พืชทำเงิน
รองศาสตราจารย์ (รศ.) ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวถึงการเปิดโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันทอดซ้ำ ที่ มข. เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้ร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดและเลิกการใช้น้ำมันทอดซ้ำมาปรุงอาหาร ผศ. พนมชัย วีระยุทธศิลป์ รองอธิบการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน มข. กล่าวว่า น้ำมันที่ผ่านการทอดอาหารซ้ำนานเกินไปจะมีคุณค่าทางโภชนาการลดลงในหนูทดลอง พบว่าทำให้เกิดการเจริญเติบโตลดลง ตับและไตมีขนาดใหญ่ มีการสะสมไขมันในตับ การหลั่งน้ำย่อยทำลายสารพิษในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ปริมาณสูงอาจทำให้ไลโปโปรตีนชนิดแอลดีแอล มีโอกาสเกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ส่วนไอระเหยจากน้ำมันทอดอาหาร หากสูดดมเป็นระยะเวลานานอาจมีอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากพบความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดโรคมะเร็งที่ปอด กับสารสูดไอระเหยจากการผัดหรือทอดอาหารของผู้หญิงจีนและไต้หวันที่ไม่สูบบุหรี่ และพบว่ามีสารก่อกลายพันธุ์ในไอระเหยของน้ำมันทอดอาหาร ทั้งเป็นสารที่ก่อให้เกิดเนื้องอกในตับและปอด และก่อมะเร็งเม็ดเลือดขาวในหนูท
อย่างที่ทราบกันดีครับว่า เมล่อนเป็น”ราชินีแห่งพืชตระกูลแตง”เจริญเติบโตได้ดีในสภาพร้อนแห้ง แสงแดดจัดครับ ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการปลูกมีการพัฒนานำเทคโนโลยีโรงเรือนระบบปิด บวกกับการดูแลเอาในใส่ในการเพาะปลูกและการจัดการแปลงอย่างมีระบบมาใช้ในการผลิต ไทย แวลลี ฟาร์ม (Thai Valley Farm Fresh) ฟาร์มปลูกเมล่อนกว่า 100 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.นาหินลาด อ.ปากพลี จ.นครนายก เป็นอีกแหล่งปลูกเมล่อนคุณภาพ ที่มีคุณศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ดูแลดำเนินกิจการ คุณศิริพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะไปเป็นต้นเมล่อน ให้ผลอยู่ในโรงเรือน ขั้นตอนแรกจะต้องเพาะต้นกล้าจากเมล็ดคุณภาพให้แข็งแรง โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 14 วัน สำหรับรูปแบบการปลูก คุณศิริพงษ์ บอกครับว่า ที่นี่จะเลือกปลูกลงดินครับ โดยจะใช้อิฐก่อเป็นบล็อก รูปสี่เหลียมผืนผ้า 1 โรงจะมี 3 บล็อก แต่ละบล๊อกจะปลูกต้นเมล่อน 2 แถวคู่กันตลอดแนว “แต่ละฤดู การปลูกเมล่อน และดูแลจะต่างกัน ยิ่งในช่วงฤดูฝนจะต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ต้องควบคุมความชื้น จะต้องมีการตัดแต่งใบทำให้แปลงโล่งขึ้นป้องกันเชื้อรา” โดยทั่วไป น้ำหนักต่อผลของเมล่อนทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 1 โลครึ่ง แต่สำหรับเมล
การประกอบ “สัมมาชีพ” เป็นการทำมาหากินโดยไม่ได้เอากำไรสูงสุดเป็นตัวตั้งหรือเป็นเป้าหมายสุดท้าย แต่เป็นการคำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคม กล่าวคือ เป็นความสุขของตนและคนทำงาน รวมถึงประโยชน์ของผู้บริโภคและผู้รับบริการเป็นหลัก สัมมาชีพชุมชน คือชุมชนมีการประกอบอาชีพโดยชอบ ซึ่งมีรายได้มากกว่ารายจ่าย โดยลดการเบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนผู้อื่น และเบียดเบียนสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับวิถีของชุมชน เพื่อความมุ่งหมายในการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน ทุกเย็น ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา ริมกว๊านพะเยา จะมีผู้คนที่รักสุขภาพมาออกกำลังกายกันทุกวัน ถ้าหากสังเกตจะเห็นชายคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับแปลงผักของเขา และยังมีอีกประมาณ 4-5 ครอบครัว ก็ปลูกผักเหมือนกัน แปลงผักที่เขียวชอุ่ม ปลอดภัยจากสารพิษ เป็นจุดดึงดูดใจของผู้คนที่มาออกกำลังกาย เมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วก็จะมาอุดหนุนผักปลอดภัยจากสารพิษที่นี่ไปทำอาหารรับประทานกันที่บ้าน คือได้ทั้งสุขภาพกายแข็งแรงแล้ว ยังได้รับประทานผักปลอดภัยจากสารพิษอีกด้วย คุณสืบสวัสดิ์ รินสาร เจ้าหน้าที่นายท้ายเรือของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา จะปลูกผักหลากหลายชนิดในช่
ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสภาเกษตรกรฯ ได้ขยายผลความสำเร็จในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของเกษตรกรต้นแบบไปสู่นักเรียนที่เป็นเยาวชน เพื่อหวังผลการสืบทอดอาชีพและการถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรรุ่นใหม่ในอนาคตตามโครงการขยายผลเกษตรกรต้นแบบสู่นักเรียนในสถานศึกษา และจากการติดตามผลการนำองค์ความรู้สู่นักเรียนในสถานศึกษา ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสันติราษฎร์ประชาบำรุง ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เกษตรกรต้นแบบของสภาเกษตรกรอำเภอปะเหลียน นายจรัส บวชชุม เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้การอนุรักษ์ “พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน” ซึ่งเป็นพันธุ์ท้องถิ่นไม่ค่อยมีคนปลูก เกรงจะสูญหาย พริกไทยพันธุ์ปะเหลียนนั้นรสชาติจะออกสมุนไพรเข้มข้น หอมฉุน เม็ดเล็ก เวลาตำ,บดทำยาแป้งจะน้อย และมีน้ำหนักมากกว่าพริกไทยพันธุ์ทั่วไป ให้ผลผลิตต่อต้น 3 – 4 กิโลกรัม ราคา 500 บ./ กิโลกรัม เด็กนักเรียนที่เข้ารับการถ่ายทอดความรู้ให้ความสนใจและสอบถามตลอด มีต้นพันธุ์แจกให้ลองขยายพันธุ์และนำกลับไปให้ผู้ปกครองปลูกขยายพันธุ์ต่อ โดยเกษตรกรในพื้นที่ได้ทำการปลูกจำนวนเกือบ 10,000 ต้นแล้ว และตนเตรียมเสนอขายพ่อค้
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 บูรณาการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 2 เผย ปี 60 ไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นทุกชนิด ผลผลิตรวม 771,112 ตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 37 ระบุ ปลายกุมภาพันธ์นี้พร้อมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อีกครั้ง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการผลไม้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการบูรณาการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 2 ปี 2560 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) ร่วมมือกับสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 (สสก.3) จังหวัดระยอง และสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้พยากรณ์ผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออก ครั้งที่ 2 ของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดู สำหรับผลพยากรณ์ในปี 2560 ครั้งที่ 2 (ข้อมูล ณ 1 กุมภาพัน
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “เลย์” มันฝรั่งทอดกรอบ อันดับ 1 ของไทย ได้จัดกิจกรรมเชิญผู้สื่อข่าวเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตมันฝรั่ง และลงแปลงสาธิตการปลูกมันฝรั่งเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูป ณ ไร่มันฝรั่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยจุดประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมและพัฒนาการเพาะปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานในพื้นที่เหมาะสม ทั้งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ และทดแทนการปลูกพืชชนิดอื่นที่มีความไม่แน่นอนในด้านผลผลิตและราคา พร้อมเดินหน้าสานต่อ “นโยบายส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งสนับสนุนเกษตรกรแบบครบวงจร เน้นพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถ ตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตสูงสุดให้ได้ 5 ตัน ต่อไร่ และลดการนำเข้ามันฝรั่งจากต่างประเทศ โดยทั่วไป การเพาะปลูกมันฝรั่งในประเทศไทยนั้น มีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 2-3 ตัน ต่อไร่ แต่สำหรับที่อำเภอสันทราย ได้พัฒนา เรียนรู้ และทดลองการเพาะปลูกร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี จนสามารถสร้างผลผลิตมันฝรั่งได้สูงถึง 5 ตัน ต่อไร่ ทั้งนี้ นอกเหนือจากความใส่ใจแล
ในบรรดาผลไม้เมืองหนาวทำเงินในบ้านเรา ต้องบอกว่า สตรอเบอรี่ มาแรงทีเดียว และใช่จะปลูกได้บนดอยสูงๆ เท่านั้น เวลานี้สามารถปลูกกันได้ในหลายพื้นที่ในหลายจังหวัด อย่างในภาคอีสาน ที่บุรีรัมย์ ปากช่อง เขาใหญ่ หรือที่กาญจนบุรี ราชบุรี และอุทัยธานี ในภาพรวมตอนนี้บ้านเราปลูกสตรอเบอรี่กันประมาณ 1 หมื่นไร่ สามารถขายได้กิโลกรัม (ก.ก.) ละประมาณ 200-500 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ออกผล สร้างรายได้ให้เกษตรกร เฉลี่ยไร่ละ 300,000-500,000 บาท ทำให้เกษตรกรจำนวนไม่น้อยรวยกันเป็นแถว ปลูกพันธุ์พระราชทาน 80 อย่างวันก่อนทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เชิญคณะสื่อจากส่วนกลางไปชมไร่ GB ของ ร้อยตรียุทธนา บำรุงคีรี เกษตรกรอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง ที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการปลูกสตรอเบอรี่ ในพื้นที่ 2 ไร่ โดยในช่วงต้นฤดูสามารถขายได้กิโลกรัมละ 400-500 บาท ซึ่งเมื่อ ปี 2558 หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว มีรายได้ ประมาณ 350,000-400,000 บาท ใช้เวลาปลูกประมาณ 5 เดือน แต่ในช่วงแรกอาจจะต้องลงทุนมากหน่อยในเรื่องระบบน้ำ และในปี 2559 มีรายได้เท่าๆ กับ ปี 2558 ร้อยตรียุทธนา เจ้าของไร่ GB เล่าว่า
“มะกรูด” พืชผักสวนครัว จำพวกเดียวกับ ขิง ข่า ตะไคร้ หอมแดง ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเครื่องต้มยำ ส่วนใบของมะกรูด ก็มีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นหอมมากๆ เป็นได้ทั้งพืชผักที่นำมาประกอบอาหาร และสมุนไพร บำรุงหัวใจ แถมปลูกที่ไหนขายได้ตลอดทุกฤดูกาล ราคาขึ้นลงตามภาวะของตลาด มะกรูดตัดใบขายส่งแต่ละสวนแม้นจะขายได้ราคาไม่แพง ตั้งแต่ 10 บาท ต่อกิโลกรัม ไปจนถึงราคาแพงแบบสุดๆ หลังฝนไปแล้ว 35 บาท ต่อกิโลกรัม ขายลูกก็ได้ราคาดี 50 สตางค์ ต่อผล หรือจะจำหน่ายขายกิ่งพันธุ์ก็โกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมสวนมะกรูดทำเงิน ของ คุณสันติ คงคา อาศัยอยู่ บ้านเลขที่ 176/2 หมู่ที่ 1 ตำบลจระเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โทร. (087) 161-2074 และ (093) 682-1067 การทำสวนมะกรูดของครอบครัว “คงคา” เรียกได้ว่าเป็นอาชีพมรดกจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก สร้างฐานะและรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับครอบครัวเกษตรกรตัวอย่างรายนี้มานานหลายสิบปีแล้ว ปัจจุบัน คุณสันติ นับเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะกรูดรายใหญ่ในท้องถิ่นแห่งนี้ โดยปลูกมะกรูดบนที่ดินของตัวเอง และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรลูกไร่ ประมาณ
วันนี้เดินทางช่วงวันหยุดยาว ไปที่วังน้ำเขียว โคราช การต้อนรับอย่างดียิ่งกับบรรยากาศที่หนาวเย็น ครับ “ลุงเสริฐ” หรือนายประเสริฐศรี ไชยขันธ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 324 ม.11 บ้านน้ำซับ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา 30370 โทร.093-5286383 หาง่ายๆครับ เข้าที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว เลี้ยวผ่านหน้าสำนักงานสาธารณสุขอำเภอวังน้ำเขียว ตรงไปตามถนนลาดยาง ประมาณ 1 กิโลเมตร จากถนนสายหลัก 304 ประมาณ 3 กิโลเมตร ลุงเสริฐ เล่าให้ให้ฟังว่า พื้นที่ 10 ไร่ แบ่งปลูกองุ่น 6 ไร่ บ่อน้ำ 2 บ่อ ผักพื้นบ้าน ไม้ผลอื่น 2 ไร่ เช่น ชะอม พืชผักปลอดสารพิษ เริ่มปลูกองุ่นปี 2556 เป็นพื้นที่แปลงเก่า ปัจจุบันรื้อทิ้งหมดแล้ว เหลือแปลงใหม่ แบบปลอดสารพิษกางมุ้ง กว้าง 5 เมตร ความยาวตามพื้นที่ จำนวน 22 โครง 5×28 เมตร เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการปลูกองุ่น ให้น้ำระบบน้ำสปริงเกอร์ เมื่ออายุ 100 วันจากออกช่อ สามารถเก็บผลผลิตได้ ที่นี่ใช้พันธุ์แบลคโอปอร์ ไร้เมล็ด อร่อยที่สุด ระยะปลูกระหว่างต้นระหว่างแถว 1.5X6 เมตร จำนวน 100 ต้น เสาคอนกรีตอัดแรง ขนาด 2×2 นิ้ว ความยาว 2.50 เมตร จำนวน 80 ต้น ฝังหลักลึก 60-7
แก่นตะวัน สุดยอดพืชมหัศจรรย์สารพัดประโยชน์ คุณบาล บุญก้ำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านบัว หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา ได้นำผู้เขียนไปเยี่ยมชมการทดลองปลูกพืชชนิดนี้ ที่ครอบครัวของ คุณปรีชา ใจบาล เกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ได้ทดลองปลูกพืชชนิดใหม่ “แก่นตะวัน” และวันนี้ก็รู้สึกประทับใจ ที่พืชผลชนิดนี้ให้ผลผลิตที่น่าทึ่งมาก จึงน่าจะเป็นพืชทางเลือกของเกษตรกรของชุมชนแห่งนี้อีกทางหนึ่งในอนาคตที่ดีและแจ่มใสแน่นอน คงไม่ใช่แค่คนที่ชอบปลูกต้นไม้ หรือสนใจสมุนไพรเพียงเท่านั้นที่รู้จัก “ต้นแก่นตะวัน” เพราะปัจจุบันนี้ “แก่นตะวัน” กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก เนื่องจากได้ชื่อว่าเป็นพืชสารพัดประโยชน์ เราไปดูกันซิว่า “แก่นตะวัน” เป็นพืชประเภทไหน และความมหัศจรรย์ของ “แก่นตะวัน” มีอะไรบ้าง “แก่นตะวัน” นั้น เรียกได้หลายชื่อ ทั้ง “ทานตะวันหัว” และ “แห้วบัวตอง” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เยรูซาเล็ม อาร์ติโชก บางทีก็เรียกว่า ซันโชก ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์คือ Helianthus tuberosus L. เป็นพืชดอกในตระกูลทานตะวัน ซึ่งมีต้นกำเนิดในตอนใต้ของประเทศแคนาดา และตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น แต่มีความทนทานต่อสภา
