พืชทำเงิน
คุณสมพิศ ชูสังฆ์ เกษตรกรชาวสวนยาง วัย 48 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ได้ผันอาชีพไปปลูกสตรอเบอรี่ทดแทน ทำรายได้เดือนละกว่าแสนบาทในช่วงหน้าหนาว ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา คุณสมพิศ ยึดอาชีพทำสวนยางพารา ประมาณ 20 ไร่ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แต่ระยะหลังเจอวิกฤตราคายางพาราตกต่ำกว่า 2 ปี ทำให้ครอบครัวเขาประสบปัญหาขาดแคลนรายได้และแบกภาระหนี้สินก้อนโตจากการทำสวนยาง คุณสมพิศจึงมองหาอาชีพใหม่เพื่อเสริมรายได้ช่วงราคายางตกต่ำ คุณสมพิศ สนใจปลูกสตรอเบอรี่ผลไม้เมืองหนาว เพราะมองว่าสตรอเบอรี่เป็นผลไม้ที่หายากและมีราคาแพง เนื่องจากสตรอเบอรี่เป็นพืชใหม่ ทำให้เขาต้องเดินทางไปศึกษาดูงานแหล่งปลูกสตรอเบอรี่ จนมั่นใจจึงเริ่มทดลองปลูกสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 ที่นำมาจากทางภาคเหนือเมื่อปี 2556 ลองผิดลองถูกนานข้ามปี จนถึงปัจจุบันสวนสตรอเบอรี่ของเขาถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจในด้านผลผลิตและรายได้ กลายเป็นที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ระยะแรกสวนสตรอเบอรี่แห่งนี้เน้นขายผลสตรอเบอรี่ แต่หลังจากกิจการของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทำให้มีเกษตรกรจำนวนมากมาติดต่อขอซื้อต้นสตรอเบอรี่บรรจุ
ที่ผ่านมา แม้ว่าชื่อของ “คุณพินิจ จารุสมบัติ” อดีตรองนายกรัฐมนตรี จะห่างหายไปจากวงการการเมืองนาน นานพอที่จะทำให้ใครต่อใครหลายคนลืมบทบาทในหลายๆ แง่มุมของเขาไปแล้ว แต่แท้ที่จริงคุณพินิจ ยังคงโลดแล่นและเป็นที่รู้จักในวงการเกษตร ที่เอ่ยให้แคบลงไปกว่านี้ก็คือ วงการเกษตรกรผู้ทำสวนยางพารา โดยเฉพาะในจังหวัดแถบภาคอีสาน หรือจะให้ชัดกว่านี้ก็จังหวัดบึงกาฬ ที่ประกาศให้เป็นจังหวัดล่าสุด ลำดับที่ 77 เพราะจังหวัดบึงกาฬแห่งนี้ คุณพินิจมีความมุ่งมั่นมาก่อนหน้านี้หลายปี ในการบุกเบิกปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ทำให้ปัจจุบัน จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกยางมากเป็น อันดับ 1 ของภาคอีสาน ย้อนไปก่อนหน้านี้ คุณพินิจ จารุสมบัติ ยังคงทำงานในภาคสังคม เพื่อช่วยเหลือสังคมเท่าที่จะสามารถ โดยการทำหน้าที่ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ และใช้บทบาทดังกล่าวดึงนักลงทุนจากจีนให้เข้ามาตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา เนื่องจากคุณพินิจให้ข้อคิดในการแก้ปัญหาราคายางพาราอย่างยั่งยืนไว้ตลอดมาว่า ต้องแปรรูปเท่านั้น ราคารับซื้อยางพาราจึงจะไม่ตกต่ำจนทำให้
คอลัมน์ ไอคิวทะลุฟ้า ปฤษณา กองวงค์ ทุกครั้งที่วิทยาลัยจัดงาน ต้องขอแรงจากนักศึกษาช่วยจัดสถานที่ ต้องยกกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่และหนักมาก โดยใช้แรงงาน 4-5 คนต่อ 1 กระถาง ทำให้ยากลำบาก กลายเป็นที่มาของ “อุปกรณ์ยกกระถางต้นไม้” จากแนวคิดของ ใบเตย น.ส.ปีวรา หงษรานนท์, กิ๊บ น.ส.สิขรินธร แปงใจ นักศึกษาชั้น ปวส.1 สาขาเมคคาทอนิกส์ และ เอ็กซ์ นายธรรมสิทธิ์ สุทานักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคลำปาง โดยมี ว่าที่ร.ต.สุกิจ ขัดชอนใบ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ล่าสุดคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ประเภทที่ 1 ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ครั้งที่ 27 ปี 2559-2560 จัดโดยสถาบันอาชีวศึกษาภาคเหนือ ที่วิทยาลัยเทคนิคลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน เพื่อคัดเลือกผลงานสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ จำนวน 48 ผลงาน เป็นตัวแทนสถานศึกษาภาคเหนือเข้าร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ในระดับชาติ ปี 2560 ในสนามแข่งนี้มีสถาบันอาชีวศึกษาภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน 85 แห่ง ส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าประกวดทั้งสิ้น 518 ผลงาน เข้าร่วมแข่งขัน ใบเตย อธิบายว่า อุปกรณ์นี้ใช้หลักคานงัดใ
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ภายหลังจากที่สำนักงานชลประทานที่ 8 และจังหวัดนครราชสีมา ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้งดปลูกข้าวนาปรังทุกพื้นที่ เนื่องจากในปีนี้เขื่อนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา คือ เขื่อนลำตะคอง, ลำพระเพลิง, มูลบน, ลำแชะ และลำปลายมาศ มีระดับน้ำกักเก็บเหลืออยู่น้อย เฉลี่ยรวมแค่ 42% จึงต้องเก็บไว้เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ทำให้เกษตรกรต่างพากันหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวนาปรังกันอย่างคึกคัก เช่นนายบัญญัติ กิสันเทียะ อายุ 63 ปี เกษตรกรในพื้นที่ บ้านบุระไหว ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีที่นาอยู่ในเขตชลประทาน ปีนี้ได้ปรับที่นาเป็นแปลงปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนข้าวนาปรัง อาทิ ถั่วฝักยาว แตงกวา และผักชี โดยนายบัญญัติ กล่าวว่า ปีก่อนๆ ตนจะปลูกข้าวนาปรังบนที่นา 5 ไร่ แต่ปีนี้ทางชลประทานขอความร่วมมือให้งดปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากน้ำมีน้อย ดังนั้นจึงได้หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน ซึ่งปลูกไว้บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และหาวิธีประหยัดน้ำ โดยเฉพาะแปลงปลูกถั่วฝักยาว ได้ทำเป็นร่องกลางรางปลูกถั่ว ก่อนที่จะสูบน้ำมาปล่อยไว้ให้มีความชุ่มชื้น ทำให้ไม่ต้องรดน้ำต้นถั่วฝักยาว 2-
จบการศึกษาด้านบริหารจัดการ หาประสบการณ์จากการปลูกกล้วยหอมทองจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วจึงกลับมาบ้านเกิด มาดำเนินกิจการตัวเองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อส่งลูกค้าและปลูกเอง สร้างศูนย์เรียนรู้และจุดท่องเที่ยวทางการเกษตร พร้อมให้ความรู้และร่วมดำเนินธุรกิจ หากท่านเดินทางไปทาง ถนนสายจุน-เชียงคำ จังหวัดพะเยา ผ่านตำบลห้วยยางขาม สังเกตทางขวามือจะพบแปลงปลูกกล้วยหอมทองและสตรอเบอรี่ ในชื่อ “ฮักสวนกล้วย” ผู้เขียนแวะเข้าไป ก็พบกับชายหนุ่มเจ้าของแปลง คือ คุณประสาธน์ เปรื่องวิชาธร ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านคือ บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ซึ่งเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนอำเภอจุน ไปเรียนจบปริญญาตรีที่วิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง สาขาบริหารจัดการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเกษตรมากนัก เมื่อเรียนจบได้มีโอกาสไปทำงานยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดติดกันนี้เอง โดยไปทำสวนกล้วยหอมทอง บังเอิญโชคดีที่ไปทำในแปลงที่เป็นการทำแนวอินทรีย์ ไม่ได้ไปทำในส่วนที่เขาปลูกแบบใช้สารเคมีที่เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ ทำอยู่ที่ สปป. ลาว ได้พอสมควร เก็บเกี่ยวความรู้
จะถ้าพูดถึงสินค้าทางการเกษตร ตอนนี้ ใครๆ ก็เล็งไปที่ “มะพร้าวน้ำหอม” ด้วยราคาอันหอมหวลชวนใจสมชื่อ ขึ้นไปสูงอย่างชนิดที่ต้องติดว้าวกันเลยทีเดียว แต่ช้าก่อน ….. ทุกอย่างเป็นไปตามกลไก ตลาด ผลผลิตน้อย ราคาสูง ผลผลิตมาก ราคาต่ำ เป็นปกติ หากตอนนี้ ใครที่เห็นว่าราคาสูง ต่างก็แห่ปลูกกัน ถามว่า ผลผลิตในอีก 3-4 ปี ข้างหน้า ถ้าออกมาชนกัน แล้วจะยังไงต่อ…. ทั้งนี้ มิได้หมายความว่า จะต่อต้านไม่ให้ปลูกมะพร้าว หากแต่ …. ต้องลองถามตัวเองให้ดี ทั้งการลงทุน การขายและการตลาด หากมีเงินลงทุน ที่ไม่ใช่เป็นการกู้ยืม ชนิดที่เรียกว่า ขาดทุนไม่ได้ ต้องขายได้เท่านั้นเท่านี้ ถ้าไม่ได้ ตายแน่…อย่างนี้ อาจจะต้องคิดมากหน่อย แต่ถ้าใคร ที่มีสวน มีพื้นที่อยู่ มองเห็นศักยภาพของไม้ผลชนิดนี้ ลงทุนปลูกไป ดูแลไปเรื่อยๆ หาตลาดรองรับ ถ้าล้นตลาดจับแปรรูป ถ้าอย่างนี้ ล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูง ไม่ว่าจะทำอะไรก็เสี่ยงทั้งนั้น เสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย แค่นั้นเอง ถ้าจะเสี่ยงน้อยที่สุด ก็ต้องมีข้อมูลที่รอบด้าน มีการป้องกันและไม่ลงทุนเกินตัว และสำหรับ ใครที่สนใจการปลูกมะพร้าวในเชิงการค้า วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก็มีตัวอย่งการลงทุ
ใครบ้างที่ไม่รู้จักกระเทียม มีบางคนรู้จักกระเทียมเพียงแค่ในส่วนที่ถูกนำมาใช้ทำอาหารเท่านั้น หรือบางคนรู้จักกระเทียมมากกว่านั้น คือ รู้ว่ากระเทียมสามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคได้ด้วย ขณะเดียวกันบางคนกลับรู้จักกระเทียมในแง่ที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เพราะเวลากินกระเทียมหรือกินอาหารที่ใส่กระเทียมทีไร ทำให้เพื่อนพ้องเมินหน้าหนีกันเป็นแถวๆ กับกลิ่นเหม็นติดปากของเจ้ากระเทียมนี่เอง เนื่องจากกระเทียมเป็นพืชสมุนไพร ที่ปัจจุบันทั้งวงการแพทย์และสาธารณสุขตลอดจนประชาชนผู้บริโภคทั่วไปได้ให้ความสนใจ หันมาศึกษาวิจัย ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับกระเทียมกันอย่างมาก และหากท่านได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับกระเทียม ท่านจะต้องทึ่งในสรรพคุณของมันแน่นอน มารู้จักกระเทียมกัน กระเทียม มีชื่อท้องถิ่นที่เรียกขานกันในแต่ละภูมิภาค กระเทียม (ภาคกลาง) หอมขาว (ภาคเหนือ) หอมเตียน ผักเทียม (ภาคอีสาน) หัวเทียม เทียม (ภาคใต้) กระเทียมเป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวหอม (หอมแดง) ลำต้นมีลักษณะเป็นหัวอยู่ใต้ดิน หัวมีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ เกาะติดกันคล้ายกลีบส้ม เป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำได้ดี และชอบอากาศเย็น แหล่งปลูกกระเทียมใ
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับ คำขวัญเมืองโพธาราม ที่กล่าวว่า “ คนสวยโพธาราม งดงามน้ำใจ ค่ายหลวงบ้านไร่ หนังใหญ่วัดขนอน ที่นอนนุ่มชั้นนำ ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน งามตุ๊กตาน่าพิศ จิตกรรมฝาผนัง หนองโพดังนมสด เลิศรสผักกาดหวาน ” แต่ความจริงแล้ว เมืองโพธารามยังมีของดีอีกอย่างที่อยากแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักก็คือ ข้าวโพดแปดแถว อยู่ในกลุ่มข้าวโพดข้าวเหนียว มีลักษณะพิเศษคือ ขนาดฝักเล็ก เมล็ดข้าวโพดสีขาวมีจำนวนแปดแถว รสชาติหวาน เนื้อเหนียวนุ่ม ไม่ติดฟัน สามารถปลูกได้ตลอดปี แค่ชิมครั้งแรก มีตกหลุมรักรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้เสียแล้ว เพราะมีรสอร่อย นุ่มและหวาน ไม่เหมือนข้าวโพดต้มที่เคยกินในพื้นที่อื่นเลย จุดเริ่มต้นของการปลูกข้าวโพดแปดแถว ชาวบ้านในชุมชนตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่มีอาชีพปลูกข้าวโพดแปดเล่าให้ฟังว่า “คุณดำรง มินทนนท์” หรือ ลุงดำเป็นคนแรกที่นำมาปลูก เมื่อ 30 ปีก่อน โดยได้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดแปดแถวมาจากเพื่อนคนหนึ่ง จึงนำมาปลูกครั้งแรกในพื้นที่อำเภอโพธาราม และนำออกต้มขายที่หน้าวัดโบสถ์ ปรากฎว่า ชาวบ้านชอบใจในรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้ จึงหันมาปลูกเป็นพ
ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน พืชผลมีความผันผวนทางด้านราคา การปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นความเสี่ยงของเกษตรกร จังหวัดพังงาจึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเสริมรายได้ในสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันที่ยังเล็ก อายุ ตั้งแต่ 1-3 ปี ได้แก่ ผักเหมียง สับปะรด กล้วยหอมทอง ข้าวโพดหวาน ถั่วลิสง โดยเฉพาะแตงโม ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากในอำเภอคุระบุรี ได้มีการเพิ่มมูลค่าโดยการผลิตเป็นแตงโมรูปหัวใจ ซึ่งสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้เกษตรกร คุณอุดมศักดิ์ บัญชาเมฆ เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมรูปหัวใจ บ้านเลขที่ 35/2 หมูที่ 2 ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ให้ข้อมูลว่า ตนปลูกแตงโมมาหลายปี เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวนอกจากพืชเศรษฐกิจหลัก แตงโมที่ปลูกคือพันธุ์จินตหราเนื้อแดง ตอร์ปิโด ธารโต พื้นที่ปลูก 5 ไร่ ประมาณ 2,500 ต้น โดยใช้เวลาในการปลูก ประมาณ 90 วัน ก็จะได้แตงโมน้ำหนักผลละ 6-10 กิโลกรัม…พื้นที่ 1 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 3,500 – 4,000 กิโลกรัม สำหรับในปีนี้ขายแตงโมได้มากว่าในปีที่ผ่านมาเนื่องจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา และสำนักงานเกษตรอำเภอคุระบุรี ได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตโดยการผลิตแตงโมรูปหัวใจ ในกา
คุณพันธ์ศักดิ์ เผื่อนพงศ์ หรือ ครูเป้ แห่ง “บ้านสวนชวนชม-เมล่อน พิจิตร” เลขที่ 2 หมู่ที่ 6 บ้านยางคอยเกลือ ตำบลปากทาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (089) 702-6391, (084) 080-8152 อดีตข้าราชการครูเกษียณ ซึ่งถ้าในวงการปลูกเลี้ยงชวนชมคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะครูเป้ปลูกเลี้ยงชวนชมมานานกว่า 20 ปี สะสมชวนชมเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากวงการไม้ประดับก็จะมีกระแสเป็นบางช่วงเวลา ประกอบกับเรื่องของอายุที่มากขึ้น จึงมองหาพืชใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่สร้างรายได้ งานไม่หนักมากนัก ก็มาลงตัวที่การปลูกเมล่อนในโรงเรือน “เมล่อน” พืชอายุสั้น ที่สร้างรายได้ดี คุณพันธ์ศักดิ์ เผื่อนพงศ์ หรือ ครูเป้ เล่าว่า สำหรับการปลูกเมล่อนก็ศึกษามาสักระยะหนึ่งก่อนจะตัดสินใจปลูก เพราะเห็นว่าเป็นพืชอายุสั้น เพียง 65-80 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้แล้ว ใช้พื้นที่น้อย ปลูกในโรงเรือนที่มีมุ้งตาข่าย ก็จะตัดปัญหาเรื่องแมลงศัตรูได้ และประกอบกับราคาขายเมล่อนค่อนข้างดี เฉลี่ยขายกิโลกรัมละ 90-150 บาท (ซึ่งราคาจะอยู่กับราคาเมล็ดพันธุ์และกลุ่มลูกค้า) ที่สำคัญการทำงานไม่หนักสำหรับคนที่อายุมาก ซึ่งตอนนี้ก็ใช้แรงงานแค่คนในครอบครัว คื
