“ คุณออน – นวลละออ เชิดเกียรติกุล” อดีตมนุษย์เงินเดือนที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรเจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ 100% ภายใต้แบรนด์ “อะโรแมติก ฟาร์ม – Aromatic Farm” ในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่การจัดการเกษตรยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะจนประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และรางวัลมากมาย
เมื่อปี พ.ศ. 2561 อะโรแมติก ฟาร์ม เริ่มต้นจากธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็ก เดิมเป็นสวนมะพร้าวที่ใช้สารเคมีได้ผลผลิตปีละ 5,000 ผล หลังหันมาใช้แนวทางปฏิบัติ GAP และก้าวเข้าสู่ระบบฟาร์มอินทรีย์อย่างเต็มตัว ภายใน 3 ปี กลับได้ผลผลิตมะพร้าวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 แถมขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นด้วย

ทุกวันนี้ อะโรแมติกฟาร์มมีสวนของตัวเอง แต่ยังรับซื้อมะพร้าวส่วนใหญ่จาก สมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านอะโรแมติกฟาร์มในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อมะพร้าวน้ำหอมเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำ เนื่องจากอะโรแมติกฟาร์มมีช่องทางการตลาดของตัวเอง ผลผลิตทุกผลผ่านการดูแล คัดกรองเป็นอย่างดี ผนวกกับการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
อะโรแมติก ฟาร์ม ทำฟาร์มออแกนิค และแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมออแกนิค โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน( BCG Economy) เป็นโมเดลในการขับเคลื่อน จนกลายเป็นต้นแบบการสร้างธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมบนหลักการ BCG โมเดล 3 ด้านไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรชีวภาพเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจนคว้ารางวัล BCG Business Award ปี 2564 ในงาน Thailand Top SME Awards ในปี พ.ศ. 2565 ได้รับการคัดเลือกให้เป็น The First winner สาขา Best Innovative Coconut Farmer 2022 และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย

“ ทุกคนปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้ แต่ปลูกแล้วต้องรู้จักมะพร้าวน้ำหอมให้ได้ทั้งห่วงโซ่ (Supply Chain of Aromatic Coconut) เพื่อให้เข้าใจตลอดองคาพยพ ทั้งมิติเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ที่สามารถทำให้ภาคการเกษตรมะพร้าวน้ำหอมเกิดความยั่งยืน ”
กิจการอะโรแมติก ฟาร์ม ในวันนี้
ในเวทีสัมมนาวิชาการ ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย คุณออนกล่าวว่า อะโรแมติก ฟาร์ม เนื้อที่ 10 ไร่ปลูกมะพร้าวได้ 400 ต้น แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างคุ้มค่า โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนใน 3 ส่วนธุรกิจ ประกอบด้วย 1. Aromatic Farm Academy(AFA) : แหล่งเรียนรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ บนวิถีเศรษฐกิจพอเพียง 2. Aromatic Farm BCG (AFB) : เน้นการบริหารจัดการขยะและจัดการของเสียให้กลายเป็นสิ่งมีมูลค่าทางการเกษตรและวัสดุก่อสร้าง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม และมีประโยชน์สำหรับเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมบนหลักการ BCG Economy Model 3. Aromatic Farm Coconut (AFC): การบริหารจัดวัตถุดิบมะพร้าวน้ำหอม เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน

แปลงร่างขยะมะพร้าว เป็น “ ไบโอชาร์ ”
คุณออนไม่ได้ทำแค่เกษตรเพื่อขายผลผลิต แต่ยังใส่ใจเรื่อง Carbon Footprint และการหมุนเวียนทรัพยากรในฟาร์มให้เกิดประโยชน์สูงสุด มะพร้าวน้ำหอม 1 ผล กินน้ำและเนื้อมะพร้าวได้แค่ 25% ที่เหลือ75% คือ “ขยะ” จากมะพร้าว ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสที่ดีเสมอ คุณออนได้นำของเหลือใช้จากมะพร้าวมาแปลงร่างเป็นไบโอชาร์ ช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน เพราะ “ดิน” คือหัวใจสำคัญในวิถีเกษตรอินทรีย์ การเติมไบโอชาร์ในแปลงเพาะปลูกพืช เท่ากับช่วยสร้างบ้านหลังใหญ่ให้จุลินทรีย์ดีๆ ได้อยู่อาศัย ช่วยกักเก็บความชื้น และธาตุอาหารให้พืชเติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัย
คุณออนทดลองปลูกมันสำปะหลัง ด้วยวัสดุ 3 อย่าง โดยจำลองการปลูกในสภาพดินเสื่อมโทรมที่สูญเสียความอุดมสมบูรณ์และศักยภาพในการผลิตลดลง จากการขาดอินทรียวัตถุ แร่ธาตุ โครงสร้างดินเสีย หรือการพังทลาย ซึ่งเกิดจากปัจจัยธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์ ซึ่งการทดลองครั้งนี้ ไม่ใช้ดินปลูก แต่ใช้วัสดุปลูกจาก มีทราย 35% ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 35% ใส่ไบโอชาร์ 30% ผ่านไป 9 เดือน ผลลัพท์ที่ได้คือ มันสำปะหลัง 2 กอ ชั่งน้ำหนักทั้งหัวและเหง้าได้ 30 กิโลกรัม ผลผลิต เพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่า


ดังนั้นหากนำไบโอชาร์ไปปรับปรุงฟื้นฟูบำรุงดิน ลดการใส่ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการค่อย ๆ ปล่อยธาตุอาหารแบบช้า ๆ (Slow Release) ให้พืชได้กิน เก็บกักน้ำในช่องรูพรุนของไบโอชาร์ ให้ดินได้มีความชื้น ให้ Micro-organism ได้เกิดขึ้นย่อมดีแน่นอน อย่างไรก็ตามในเดือนธันวาคม 2568 คุณออนได้ขยายผลการทดลองใช้ไบโอชาร์จากมะพร้าวน้ำหอม สำหรับแปลงปลูกมันสำปะหลัง จำนวน 2 แปลงทดลอง ในพื้นที่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และแปลงปลูกมันสำปะหลัง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
นอกจากนี้ ยังได้ทดสอบสูตรถ่านไบโอชาร์สำหรับหุงต้มสำหรับครัวเรือนและถ่านบาร์บิคิวสำหรับห้องอาหารโรงแรม ซึ่งผลการทดสอบในเบื้องต้นพบว่า ไบโอชาร์ที่ผลิตในรูปถ่านอัดแท่งให้ความร้อนดีมากและยาวนานถึง 2.40 ชั่วโมง เปรียบเทียบกับถ่านไม้เนื้อแข็ง อย่างเช่นถ่านไม้มะขาม ให้ความร้อนแค่ 1 ชั่วโมง ดังนั้นในยุคแก๊ส น้ำมันราคาแพง ถ่านไบโอชาร์จะอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับสังคมไทย

เปลี่ยนขยะ เป็นวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง
นอกจากใช้ประโยชน์ไบโอชาร์เป็นวัสดุปรับปรุงดินทางการเกษตรแล้ว อะโรแมติก ฟาร์มได้ร่วมมือกับ RHINOZ REWO เปลี่ยนของเสียจากมะพร้าวให้เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีคาร์บอนเป็นลบ ด้วยการเปลี่ยนเปลือก กะลา และเศษเหลือให้เป็นไบโอชาร์และฝังลงในผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ช่วยให้เกิดโซลูชันการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริงให้กับชุมชนท้องถิ่นด้วยเพราะสนับสนุนเกษตรกรด้วยแหล่งรายได้ใหม่ เป็นมากกว่าความยั่งยืน นี่คือนวัตกรรมหมุนเวียนที่เกิดขึ้นจริง หนึ่งในลูกค้ากลุ่มนี้ คือ เอกชนรายหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่กำลังสร้างโรงแรมให้เป็น Sustainability Hotel ที่เลือกใช้วัสดุก่อสร้างแบบรักษ์โลก เก็บคาร์บอนได้แล้วยังช่วยให้โรงแรมมีอากาศเย็นขึ้นอีกด้วย


