เกษตรกรที่ปลูกฟักทองมักประสบปัญหาโรคใบหงิก ใบงอ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ส่งผลให้ฟักทองติดผลไม่สมบูรณ์หรือบางทีไม่ติดผลเลย บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เล็งเห็นความสำคัญของพืชเศรษฐกิจตัวนี้ จึงได้พัฒนาฟักทองลักกี้ที่ทนทานต่อเชื้อไวรัส โดยเจียไต๋ได้เปิดขายเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้ในต่างประเทศมาได้ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับประเทศไทย เปิดตัวครั้งแรกในงานเจียไต๋ แฟร์ 2025 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
คุณสุริยันต์ แก้วยอด Crop Breeding Manager เจียไต๋ กล่าวว่า ฟักทองลักกี้ เป็นฟักทองขนาดเล็ก น้ำหนักเฉลี่ยต่อผล 1.5-2 กก. สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ โดยใช้หลักการปลูกดูแลเช่นเดียวกับฟักทองพันธุ์ทั่วไป 1 ไร่ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 100 กรัม หลังปลูกควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้า(09.00-10.00 น.) และช่วงบ่าย เปิดให้น้ำครั้งละ 30 นาที และให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ทุกๆสัปดาห์ ครั้งละ10 กรัม/ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ 4 ตัน/ไร่


ฟักทองลักกี้ สามารถเก็บเกี่ยวผลอ่อน และผลแก่ หากเก็บเกี่ยวอายุ 75 วัน หลังจากการเพาะเมล็ด เรียกว่า ฟักทองนวล 1 ผลสีเหลืองอมเขียว เหมาะสำหรับทำเมนูฟักทองทอด สีฟักทองจะไม่เข้มมาก ส่วนระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมที่สุด คือ 80 วัน หากเก็บเกี่ยว อายุ 85 -90 วัน เป็นระยะนวล 3 ฟักทองแก่จัด มีสีส้ม
จุดเด่นของฟักทองลักกี้คือ อายุการเก็บรักษายาวนานถึง 3 เดือน เนื้อฟักทองยังแข็ง ยิ่งเก็บนานเกิน 1เดือน เนื้อฟักทองยิ่งหวานและมีสีส้ม นับเป็นประโยชน์ต่อการค้าเพราะเพิ่มโอกาสการขายได้นานขึ้น เมื่อเทียบกับพันธุ์ฟักทองทั่วไป หลังเก็บเกี่ยว 1เดือน เนื้อฟักทองจะนิ่มลงเรื่อย ๆ
จุดเด่นประการต่อมา คือ ฟักทองลักกี้เนื้อหนา มีสีเหลืองอมส้ม มีรสชาติหวาน อร่อย นำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู ผลฟักทองลักกี้คว้านเมล็ดออก สามารถแบ่งได้10 พู ตกชิ้นละประมาณ 150-200 กรัม นำไปใส่ไมโครเวฟ นาน 7 นาที เนื้อฟักทองจะมีรสชาติคล้ายๆ กับเนื้อมันเทศญี่ปุ่นเลย หากนำเนื้อฟักทองที่มีความหนา 1 ซม. ไปปิ้งย่าง เนื้อฟักทองจะแห้ง กินอร่อยเหมือนมันเทศญี่ปุ่นย่างเช่นกัน หากใครสนใจอยากปลูกฟักทองลักกี้ สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของเจียไต๋ได้ทั่วประเทศ
เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568
