พืชทำเงิน
ในยุคข้าวยากหมากแพง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ที่เป็นปัญหาที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการกินอยู่ รายรับน้อยกว่ารายจ่าย โดยเฉพาะท่านที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หรือเป็นพนักงานบริษัทรับเงินเดือนแล้วไม่สามารถเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง และคนในครอบครัวได้ และปัญหาเหล่านี้ได้ลามไปถึงบัณฑิตจบใหม่ที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เงินเดือนเริ่มต้นก็น้อยนิด ไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ อายุน้อยเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จุดเริ่มต้นสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ คุณศิริขวัญ ดุเหว่าดำ หรือ คุณกิ๊ฟ เกษตรกรสาวไฟแรง อายุเพียง 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 19 บ้านโนนอารีย์ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เรียนจบ ชั้น ปวส. แผนกบัญชี จากวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา คุณกิ๊ฟ เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบมาตนได้ทำงานเป็นเสมียนอยู่ที่ร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ทำไปทำมาเงินเดือนไม่พอใช้ ส่งให้พ่อแม่ก็ไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งพื้นฐานเดิมพ่อและแม่คุณกิ๊ฟมีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้วคือ ปลูกข้าวโพด แต่ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่มองว่าการปลูก
ขณะที่อากาศยังคงแปรปรวน ฝน ร้อน หนาว มาให้สัมผัสอยู่เนืองๆ แต่ทว่าผืนดินหลายแห่งยังคงได้รับความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ เพื่อแลกกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ใบหญ้า ก่อนความแห้งแล้งครั้งหน้าจะคืบคลานเข้ามาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พืชผักพื้นบ้าน ทั้งผักปลูกใหม่ที่มีวัยของอายุสั้นๆ ต่างรับเอาความชุ่มชื้น สร้างความอวบอ้วนเขียวขจี เหตุผลที่ดีที่สุดในเวลานี้ นั่นคือทำให้มนุษย์ได้บริโภคพืชผักที่อวบอิ่มและราคาถูก ช่วงนี้จะมีอากาศหนาวแม้เบาบาง ก็ทำให้ได้เห็นดอกไม้แรกแย้มหลังการซุกซ่อนตัวเองเพื่อรอคอยห้วงหนึ่งในฤดูกาล และพืชบางสายพันธุ์ได้ออกผลให้ลิ้มลอง อย่างไรก็ตาม หากมนุษย์มีโอกาสและต้นทุนเพียงพอในการสร้างสิ่งที่ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกมากมาย และทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง จนเกิดความพอเพียงตามเข้ามาอย่างช้าๆ ในที่สุดเราก็จะสามารถอยู่ได้ด้วยวิถีของเราเอง ผู้ที่มีต้นทุนพื้นฐานจากอดีตในวัยเด็ก ไม่ว่าเติบโตมาแล้วจะอยู่สาขาอาชีพใด หากไม่ลืมต้นทุนพื้นฐานที่ตัวเองมีในครั้งก่อนเก่า ก็จะทำให้ชีวิตอยู่สุขสบายไม่เดือดร้อน หรือขวนขวายหาสิ่งใหม่ๆ ทั้งโลกยุคปัจจุบันพยายามยัดเยียดให้เกิดความอ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 พื้นที่อำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่หลักของการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ข้าว และผักบุ้ง โดยเฉพาะพริกซึ่งเป็นผักที่เกษตรกรให้ความสนใจ และนิยมปลูกกันเป็นจำนวนมากส่งผลให้ปัจจุบันราคาพริกบางชนิด ขณะนี้เกิดปัญหาราคาตกต่ำลง ทางเกษตรอำเภอจึงเตรียมหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในการนำพริกมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ลำบาก นายสนอง ทองจาด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.จอมประทัด อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ที่บ้านปลูกพริกประมาณ 4 ไร่ ร่วมกับบวบงู ใช้เวลาปลูกจนถึงเก็บผลผลิตประมาณ 3 เดือน โดยราคาพริกจะขึ้นลงอยู่กับท้องตลาดว่ามีการปลูกมากหรือน้อย เช่น พริกกระเหรี่ยงใช้เวลาตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บผลผลิตได้ประมาณ 4 เดือน ขณะนี้ขายอยู่กิโลกรัมละ 65 บาท เก็บต่อครั้งห่างกันประมาณ 10 วัน ได้ผลผลิตประมาณ 200-300 กิโลกรัม และจ้างคนเก็บอีกกิโลกรัมละ 13 บาท จะได้เงินค่าขายพริกกะเหรี่ยงต่อครั้งประมาณ 20,000 บาท ขณะที่พริกกระเหรี่ยงหากราคาจะอยู่ประมาณ 65 บาท สามารถเก็บผลผลิตได้นานประมาณ 2 เดือน หักค่าปุ๋ย ค่ายาต่างๆแล้ว จะเหลือเงินจากการปลูกพริกประมาณ 30,000 บาท ข
กุยช่าย เป็นพืชผักที่อยู่ในตระกูลเดียวกับหอม กระเทียม ที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด ตลาดนิยมบริโภค “กุยช่ายขาว” กันมาก เพราะเป็นผักที่มีความกรอบความหวานเพิ่มขึ้น รสชาติดีขึ้นกว่าใบสีเขียวธรรมดา กุยช่ายขาว จึงขายได้ราคาดีกว่า กุยช่ายเขียว ประมาณ 3-4 เท่าตัว กุยช่าย สามารถปลูกขยายพันธุ์ได้หลายวิธี แต่วิธีที่นิยมใช้กันคือ การแยกหน่อ กอกุยช่ายขนาดใหญ่ 1 กอ อาจขยายหน่อได้ปริมาณมากถึง 100 หน่อ แต่ละหน่อสามารถนำไปปักชำหรือปลูกให้เป็นกอใหม่ได้ในระยะเวลา 3-4 เดือน หากมีการปลูกต้นที่แยกหน่อโดยตรงในแปลง ควรมีการดูแลรักษาในระยะย้ายหน่อโดยการให้น้ำปริมาณที่มาก ซึ่งอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการชำหน่อ ส่วนการชำหน่อทำได้โดยตัดรากเดิมออกเกือบหมด แล้วนำไปชำให้เจริญเติบโต แตกรากออกมาใหม่พร้อมนำลงแปลงปลูก การชำอาจชำในถุงหรือในตะกร้าพลาสติกก็ได้ โดยวัสดุชำใช้ขี้เถ้าแกลบหรือดินผสมขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ส่วน หลังปักชำแล้ว ประมาณ 1 เดือน สามารถนำปลูกลงแปลงได้ การเตรียมดินปลูก กุยช่าย ปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 2-3 ปี หากมีการดูแลรักษาที่ดี ฉะนั้น แปลงปลูกควรจัดเตรียมอย่างดี
จัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะมาก สำหรับ “มัลเบอร์รี” หรือ “ลูกหม่อน” ผลไม้ชนิดหนึ่งที่เมื่อสุกผลแล้วจะเป็นสีดำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลักษณะลำต้นตั้งตรง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบปลายใบแหลมยาว ซึ่ง “หม่อน” แต่เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศจีนตอนใต้ แถบเทือกเขาหิมาลัย ต่อมามีการนำมาปลูกในอินโดจีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ แถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยสามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่เช่นกัน ที่ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีสวนมัลเบอร์รี่ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ เจ้าของ คือ คุณสุรวุฒิ เหลืองขมิ้น เกษตรกรชายวัย 56 ปี เนรมิตพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นสวนมัลเบอร์รี่ ด้วยต้นหม่อนจำนวน 300 ต้น จำหน่ายทั้งผลสดและแปรรูป นอกจากนั้นยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ รายได้แต่ละเดือนเกือบ 3 แสนบาทเลยทีเดียว คุณสุรวุฒิ เท้าความว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกร ตอนเด็กๆ ปลูกสารพัดทั้งผักและผลไม้ อาทิ กล้วย ส้ม มะนาว มะพร้าว องุ่น ส่วนต้นหม่อนนั้นเริ่มปลูกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ.2550 โดยได้กิ่งพันธุ์หม่อน 1 ต้นมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเ
กล้วย ถูกนำมาใช้แทนคำเปรียบเปรยในประโยคบ่อยครั้ง เช่น เรื่องกล้วยๆ ของกล้วยๆ หรือแม้กระทั่ง คำว่า ง่ายกว่ากล้วย ก็แสดงให้เห็นว่า กล้วย เป็นไม้ผลชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ง่าย นำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย รวมถึง ปลูกง่าย การันตีการปลูกว่า “ง่าย” ได้ไม่ยาก ลองพิจารณาจากตรงนี้ พื้นที่เพียง 1 ตารางวา ก็สามารถปลูกกล้วย ให้ได้ผลผลิตดี งอกงาม ใช้ประโยชน์ในทุกส่วนจากต้นกล้วยได้ ไม่ยากจริงๆ วิธีปลูก – หลุมปลูก ควรขุดหลุมขนาดประมาณ 50 คูณ 50 เซนติเมตร (กว้างxยาวxสูง) ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม 3-4 กำมือ หากมีปุ๋ยคอก ให้ใช้ปุ๋ยคอก แต่ถ้าไม่มีให้ซื้อปุ๋ยชีวภาพมาใส่แทน – พันธุ์ สายพันธุ์กล้วยจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีสายพันธุ์ที่ดีก็วางใจไปเกินครึ่งว่า การปลูกกล้วยครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ได้เครือใหญ่ ผลสวย รสชาติดี แต่ถ้าสายพันธุ์ไม่แน่ชัด ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ เพราะกล้วย อย่างไรก็คือ กล้วย ถ้าไม่ใช่กล้วยป่าก็ไม่ต้องกังวล เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีเมล็ดในผลกล้วยให้รำคาญยามกิน หน่อกล้วย หาซื้อได้ตามชอบใจ ตามร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ หากพื้นที่เพียง 1 ตารางวา จำนวน 1 หน่อ จัดว่ากำลังดี เมื่อได้หน่อกล้วยมา
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 เกษตรกรชาวจังหวัดสกลนครที่ผ่านมาปลูกอะไรก็ไม่สำเร็จ แต่เมื่อได้ลองปลูกกล้วยหอมทอง ผลไม้ที่เต็มไปด้วยสารอาหาร กลับพบว่าประสบผลสำเร็จมีรายได้มากถึงไร่ละ 1 แสนบาท และมีการรวมกลุ่มเกษตรกร จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข็มแข็งเพื่อส่งขาย โดยนายทอง ตกพันธุ์ อายุ 58 ปี และ นางมะณีวัน พรมกสิกร อายุ 51 สองสามีภรรยา ชาวบ้านนาถ่อน ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพังโคน สกลนคร ช่วยกันดูแลกล้วยหอมทองกว่า 1 พันต้น ที่ปลูกไว้ในพื้นที่ 4 ไร่ โดยมะณีวัน เล่าว่า เดิมทำนา ปลูกยางพารา แต่ราคาตกต่ำ จึงหันมาปลูกมะเขือเทศก็ต้องขาดทุน เพราะโดนศัตรูพืชระบาด ต่อมาศึกษาพบว่ากล้วยหอมทองเป็นที่ต้องการของตลาด จึงซื้อพันธุ์กล้วยหอมทองจากปทุมธานี 400 ต้นมาปลูกตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อน นายทอง กล่าวว่า การปลูกกล้วยหอมทอง ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมดิน โดยขุดหลุมปลูกขนาด ขนาด 50X50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร ระยะห่างต่อหลุม 2 เมตร นำหน่อกล้วยลง จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกผสม ใช้ดินและฟางกลบรอบหลุม หมั่นดูแลเติมปุ๋ยคอกและให้น้ำ ระวังโรคจุดใบด่าง และใบไหม้ ใช้เวลา 6-7 เดือน ต้นกล้วยจะให้ผลผลิตพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วยได้
การเลือกเห็ดมาปรุงอาหารแม้จะใช้ความละเอียดถี่ถ้วนและเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แต่บางแห่งก็มิได้หมายความว่าจะปลอดภัยอย่างแท้จริง ในยุคผู้บริโภค 4 G โดยเฉพาะคนเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร จึงเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อดอกเห็ดแล้วหันมาเพาะเลี้ยงดอกไว้เพื่อบริโภคเองเพราะมองว่าปลอดภัยกว่า อีกทั้งวิธีการเพาะ-เลี้ยงก็ง่าย สะดวก เปิดดูได้จากสมาร์ทโฟน แล้วยังเป็นงานอดิเรกไปในตัว หรือบางรายประสบความสำเร็จดีมากเลยถือโอกาสเลี้ยงสร้างรายได้เพิ่มอีกทาง ปกติแหล่งผลิตก้อนเห็ดจะอยู่ตามจังหวัดต่างๆ จึงอาจเป็นปัญหา/อุปสรรคหากต้องออกตระเวนซื้อ แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าในเมืองหลวงใหญ่แห่งนี้จะมีแหล่งผลิตก้อนเห็ดจำนวนนับหมื่นก้อนต่อเดือน สามารถรองรับความต้องการคนกรุงที่รักสุขภาพได้อย่างเต็มที่ บนเนื้อที่กว่า 80 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 100/163 หมู่บ้านอมรพันธ์ 9 ซอยเสนานิคม 42 แยก 14 แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ และเป็นสถานที่ตั้งของฟาร์มเห็ดขนาดมินิ ที่ชื่อ “ฟาร์มเห็ดกลางกรุง ครูจัน” แม้จะดูไม่ใหญ่แต่ฟาร์มเห็ดแห่งนี้สามารถผลิตก้อนเห็ดได้เดือนกว่าหลายหมื่นก้อน มีลูกค้าทั้งในเขตกรุงเทพฯ/ปริมณฑล จำนวนมากมา
พืช เป็นอาหารที่มีวิตามินเกลือแร่ที่เสริมให้ผู้บริโภคมีสุขภาพแข็งแรง และปุ๋ยก็มีธาตุอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ต้นพืชเจริญเติบโตสมบูรณ์ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่จะใส่ปุ๋ยโดยไม่คำนึงว่าดินในพื้นที่แปลงปลูกมีแร่ธาตุอะไรบ้าง ใช้มากไปก็เปลืองต้นทุน ใช้น้อยไปต้นพืชก็ไม่เจริญเติบโต การเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่แปลงปลูกส่งไปตรวจวิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่ามีแร่ธาตุอะไรบ้าง ก็จะช่วยให้เกษตรกรจัดการใช้ปุ๋ยได้ถูกต้อง ต้นพืชเจริญเติบโตได้ผลผลิตคุณภาพ การตรวจวิเคราะห์ดินก่อนปลูก ลดรายจ่าย ผลผลิตคุ้มทุน จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่น่าสนใจจึงได้นำมาบอกเล่าสู่กัน คุณชรินทร์ ทองสุข นายอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เล่าให้ฟังว่า ในงานภาคการเกษตรนั้น เกษตรกรต้องมีการจัดการที่ดี ทั้งการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน และใช้ปุ๋ยที่เป็นปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม การจัดการใช้ที่ดินต้องรู้ว่าสภาพดินในพื้นที่ปลูกมีธาตุอาหารอะไรบ้าง? ควรปลูกพืชชนิดใดจึงเหมาะสมได้ผลดี จะใช้เงินทุนอย่างไรจึงไม่สูญเปล่า จัดการใช้แรงงานอย่างไรเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนหรือพอดีกับเนื้องาน ส่วนปุ๋ยที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตนั้นต้องใช้ผสมผสานที่เกื้อกูลกัน ใช้ให้ถู
สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง มุ่งพัฒนาพื้นที่ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ตอบโจทย์ใหญ่ทั้งส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ประเภทข้าวและสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จัดระบบน้ำโดยก่อสร้างคูส่งน้ำครอบคลุมพื้นที่ร่วม 3,000 ไร่ พร้อมเส้นทางลำเลียง นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลือกพื้นที่บ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ประเภทข้าว รวมทั้งปลูกพันธุ์ข้าวพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีทั้งพันธุ์สุพรรณนา 1 และพันธุ์ กข 29 ซึ่งสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง โดยโครงการปฏิบัติการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 17 ได้เข้าไปสนับสนุน โดยการจัดระบบน้ำด้วยการก่อสร้างคูส่งน้ำและอาคารประกอบ จำนวน 4 สาย ความยาวรวม 2.755 กิโลเมตร เนื่องจากมีระบบส่งน้ำหรือคูส่งน้ำเดิมอยู่เพียง 400-500 ไร่ จึงได้ประสานกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เพื่อขอให้ขยายพื้นที่ส่งน้ำเป็น 3,000 ไร่ จากพื้นที่การเกษตรบ้านดอนรัก 5,500 ไร่ นอกจากนี้ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก ได้รับเลือกเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมเศรษฐก
