“ผักเหลียง” ได้ชื่อว่าเป็นราชินีผักพื้นบ้านภาคใต้ เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นำไปประกอบอาหารได้สารพัดเมนู เช่น ผัดผักเหลียงใส่ไข่ ผักเหลียงต้มกะทิ หรือแกงเลียงผักเหลียงใส่กุ้ง ฯลฯ เมนูผักเหลียงมีรสชาติอร่อยแถมอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ผักเหลียง100 กรัม มีเส้นใยอาหารสูง วิตามินซีและให้เบต้าแคโรทีนสูง มากกว่าผักบุ้งไทย 5-10 เท่า ทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง และควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้อีกด้วย ทั้งเป็นพืชสมุนไพร ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา แก้โรคซางในเด็ก ส่วนยางจากลำต้นช่วยบำรุงผิวหน้าขาวใส

เหลียงใบใหญ่ พืชทำเงิน
ผักเหลียง เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-2 เมตร ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ดูแลง่าย ปลูกเพียง 2 ปี สามารถเก็บยอดของผักเหลียงมารับประทานหรือขายได้ ผักเหลียงมีหลายสายพันธุ์ เดิมเกษตรกรนิยมปลูกผักเหลียงใบเล็ก แต่ทุกวันนี้ เกษตรกรหันมาปลูกผักเหลียงใบใหญ่มากขึ้นเพราะมีขนาดใบใหญ่ รสชาติหวาน มัน สามารถแตกยอดและเก็บผลผลิตได้ทั้งปี ตลาดในพื้นที่ภาคใต้มีความต้องการสูงไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัมต่อวัน
ผักเหลียงใบใหญ่ เดิมทีเป็นผักพื้นบ้านของอินโดนีเซีย ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2536 เครือข่ายสินธุ์แพรทองได้นำมาปลูกในจังหวัดพัทลุงในปี พ.ศ. 2557 และได้รับการพัฒนาเป็น “เหลียงใบใหญ่สินธุ์แพรทอง” ในปี พ.ศ. 2563 จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินให้แก่เกษตรกรจำนวนมากโดยปลูกแซมในสวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ สามารถเก็บยอดผักเหลียงออกขายสร้างรายได้ตลอดทั้งปี


เหลียงใบใหญ่โมเดลแก้จน คนศรีนครินทร์
มหาวิทยาลัยทักษิณร่วมมือกับ ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ขับเคลื่อนโครงการ “เหลียงใบใหญ่โมเดลแก้จน คนศรีนครินทร์” เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดพัทลุง จัดกิจกรรมส่งมอบต้นพันธุ์ผักเหลียงใบใหญ่ ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอศรีนครินทร์ ปลูกเป็นพืชแซมสวนยางพาราและไม้ผล โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% ขยายการจ้างงานให้แก่กลุ่มเปราะบางใน 4 ตำบล ได้แก่ ลำสินธุ์, อ่างทอง, ชุมพล และบ้านนา ผลักดันงานวิจัยสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการรวมกลุ่มและพัฒนาแปลงใหญ่ผักเหลียงพันธุ์ใบใหญ่

ตั้งแต่ปีแรกของการเริ่มโครงการส่งเสริมการปลูกเหลียงพันธุ์ใบใหญ่ที่ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่งปลูกเป็นพืชร่วมยางพาราและไม้ผล โดยมอบให้ครัวเรือนยากจนเป็นต้นกล้ากิ่งตอนชำถุง ราคาต้นละ 200 บาท จำนวน 10 ต้นต่อครัวเรือนสำหรับเพื่อปลูก สามารถเก็บใบอ่อนรับประทานได้หลังปลูกไปแล้ว 1 เดือน เก็บใบอ่อนบริโภคได้ทุกสัปดาห์ และสามารถขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งได้ในปีถัดไป

การมอบต้นกล้ากิ่งตอนชำถุงสามารถลดการตายของต้นกล้าได้ถึง 20 % สำหรับลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ในปีแรก และสร้างรายได้ในปีต่อไป โดยผลผลิตต่อต้นเฉลี่ยเท่ากับ 60 บาทต่อต้นต่อเดือน แต่ละครัวเรือนได้ 10 ต้น คิดเป็นมูลค่า 600 บาทต่อเดือน และสามารถขยายพันธุ์ได้ในปีที่ 2 ต้นละไม่เกิน 2 กิ่ง โดยการตอนกิ่งจำหน่ายกิ่งละ 100 บาท คิดเป็นมูลค่า 2,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี
ปลูกผักเหลียงแปลงใหญ่กว่า 50 ไร่
ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ภายใต้การนำของพี่เล็ก –นายอุทัย บุญดำ ประธานศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสินธุ์แพรทอง และภาคีเครือข่ายร่วมกันส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาการปลูกผักเหลียงใบใหญ่พืชเศรษฐกิจสำคัญ เนื่องจากการผลิตในปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด แนวโน้มความต้องการผักเหลียงใบใหญ่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง สำหรับยอดผักเหลียง ราคาขายหน้าสวนอยู่ที่กก.ละ 70 บาทและขายออนไลน์ที่กก.ละ 80 บาท ส่วนกิ่งพันธุ์ก็มียอดสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง ปัจจุบันขายในราคากิ่งละ 125 บาท ส่วนสินค้าที่ตกเกรดจะนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ เส้นบะหมี่ ข้าวเกรียบ ขนมแห้ง ฯลฯ


ทางโครงการได้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกผักเหลียงใบใหญ่แปลงใหญ่กว่า 50 ไร่ โดย ปลูกร่วมแปลงกับยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ เกษตรกรลงทุนปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บยอดผักเหลียงออกขายได้ 2ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้เฉลี่ยปีละ 12 ตัน สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนปีละ 8แสนบาท
ศูนย์เรียนรู้ปลูกผักเหลียงใบใหญ่ครบวงจร
มหาวิทยาลัยทักษิณสนับสนุนให้พื้นที่แห่งนี้ เป็นศูนย์เรียนรู้ปลูกผักเหลียงใบใหญ่ครบวงจร เพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายตลาดอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกที่ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการแปลงและการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 6 มีการแปรรูปและทำตลาดครบวงจรจนเกิดความเข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ


ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยทักษิณได้ส่งคณาจารย์และนักวิจัยลงพื้นที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผักเหลียง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร จากเดิมที่จำหน่ายในรูปแบบใบสด ไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย อาทิ ไอศกรีมผักเหลียง ใบเหลียงอบกรอบ เส้นหมี่ผักเหลียง และเส้นขนมจีนผักเหลียง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมโยงตลาดกับห้างค้าส่งและช่องทางจำหน่ายสมัยใหม่เพื่อให้มีตลาดรองรับผลผลิตตลอดทั้งปี ลดความเสี่ยงด้านราคาผันผวน มีราคาการจำหน่ายอยู่ในราคา 50 -70 บาท/กก. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
หากใครสนใจเรื่องการปลูกผักเหลียง สามารถไปศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง โทรศัพท์ 081 7981082, 089 5991361 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทาง facebook: sinpraethong
