พืชทำเงิน
“ทฤษฎีใหม่” ทฤษฎีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยใช้แนวคิดแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตร ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้วางรากฐานและพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรได้มีชีวิตอยู่โดยหลุดพ้นบ่วงแห่งความยากจน หลายชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ปรับใช้กับอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้กับครอบครัว ดังเช่น คุณณรงค์ กลิ่นถือศีล ที่วันนี้เขาหันหลังให้กับเงิน เดินกลับมารับหน้าที่เป็นหมอดินอาสาประจำตำบลทุ่งบัว อำเภอนครชัยศรี พัฒนาสานอาชีพเกษตรกรรมต่อจากพ่อแม่ คุณณรงค์ หรือ ป๊อป เล่าให้ฟังว่า ตนเรียนจบด้านศิลปะ เคยทำงานออกแบบดิสเพลย์สินค้าให้แก่บริษัทในกรุงเทพฯ ก่อนไปเป็นทหารรับใช้ชาติ 2 ปี หลังจากหมดหน้าที่ตั้งใจจะกลับไปหางานทำใหม่อีกครั้งในกรุงเทพฯ แต่ในขณะเดียวกัน จังหวะนั้นทางบ้านประสบปัญหาทางการเงิน เป็นหนี้ที่เกิดจากการลงทุนทำนา “หนี้สินที่เกิดขึ้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ หมดไปกับปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนพืช และสารเคมีต่างๆ ครับ เนื่องจากที่ผ่านมาครอบครัวมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีน้อย จะฉีดพ่นส
การปลูกมะม่วงทั่วประเทศไทย มีเกษตรกรกว่า 259,276 ครัวเรือน เนื้อที่ให้ผลผลิตกว่า 816,467 ไร่ โดยพื้นที่กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือมากที่สุดถึงร้อยละ 42 และอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกว่า2 แสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก กว่าแสนไร่ รองลงมาคือ สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และตาก ภาคเหนือตอนล่าง..ทำเลทองของการปลูกมะม่วงส่งออก ปัจจุบันภาคเหนือตอนล่าง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตมะม่วงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากการปลูกมะม่วงแค่ 2 ต้นเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวของ “ ลุงสมหมาย บัวผัน ”เกษตรกรรายหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เมื่อ 30 ปีก่อน ปรากฏว่า มะม่วงที่ปลูกให้ผลผลิตที่ดีและขายได้ราคาดีกว่าพืชชนิดอื่น สร้างแรงจูงใจให้ลุงสมหมายและเกษตรกรในท้องถิ่นหันมาสนใจปลูกมะม่วงเป็นอาชีพกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันในเวลาต่อมา คุณสายันต์ บุญยิ่ง (โทร.081-887-1964 ) เจ้าของสวนมะม่วงชื่อ “สวนสมบัติ” ในพื้นที่ตำบลวังทับไทรและเป็นเลขาธิการสมาคมชาวสวนมะม่วงแห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 30
พูดถึงนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดในบ้านเรา ชื่อของ ดร.ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีผลงานมากมาย ที่สำคัญท่านเป็น 1 ใน 5 ของนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ปัจจุบันเป็นเจ้าของ บริษัท สวีทซีดส์ จำกัด จุดเด่น หวานกรอบอร่อย ล่าสุดผลงานของด็อกเตอร์ผู้นี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพันธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม ที่ผ่านมาการพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง นอกจาก ดร. ทวีศักดิ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท สวีทซีดส์ จำกัด จะเป็นตัวหลักแล้ว ยังมีลูกสาววัย 32 ปี คุณรวิกานต์ ภู่หลำ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ โดยเป็นเจ้าของโครงการนี้ เรียกว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นจริงๆ เพราะเธอเรียนจบปริญญาโท สาขาปรับปร
ในตอนเช้ามีหมอกลง กลางวันอากาศร้อน และมีฝนตกเล็กน้อยเช่นนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนส้มเปลือกล่อนเฝ้าระวังแมลงศัตรูพืช 3 ชนิด คือเพลี้ยไก่แจ้ส้ม เพลี้ยไฟ และหนอนชอนใบส้ม จะพบในระยะที่ส้มแตกยอดอ่อนและติดผล สำหรับเพลี้ยไก่แจ้ส้ม เกษตรกรควรสังเกตตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากตาและยอดอ่อน โดยตัวอ่อนจะกลั่นสารสีขาวเป็นเส้นด้ายทำให้เกิดราดำ ใบถูกทำลายจะหงิกงอและแห้งเหี่ยว อีกทั้งเพลี้ยยังเป็นพาหะของโรคกรีนนิ่งที่สามารถแพร่กระจายไปเกือบทุกแหล่งที่ปลูกส้ม ทำให้ต้นส้มทรุดโทรมและตายในที่สุด ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นส้มในระยะแตกตาและยอดอ่อน หากสุ่มพบเพลี้ยไก่แจ้ส้ม 5 ยอด ต่อต้น จำนวน 10-20 ต้น ต่อสวน ควรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 8 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 1 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ล ยูพี อัตรา 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วนเพลี้ยไฟ จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยใช้ปากเขี่ยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อนและผลอ่อน ส่งผลให้ใบผิดปกติ แคบเรียว กร้าน มักพบเพลี้ยไฟทำลายรุนแรงในระยะผลอ่อน ตั้งแต่กลีบดอกร่วงจนถึงผลส้ม มีเส้นผ
การทำสวนผลไม้ เช่น สวนส้มโอ ต้นไม้ผลที่จะปลูกจะต้องปลูกขวางตะวัน เพราะจะช่วยระบายลมถ้ามีอากาศร้อน ต้นไม้จะได้รับแสงแดดทั้งเช้าและเย็น มีการเจริญเติบโตที่ดี “ส้มโอ” เป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่เป็นพืชรากตื้นและหากินที่ผิวดิน การเตรียมดินและบำรุงดินจะต้องดี ควบคุมการให้น้ำส้มโออย่างพอเหมาะ เพราะส้มโอเป็นพืชชอบน้ำแต่กลัวน้ำขังแฉะ หลายคนทราบดีว่า ส้มโอไทยเป็นหนึ่งในโลก โดยเฉพาะพันธุ์ขาวน้ำผึ้งและพันธุ์ทองดี มีตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา ส้มโอ เป็นไม้ผลที่มีปัญหาเรื่องการตลาดน้อยมาก และเป็นไม้ผลที่ขายได้ราคาดีแม้ว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงฤดูกาล คุณพงษ์พัน เมืองทอง เจ้าของสวน “เมืองทอง” บ้านเลขที่ 133/3 หมู่ที่ 8 ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตรศ โทร. (089) 267-9764 ตัวอย่างเกษตรกรที่ปลูก “ส้มโอพันธุ์ทองดี” มานาน และปัจจุบันนั้นเน้นผลผลิตส้มโอทองดีเพื่อส่งออกเกือบทั้งหมด เนื่องจากมีราคารับซื้อที่สูงกว่าราคาซื้อขายส้มโอภายในประเทศ แต่ชาวสวนก็ต้องทำผลผลิตส้มโอออกมาให้มีคุณภาพตามที่ผู้ค้าส่งออกต้องการเช่นกัน ดูแลผิวส้มโอให้สวย ต้องการให้
กลุ่มประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น และอยู่ใต้เส้นศูนย์สูตร เช่น พม่า ศรีลังกา อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย (เฉพาะเขตตอนบน) และฟิลิปปินส์(เฉพาะเขตตอนใต้) สามารถปลูกทุเรียน “ ราชาแห่งผลไม้ ” สำหรับเมืองไทยปลูกทุเรียนมานาน มีสายพันธุ์ทุเรียนโบราณมากกว่าร้อยสายพันธุ์ กลุ่มส่งเสริมการผลิตไม้ผล สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า หากนำมาจำแนกกลุ่มพันธุ์ทุเรียนจากลักษณะที่ค่อนข้างคงที่ ไม่แปรปรวนไปตามสภาพแวดล้อม ได้แก่ รูปร่างใบ ปลายใบ ฐานใบ ทรงผล และหนามผล สามารถจำแนกกลุ่มพันธุ์ทุเรียน ได้เป็น 6 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มกบ มีลักษณะรูปร่างใบเป็นแบบ oval-oblong ลักษณะปลายใบเป็นแบบ acuminate-curve ลักษณะฐานใบเป็นแบบ rounded-obtuse ลักษณะทรงผลของกลุ่มกบนี้จะกระจายอยู่ใน 3 ลักษณะ คือ กลม กลมรี กลมแป้น มีรูปร่างของหนามผลมีลักษณะโค้งงอ สำหรับทุเรียนพันธุ์ต่างๆ ที่จำแนกให้อยู่ในกลุ่มกบ มีทั้งสิ้น 46 พันธุ์ ได้แก่ กบแม่เฒ่า กบเล็บเหยี่ยว กบตาขำ กบพิกุล กบวัดกล้วย กบชายน้ำ กบสาวน้อย (กบก้านสั้น) กบสุวรรณ กบเจ้าคุณ กบตาท้วม (กบดำ) กบตาปุ่น กบหน้าศาล กบจำปา (กบแข้งสิงห์) กบเบา กบร
จากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยแล้งอย่างรุนแรงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งของเกษตรกรในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างสูง ทำให้รัฐบาลใช้มาตรการความช่วยเหลือด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชอายุสั้น ทนแล้ง ทดแทนการปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างข้าว โดยพืชที่รัฐบาลเข้ามาส่งเสริมมีด้วยกันหลายชนิด ซึ่งมีความเหมาะสมปลูกแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ อาทิ ปอเทือง พืชตระกูลถั่วต่างๆ และข้าวโพด นายเสน่ห์ แทนรอด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 10 บ้านหัวเด่น อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เกษตรกรต้นแบบการปลูกข้าวโพดที่ประสบความสำเร็จจากการส่งเสริมของภาครัฐในพื้นที่จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จังหวัดชัยนาทเป็นหนึ่งในหลายจังหวัดที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้เกษตรกรไม่มีน้ำเพียงพอที่จะเพาะปลูกข้าว เนื่องจากเกษตรกรในจังหวัดชัยนาทมีการทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักที่สำคัญ จึงทำให้เกษตรกรมีความป็นอยู่ที่แย่ลง เนื่องจากขาดรายได้จากการทำนาไป ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงมีนโยบายการลดพื้นที่การทำนาในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง พร้อมกับส่งเสริมการปลูกพืชอายุสั้นทนแล้งทดแทน โดยในพื้นที่จังหวัดชัยนาท
นับจากราวเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายน ของทุกปี หากใครมีโอกาสเดินทางผ่านเข้าเมืองนครนายกจะพบเห็นไม้ผลลูกกลมสีเหลืองที่ร้อยเป็นพวงสวยงามแขวนไว้หน้าร้านตลอดสองข้างทาง แล้วต้องบอกว่านั่นคือมะยงชิด ชื่อมะยงชิดมักถูกเรียกคู่กับมะปราง จนเกิดคำถามว่าทั้งสองอย่างเป็นผลไม้พี่น้องกันหรือ แต่หลังจากสืบค้นจนทั่วแล้วพบว่าเป็นไม้ผลกลุ่มเดียวกัน ประวัติที่มาถูกเริ่มต้นจากมะปรางก่อน จากนั้นถูกนำมาปลูกหลายแห่งจนกลายพันธุ์เป็นมะยงชิด เพราะมีรสหวาน กรอบ ผลขนาดใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค แต่กระนั้นมะปรางก็ยังคงมีอยู่ เพียงแต่รูปร่างลักษณะผลเหมือนกันกับมะยงชิด เพราะฉะนั้น ความสับสนเช่นนี้คงมีชาวบ้านที่ปลูกในพื้นที่เท่านั้นที่แยกออกด้วยการชิม และไม่ว่าอย่างไรผู้คนมักรู้จักผลไม้ลูกกลมสีเหลืองนี้ว่ามะปรางหวาน-มะยงชิด ทั้งนี้ มะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นไม้ผลพื้นเมืองที่น่าจับตามอง เป็นที่ต้องการของตลาดสูง แถมมีราคาจำหน่ายค่อนข้างแพง เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ออกตามฤดูกาล และมีพื้นที่การปลูกค่อนข้างน้อย ชาวนครนายกปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิดกันมาเป็นเวลายาวนาน จึงถือได้ว่าเป็นแหล่งมะปรางหวาน-มะยงชิดที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติแล
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในช่วงนี้กลางวันจะมีอากาศร้อน มีลม และกลางคืนมีอากาศเย็น กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกชี้ฟ้าให้เฝ้าระวังการระบาดของเพลี้ยอ่อน และไรขาว มักพบการเข้าทำลายในระยะที่ต้นพริกแตกใบอ่อน สำหรับเพลี้ยอ่อน จะทำให้ใบและยอดอ่อนหงิกงอ บิดเบี้ยว ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการออกดอกติดผลพริก ให้เกษตรกรใช้วิธีเขตกรรมกำจัดวัชพืชในแปลงไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก หากพบเพลี้ยอ่อนมีความหนาแน่น 10-20 เปอร์เซ็นต์ ของใบทั้งต้นจาก จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทั้งหมด ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง อิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอีโทเฟนพร็อกซ์ 20% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร และควรพ่นสารอย่างใดอย่างหนึ่ง ในส่วนของไรขาว มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ยอด และดอก ทำให้ใบและยอดหงิกงอ ขอบใบม้วนงอลงด้านล่าง ใบมีลักษณะเรียวแหลม ก้านใบยาว เปราะหักง่าย อาก
คุณบริพัฒน์ ธัญอุดม อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 6 ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนมะม่วงมาเกือบ 30 ปี และประสบผลสำเร็จกับการปลูกมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ ต่อมาจึงได้ทำการทดลองนำมะม่วงแก้วขมิ้นมาทดลองปลูกภายในสวน ซึ่งเขามองว่ามะม่วงชนิดนี้มีจุดเด่นหลายอย่างที่สามารถตอบโจทย์ในอนาคต เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกเพื่อสร้างรายได้อีกด้วย ออกจากงานรับราชการ สู่ชีวิตเกษตรกรชาวสวน คุณบริพัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงนั้นเขามีความคิดที่อยากจะทำสวน แต่คุณพ่อของเขาได้ทัดทานไว้เสียก่อน เพราะในสมัยก่อนนั้นยังมีความกังวลเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่มีความไม่แน่นอน “หลังเรียนจบพ่อรีบบอกผมเลยว่า อย่าเพิ่งรีบมาทำเลยสวน ราคาผลผลิตยังไม่ดีมากนัก ทำมาเดี๋ยวก็ลำบากในเรื่องตลาด ท่านก็เลยบอกผมว่าให้ไปหางานแบบอื่นทำก่อน เพื่อสร้างประสบการณ์ ผมก็เลยไปรับราชการอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ และก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา พอกลับมาจึงมาทำงานใช้ทุนให้หมด พอได้อายุประมาณ 39 ปี ผมก็ได้ลาออกมา เพื่อเตรียมตัวทำในสิ่งที่อยากทำตามความฝัน” คุณบริพัฒน์ กล่า
