่างละ 1 กิโลกรัม ดีเกลือ 200 กรัม นำน้ำมาผสมกับดีเกลือและยูเรียคนให้ละลาย ผสมให้เข้ากัน แล้วนำน้ำที่ผสมดีเกลือกับยูเรียค่อยๆ รดลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 1-2 วัน นำส่วนผสมที่ได้มาใส่ถุงพลาสติกอัดให้แน่นน้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม มัดปากถุง โดยใช้จุกพลาสติก อัตราส่วนที่ผสมกันจะได้ 120 ถุง” นายเปรมกล่าวว่า นำไปนึ่งในถังเ
