กล้วยน้ำว้ายักษ์ มีลำต้นสูงประมาณ 5 เมตร วัดรอบโคนประมาณ 1.3-1.5 เมตร ลักษณะพันธุ์คล้ายคลึงกับกล้วยน้ำว้า พันธุ์มะลิอ่อง แตกต่างในเรื่องขนาดลำต้น ขนาดเครือ ขนาดผล กล้วยน้ำว้ายักษ์ 1 หวี มีประมาณ 13-14 ผล น้ำหนักประมาณหวีละ 3-4 กิโลกรัม น้ำหนักเฉลี่ยทั้งเครือ 45-50 กิโลกรัม เป็นกล้วยน้ำว้าไส้ขาว เปลือกบาง ผลสวย คุณสมบัติด้านรสชาติและเนื้อของกล้วยจะหวาน เนื้อแน่น เนื้อเหนียว เหมาะสำหรับการแปรรูปในเมนูอาหารหวาน
แหล่งที่มา : คุณพัชนี ตุษยะเดช ไร่พัชชา จังหวัดราชบุรี โทร. 084-548-9000 และ 086-128-8000

MOST POPULAR
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
เกษตรกรรมในศตวรรษนี้ไม่ได้เผชิญเพียงความท้าทายจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับปัญหาดินเสื่อมโทรมและดินเค็มที่กำลังขยายตัวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพื้นที่ดินเค็มนับล้านไร่ ส่งผลให้ผลผลิตลดลง ต้นทุนเพิ่มขึ้น และความหวังของเกษตรกรจำนวนไม่น้อยค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว “ไบโอชาร์” กำลังถูกจับตามองในฐานะนวัตกรรม ที่อาจเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตร ให้กลายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูดินอย่างยั่งยืน โดย ดร.บัวหลวง ฝ้ายเยื่อ จากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ไบโอชาร์ไม่ได้เป็นเพียงถ่านธรรมดา แต่เป็นวัสดุที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มผลผลิต และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเกษตรในระยะยาว ไบโอชาร์ ไม่ใช่ถ่านหุงต้มแต่คือเครื่องมือฟื้นฟูดิน ดร.บัวหลวง เล่าว่า แม้รูปลักษณ์ภายนอกไบโอชาร์จะคล้ายถ่านทั่วไป แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่วัตถุประสงค์การใช้งาน ถ่านหุงต้มถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงและให้พลังงานขณะที่ไบโอชาร์ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพดินโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็
“ คุณออน – นวลละออ เชิดเกียรติกุล” อดีตมนุษย์เงินเดือนที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรเจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ 100% ภายใต้แบรนด์ “อะโรแมติก ฟาร์ม – Aromatic Farm” ในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่การจัดการเกษตรยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะจนประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และรางวัลมากมาย เมื่อปี พ.ศ. 2561 อะโรแมติก ฟาร์ม เริ่มต้นจากธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็ก เดิมเป็นสวนมะพร้าวที่ใช้สารเคมีได้ผลผลิตปีละ 5,000 ผล หลังหันมาใช้แนวทางปฏิบัติ GAP และก้าวเข้าสู่ระบบฟาร์มอินทรีย์อย่างเต็มตัว ภายใน 3 ปี กลับได้ผลผลิตมะพร้าวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 แถมขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นด้วย ทุกวันนี้ อะโรแมติกฟาร์มมีสวนของตัวเอง แต่ยังรับซื้อมะพร้าวส่วนใหญ่จาก สมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านอะโรแมติกฟาร์มในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อมะพร้าวน้ำหอมเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำ เนื่องจากอะโรแมติกฟาร์มมีช่องทางการตลาดของตัวเอง ผลผลิตทุกผลผ่านการดูแล คัดกรองเป็นอย่างดี ผนวกกับการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ อะโรแมติก ฟาร์ม ทำฟาร์มออแกนิค และแปรร
แม้สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นพื้นที่สูงที่มีปริมาณฝนตกมากกว่า 1,200 มิลลิเมตรต่อปี แต่ปัญหาขาดแคลนน้ำยังคงเป็นโจทย์สำคัญของพื้นที่เกษตรบนดอย เนื่องจากน้ำฝนจำนวนมากไหลผ่านพื้นที่ลาดชันลงสู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกกักเก็บไว้ใช้ได้ทัน ขณะที่การสูบน้ำกลับขึ้นไปเก็บบนพื้นที่สูงต้องใช้ทั้งพลังงาน แรงงาน และต้นทุนจำนวนมาก โจทย์ “ฝนตกมาก แต่น้ำยังไม่เคยพอใช้” จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ นายศุภบุตร โสตถิปรีดาวงศ์ นายภูรินท์ ปะวันเต และ นายกรทักษ์ บู่สุวรรณ์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ มจธ. พัฒนา ต้นแบบเก็บน้ำฝนสำหรับพื้นที่ลาดชันและห่างไกล โดยใช้สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นกรณีศึกษา ทีมออกแบบอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้าย “ร่ม” หรือ “ดอกไม้” สามารถกางออกเมื่อฝนตกเพื่อรับน้ำฝน และหุบเก็บเมื่อฝนหยุด เพื่อลดการปนเปื้อน ยืดอายุการใช้งาน และเปลี่ยนน้ำฝนที่เคยไหลทิ้งให้กลายเป็นแหล่งน้ำ เสริมสำหรับเกษตรกรบนพื้นที่สูงได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง “โครงการนี้เริ่มจากการที่พวกเรากลับไปทำความเข้าใจปัญหาของพื้นที่จริงก่อน
