พืชทำเงิน
ผู้สื่อข่าวของเราได้ไปสำรวจถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง บริเวณแยกดอยติ อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งขายลำไย มีพ่อค้าแม่ค้าลำไยอยู่หลายสิบร้านต่างโอดครวญเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นลำไยทำให้แห้งตายจำนวนมาก ส่วนเกษตรกรที่มีแหล่งน้ำของตัวเองก็มีผลผลิตออกมาน้อย เนื่องจากการติดดอกที่ไม่สมบูรณ์ ลำไยมีผลขนาดเล็ก ทำให้มีผลิตออกสู่ท้องตลาด เพียง 1 ใน 5 ของจำนวนผลผลิตที่เคยมีมาในปีก่อน ๆ ปีนี้ลำไยขนาดจัมโบ้ AAA มีจำนวนน้อยมาก ส่วนผลผลิตขนาดทั่วไปก็มีน้อย ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-50 บาท ซึ่งแพงกว่าปีที่แล้ว ขณะที่จุดลำซื้อลำไยร่วงเพื่อนำไปแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง ปีนี้ก็มีน้อยเช่นกัน และผลผลิตมีขนาดเล็กมาก ขณะที่ จ.พะเยา เกษตรกรในพื้นที่ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ เร่งเก็บผลผลิตลำไยออกจำหน่าย หลังผลผลิตเริ่มสุกและมีราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา สาเหตุจากผลผลิตลดลงกว่าทุกปี เนื่องจากเกิดสภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผลผลิตลำไยลดลงไปกว่า 30% เกษตรกรบางรายแทบไม่มีผลผลิตและลูกลำไยออกเลยทั้งสวน โดยลำไยสดช่อขายปลีก ราคา 35-40 บาทต่อกิโลกรัม ลำไยสดร่วง เกรด AA กิโล
เส้นทางไปห้วยขาแข้ง จากกรุงเทพฯ ไปได้หลายทาง ที่นิยมกันไม่น้อย ไปจากกรุงเทพฯ ผ่านสุพรรณบุรี เฉียดอำเภอดอนเจดีย์ เข้าสู่ด่านช้าง จากนั้นถึงอำเภอบ้านไร่ อำเภอห้วยคต แล้วก็ลานสัก ตัวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อยู่ห่างจากอำเภอลานสักไปราว 30 กิโลเมตร จากอำเภอบ้านไร่ ผ่านอำเภอห้วยคต ถึงอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ทิวทัศน์สองข้างทางแปลกตาดี มีภูเขา บางช่วงมีป้ายแนะนำน้ำตก ถ้ำ และธรรมชาติอย่างอื่น แต่ที่ติดใจคือ แปลงปลูกสับปะรดของชาวบ้าน นอกจากนี้ ยังมีแผงขายผลผลิตเป็นช่วงๆ สอบถามแล้วได้ความว่า พื้นที่สองอำเภอคือ บ้านไร่ และห้วยคต มีปลูกสับปะรดมากกว่าหมื่นไร่ เดิมมีมากกว่านี้ แต่เพราะยางพารามาแย่งพื้นที่ไป พื้นที่จึงลดลง สับปะรดที่ปลูกกันเป็นพันธุ์ปัตตาเวีย เขาปลูกเพื่อส่งโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้จำนวน 6,000 ต้น แต่หากดินดี จะปลูกได้มากถึง 7,000 ต้น ตั้งแต่ปลูกจนเก็บผลผลิตได้ ใช้เวลาราวปีครึ่ง การดูแลรักษาสับปะรดระหว่างปลูก หากใครมีน้ำรด ต้นก็เจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตมาก แต่หากไม่มี
“เกษตรหลังเกษียณ” เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะกำลังอยู่ในช่วงเวลาการเกษียณจากงานประจำของหลายท่าน ทั้งในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งท่านที่สนใจงานด้านการเกษตร แม้จะมีเวลาทำงานอีกไม่นาน และหลายท่านที่เกษียณมาแล้ว ซึ่งมีคำถามบ่อยมาก ที่ว่า หลังเกษียณจากงานแล้วจะทำอะไรกันดี โดยเฉพาะด้านการเกษตร เป็นคำถามที่ตอบค่อนข้างยาก ตรงนี้ผมจะตอบตรงๆ คงไม่ได้แน่ครับ เพราะอาจจะไม่ตรงกับใจ ความคิด หรือความต้องการของทุกคน ซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ผู้เขียนเองก็ต้องประเมินตัวเองเหมือนกัน ทั้งๆ ที่จบด้านเกษตร และทำงานคลุกคลีกับภาคเกษตรมาจนเกษียณราชการ แต่ที่ผ่านมาได้สัมผัสกับงานส่งเสริมการผลิตสับปะรดมาโดยตลอด และสับปะรดนั้นเป็นพืชหลักที่สร้างรายได้/กำไร ให้กับคนไทยจำนวนมาก อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง จึงได้นำเอาความรู้และประสบการณ์มาปรับใช้ โดยทดลองปลูกสับปะรดในถุงพลาสติก ซึ่งเก็บผลผลิตไปแล้ว 3 รุ่น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นำไปพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ครับ วิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ มีชัยไปกว่าครึ่งทาง การตัดสินใจทำอาชีพการเกษตรด้านไหน มากหรือน้อยเพียงใด ก็ต้องเกี่ยวข้องกับการลงทุนลงแรงเช่นเดียวกับอาช
ร.ต.ท.จรูญ เทพสุริวงค์ หรือจ่าหมี ตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา หมู่ 2 ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่ 5 ไร่มาเกือบ3 ปี และเป็นการลงทุนปลูกรุ่นแรก สามารถทำเงินได้สูงถึงเดือนละกว่า6 หมื่นบาท จากการขายมะละกอฮอลแลนด์เพียงอย่างเดียว ไม่รวมรายได้ขายกล้วยน้ำหว้าที่ปลูกแซมเก็บขายวันละนับ100กก. ราคา กก.ละ 20 บาท และตลาดวิ่งชนมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน เพื่อส่งขายทั้งในตลาด จ.สงขลา ยะลา ปัตตานี หรือแม้แต่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และมีออร์เดอร์ใหม่ๆเข้ามาตลอด ไม่เคยประสบปัญหาด้านการตลาดและราคา ร.ต.ท.จรูญกล่าวว่า ตนรับราชการตำรวจอยู่ในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายสิบปี ถูกลอบวางระเบิดจนขาขวาขาด จึงขอย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ จ.สงขลา ด้วยความชื่นชอบการเกษตรอยู่แล้ว จึงใช้เวลาว่างจากหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราช ไปศึกษาหาความรู้จากเพื่อนบ้าน วิธีปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่5 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ1 แสนบาท ปลูกได้ประมาณ 8เดือน ออกผลเก็บขายได้และ เพียงแค่รุ่นแรกก็คืนทุนทันที และนับจากนั้นมาเก็บขายได้ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า100 กก. ร.ต.ท.จรูญกล่าวอีกว่า ข้อดีของมะละกอฮอ
อาทิตย์นี้มากันที่จังหวัดนนทบุรี จะพามาดูวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมกับชิมอาหารอร่อยๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นการเสริ์ฟผักสดๆ จากฟาร์ม สู่จานคุณเลยก็ว่าได้ ไฮโดรโปนิกส์ เป็นวิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้วิธีการใส่สารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชไว้ในแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น โดยการปลูกพืชไร้ดินนี้สามารถทำได้ง่าย สะดวก ประหยัดพื้นที่ และไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีต่างๆ ในดิน ทำให้ได้พืชผักที่สะอาด สำหรับฟาร์มรักดี เกิดจากความสงสัยและไม่เข้าใจของคุณเจส คาลโว เจ้าของฟาร์ม ว่าผักที่ขายตามท้องตลาดไม่มีความปลอดภัย อีกทั้งที่หาซื้อมารับประทานรู้สึกว่าผักไม่มีความสดและไม่อร่อย จึงหันมาเริ่มปลูกเองง่ายๆภายในครอบครัวเพื่อรับประทานเอง และจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ได้ขยายเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่คนในชุมชนที่มีความต้องการมาขอซื้อกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นอาชีพหลักปลูกขายถึงวันนี้ คุณเจส บอกครับว่า การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ โดยปกติแล้ว จะมี 2 ทางเลือก ทางเลือกแรก คือ ปลูกด้วยหินเพอร์ไลท์ ส่วนอีกทางเลือก คือ ปลูกด้วยฟองน้ำ แต่สำหรับทางฟาร์มรักดีจะใช้วิธีแรก
จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีภูมิประเทศที่สวยงาม ดังฉายา เมืองสวยในหุบเขา เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวปีละกว่า 3 ล้านคน แต่ที่ผ่านมานั้น อาหารส่วนใหญ่โดยเฉพาะพืชผักและผลไม้ที่ใช้ต้อนรับนักท่องเที่ยว นำเข้ามาจากต่างจังหวัด ดังนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและเป็นการสร้างรายได้อันดีให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะในช่วงภาวะพืชเศรษฐกิจราคาตกต่ำ นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดพังงา กล่าวว่า สำหรับนโยบายการส่งเสริมของสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาได้เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืช ในกลุ่มของผักปลอดภัยจากสารพิษ สับปะรดภูงา แตงโม และเมล่อน ซึ่งเป็นพืชทางเลือกใหม่ อนาคตสดใสของเกษตรกรจังหวัดพังงา ด้าน นายสมบัติ ยกเชื้อ หรือที่รู้จักกันในนาม “ผู้ใหญ่หม้อ” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านนากลาง ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/2 หมู่ที่ 9 ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง เป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกพืชทางเลือกใหม่ในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งพืชที่
จากกระแสความนิยมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ชอบกินต้นอ่อนผักชนิดต่างๆ รวมทั้งกระแสรักสุขภาพที่เกิดขึ้น ทำให้คนหันมากินและเลือกซื้อหาผักออร์แกนิก ผลไม้ไร้สารพิษกันมากขึ้น คุณรติรัตน์ นุชนารถ หรือ คุณน้อง วัย 55 ปี ก็เช่นกัน ชอบรับประทานผักบุ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บังเอิญเพื่อนคนหนึ่งซื้อต้นอ่อนผักบุ้งมาฝากเพราะเห็นว่าชอบ เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าทำไมถึงไม่เพาะเพื่อกินเอง และคิดว่าเพาะเองก็คงไม่ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เพาะต้นอ่อนทานตะวันอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ตัดสินใจเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง เริ่มแรกๆ ที่เพาะ ก็ไม่ได้ผลดีมากนัก กว่าจะเรียนรู้เทคนิคและวิธีการปลูกที่ได้ผลดี ลองผิดลองถูกมาใช้เวลาพอสมควร โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วย ปัจจุบัน คุณรติรัตน์ มีอาชีพเป็นข้าราชการ แต่เพาะต้นอ่อนผักบุ้งขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งเธอจะนำต้นอ่อนผักบุ้งไปขายช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และทำส่งให้กับแม่ค้าคนกลางรายหนึ่ง ตามแต่ออเดอร์ที่สั่งมา คนกลางจะรับไปขายอีกต่อหนึ่งตามงานแสดงสินค้าเกษตรบ้าง ออกบูธตามห้างสรรพสินค้าบ้าง เนื่องจากคนที่มารับไปเป็นสมาชิกเกษตร ซึ่งเขามีแหล่งขายอย
ในวันนี้ กลางดง มีไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตามอง คือ “ทับทิมเมล็ดนิ่ม” จากไร่จรัสแสง ของครอบครัว “ทองจรัส” ภายใต้การนำของ คุณทองเริ่ม และคุณละเอียด ทองจรัส บ้านเลขที่ 52 หมู่บ้านบ้านชายเขา หมู่ที่ 4 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30320 ไร่จรัสแสง เนื้อที่ 30 ไร่ ปลูกไม้ผลแบบผสมผสานหลากหลายชนิด ได้แก่ ลิ้นจี่ กล้วย ขนุน มะละกอ กระท้อน แอปเปิ้ล อะโวกาโด ส่วน “ทับทิมเมล็ดนิ่ม” ไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่มีอนาคตสดใสเรืองรองนั้น คุณพ่อทองเริ่ม ได้มอบหมายให้ลูกชาย 2 คน คือ คุณอัครินทร์ หรือ คุณกลาง โทร. (080) 980-0189 เป็นผู้ดูแลด้านการผลิต และ คุณชาติชาย หรือ คุณโย่ง โทร. (089) 217-6925 ดูแลด้านการตลาด-แปรรูป คุณกลาง เล่าว่า ไร่จรัสแสง ปลูกสะสมพันธุ์ทับทิมมานานหลายสิบปีแล้ว ปลูกและขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ทำให้เกิดการกลายพันธุ์จนได้ทับทิมเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะโดดเด่น รสชาติหวาน แตกต่างจากพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน เสน่ห์ความนิ่มของเมล็ดทับทิมพันธุ์นี้ ทำให้คนที่มีโอกาสชิมอยากกินจนแทบหยุดไม่ได้ ปัจจุบันทับทิมเมล็ดนิ่มของไร่จรัสแสง มีจำนวน 2 สายพันธุ์ คือ ทับทิมพันธุ์ “เพชรชม
วันที่ 23 มิถุนายน จากการที่พริกมีราคาสูงตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ก็ยังคงมีราคาสูง ถือเป็นราคาที่ดีที่สุดในรอบหลายปี เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง แต่ผลผลิตในปีนี้มีน้อยที่เกิดจากสถานการณ์ภัยแล้งในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพริกพันธุ์เล็บมือนาง และพันธุ์ฮอต ขณะนี้ราคารับซื้อถึงหน้าสวนยังสูงกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้บรรยากาศสวนพริกในจังหวัดหนองคาย ที่ส่วนใหญ่นิยมปลูกใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำโขงช่วงนี้คึกคัก โดยเฉพาะในเขตตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ เกษตรกรเร่งเก็บพริกเพื่อส่งขายให้ทันกับความต้องการของตลาด และให้ทันก่อนที่ต้นพริกจะเฉาตายทั้งสวน เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้ต้นพริกรากเน่าเริ่มเฉาตายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ จากการที่พริกมีราคาสูงในช่วงนี้ ประกอบกับต้นพริกเริ่มเฉาตายจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของสวนรายหลายยอมจ่ายค่าแรงให้กับแรงงานที่รับจ้างเก็บพริกสูง เดิมครึ่งวัน (ช่วงบ่ายร้อนเก็บพริกไม่ได้ เพราะจะแสบร้อนมาก) คือตั้งแต่เวลา 07.00 น.-11.00 น. 150 บาท เป็น 200 – 250 บาท พร้อมมีอาหารเครื่องดื่มเป็นสวัสดิการเพิ่มเติมให้อีก เพื่อเป็นการจูงใจแ
หลายวันก่อน มีโอกาสพูดคุยกับคุณเสถียรภัค นวลกา ดีเจคลื่น 107.0 MHz และเป็นเกษตรกรปลูกมะเยาหิน อยู่ที่ 168 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดพะเยา ที่เวทีวิชาการเรื่อง การปลูกมะเยาหินเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มะเยาหิน เป็นพืชในมุมมองใหม่ของพืชที่ให้พลังงานทดแทน นอกเหนือจากสบู่ดำและปาล์มน้ำมัน ผศ.ดร. ณัฐวุฒิ ดุษฎี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้ข้อมูลว่ามีพืชน้ำมันชนิดหนึ่งที่มีการนำเข้ามาจากทางเหนือของประเทศลาว เรียกว่า “มะเยาหิน” มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า china wood oil หรือ kalo Nut tree จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า พืชชนิดนี้มีปลูกกันพอสมควรในลาว มีผลผลิตปีละ 200-300 ตัน โดยส่งออกไปจำหน่ายที่ประเทศเวียดนาม จากการนำตัวอย่างน้ำมันที่ได้ส่งไปวิเคราะห์คุณสมบัติทางเชื้อเพลิงที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) พบว่า ค่าความร้อนใกล้เคียงกับสบู่ดำและปาล์มน้ำมัน คณะวิจัยได้นำเข้ามะเยาหินมาปลูกในประเทศไทย ในปี 2551 ด้วยความร่วมมือของศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสหกรณ์พืชพลังงานทดแทน ประมาณ 100 ไร่ และป
