เปิดประสบการณ์ เที่ยวเมืองใต้สุดสยาม “ยะลา” จะเที่ยวตามเดือนก็ได้ หรือจะสะดวกเที่ยวตลอดทั้งปี
#ท่องเที่ยว #แหล่งท่องเที่ยว #ยะลา #อัญมณีชายแดนใต้ #ภาคใต้ #ใต้สุดสยามเมืองงามชายแดน #เมืองสโลว์ไลฟ์
MOST POPULAR
ในยุคที่ปุ๋ยแพงจนแบกต้นทุนไม่ไหว ทางรอดเดียวของเกษตรกรคือการพึ่งพาตัวเอง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพาไปเปิดสูตรปุ๋ยอินทรีย์สารพัดประโยชน์จาก คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ (ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2558) เกษตรกรชาวสวนผลไม้ชั้นครูจากจังหวัดระยอง สูตรนี้ทำง่าย และตอบโจทย์คนรักต้นไม้ที่สุด เพราะผสมครั้งเดียวสามารถบำรุงได้ ทั้งพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ ยันไม้กระถางในบ้าน ทำอย่างไรมาดูกัน วิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ 1.1 มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 1.2 แกลบดำ 1 ส่วน 1.3 อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 1.4 รำละเอียด 1 ส่วน 1.5 นำน้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน + น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 1.6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 1.7 จอบ 1.8 พลั่ว และ 1.9 ฝักบัวรดน้ำ 2.1 เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2.2 นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 2.3 เอาส่วนผสม
“ผักเหลียง” ได้ชื่อว่าเป็นราชินีผักพื้นบ้านภาคใต้ เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นำไปประกอบอาหารได้สารพัดเมนู เช่น ผัดผักเหลียงใส่ไข่ ผักเหลียงต้มกะทิ หรือแกงเลียงผักเหลียงใส่กุ้ง ฯลฯ เมนูผักเหลียงมีรสชาติอร่อยแถมอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ผักเหลียง100 กรัม มีเส้นใยอาหารสูง วิตามินซีและให้เบต้าแคโรทีนสูง มากกว่าผักบุ้งไทย 5-10 เท่า ทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง และควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้อีกด้วย ทั้งเป็นพืชสมุนไพร ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา แก้โรคซางในเด็ก ส่วนยางจากลำต้นช่วยบำรุงผิวหน้าขาวใส เหลียงใบใหญ่ พืชทำเงิน ผักเหลียง เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-2 เมตร ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ดูแลง่าย ปลูกเพียง 2 ปี สามารถเก็บยอดของผักเหลียงมารับประทานหรือขายได้ ผักเหลียงมีหลายสายพันธุ์ เดิมเกษตรกรนิยมปลูกผักเหลียงใบเล็ก แต่ทุกวันนี้ เกษตรกรหันมาปลูกผักเหลียงใบใหญ่มากขึ้นเพราะมีขนาดใบใหญ่ รสชาติหวาน มัน สามารถแตกยอดและเก็บผลผลิตได้ทั้งปี ตลาดในพื้นที่ภาคใต้มีความต้องการสูงไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัมต่อวัน ผักเหลียงใบใหญ่ เดิมทีเป็นผักพื้นบ้านของอินโดนีเซีย ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยเ
เกษตรผสมผสาน คือระบบการผลิตทางการเกษตรที่รวมเอาการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เข้าไว้ด้วยกันในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยมีการจัดการระบบนิเวศอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน คุณสมพรชัย องอาจ เป็นคนที่ชอบทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยเด็ก ไม่ว่าจะเห็นอะไรก็จะทำเรื่อยๆ แบบทีละเล็กละน้อย ต่อมาเมื่อเข้าสู่ชีวิตคู่จึงได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนครปฐมกับภรรยา ก็จะประกอบอาชีพเพาะเห็ด เลี้ยงกบ และตลาดจนการปลูกไม้ผลต่างๆ ไปด้วย คุณสมพรชัย เล่าว่า “ช่วงนั้นก็ไปอยู่ที่นครปฐมก่อน เราก็จะไปปลูกพวกไม้ผลต่างๆ เอาไว้ ต่อมาก็ผลิตกิ่งพันธุ์ขาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ม่อนเบอรี่ หน่อกล้วยทำหมด คราวนี้พอช่วงที่บึงกาฬเริ่มมีการปลูกยางพารามากขึ้น ก็เลยย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งบริเวณรอบบ้านมันจะมีพื้นที่อยู่ประมาณ 1 ไร่ เราก็คิดว่า ต้องหาอะไรมาทำให้เกิดประโยชน์ และสร้างเงินให้เราให้ได้ ก็ทำแบบผสมผสานไปเลยน่าจะดี” เนื่องจากพื้นที่บ้านของเขาไม่สามารถที่จะทำบ่อสำหรับเลี้ยงปลาได้ เขาจึงได้เลือกเลี้ยงกบแทน โดยนำกบที่อยากเลี้ยงมาออกแบบให้อยู่ในกระชังบก ที่การเลี้ยงไม่มีอะไรยุ่งยากเพียงแค่ใส
น้อยหน่า เป็นไม้ผลประจำถิ่นของอเมริกากลาง เรียกกันว่า “อะ โน น่า” สันนิษฐานว่าน้อยหน่าเข้ามาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ประมาณปี 2060 โดยชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำพันธุ์มาเผยแพร่ แต่บางกระแส เชื่อว่า ชาวอังกฤษ เป็นผู้นำน้อยหน่ามาจากอินเดียเข้ามาเผยแพร่ในไทย ในแผ่นดินสมเด็จพระเอกาทศรถ ประมาณปี พ.ศ. 2155 มีสันนิษฐานกันว่า หากชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำน้อยหน่าเข้ามาไทย คาดว่าจะปลูกน้อยหน่าเป็นครั้งแรก แถบอยุธยา และลพบุรี หากอังกฤษเป็นผู้นำเข้ามา น่าจะเริ่มปลูกน้อยหน่าในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม เรื่อยไปจนถึงอยุธยา และลพบุรี เนื่องจากจังหวัดลพบุรี เคยมีน้อยหน่าท้องถิ่นสายพันธุ์หนึ่ง เรียกว่า “น้อยหน่าพระที่นั่งเย็น” หรือ “น้อยหน่าพระนารายณ์” นั่นเอง ทุกวันนี้ มีการปลูกน้อยหน่าแพร่หลายไปทั่วประเทศ และมีการเรียกชื่อน้อยหน่าแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น นอแน่ มะนอแน่ (ภาคเหนือ) มะออจ้า หรือ มะโอจ้า (ไทยใหญ่) หน่งเกล๊าะแช (เงี้ยวหรือไทยใหญ่แม่ฮ่องสอน) บักเขียบ (ภาคอีสาน) น้อยแน่ (ภาคใต้) ลาหนัง (ปัตตานี) นอกจากนี้ น้อยหน่ายังเป็นพืชเศ
