Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

“ สงขลาเมืองชันโรง ” ผลิตน้ำผึ้ง 8 ตัน/ปี รุกตลาดสุขภาพความงาม ทำเงินกว่า 15 ล้านบาทต่อปี

การเลี้ยงชันโรง หรือ “อุง” สร้างประโยชน์ต่อภาคการเกษตรกร และระบบนิเวศเนื่องชันโรงมักอยู่อาศัยในพื้นที่ธรรมชาติปลอดสารพิษ โดยทำหน้าที่ช่วยผสมเกสร เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูป่าชายเลนแล้ว ยังช่วยลดปัญหาความยากจนในชุมชนได้อีกด้วย  

จังหวัดสงขลาจึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ดำเนินโครงการ ‘สงขลาเมืองชันโรง’ ส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงชันโรงเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม ปัจจุบันมีกลุ่มเพาะเลี้ยงชันโรงในจังหวัดสงขลา จำนวน  40 วิสาหกิจชุมชน ครอบคลุมทั้ง 16 อำเกอ มีสมาชิกกว่า 1,000 คน และมีรังชันโรงมากกว่า 24,000 กล่อง  สร้างผลผลิตน้ำผึ้งชันโรงกว่า 8 ตันต่อปี รวมทั้งส่งเสริมการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบเครื่องสำอาง อาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุภาพ รวมทั้งยกระดับเป็นสินค้า พรีเมียร์ รองรับการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และจีน สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้มากกว่า 15 ล้านบาทต่อปี

รังชันโรง

 ม.หาดใหญ่ พัฒนากล่องเลี้ยงชันโรง

ลดปัญหาการเก็บน้ำผึ้งและศัตรูชันโรง


 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ให้การสนับสนุนทุนวิจัยให้ ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ พัฒนาองค์ความรู้เรื่อง กล่องเลี้ยงชันโรงสายพันธุ์ขนเงิน ในพื้นที่การเลี้ยงรู้ สามารถเก็บน้ำผึ้งได้ 3 ครั้งต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและความพร้อมของอาหารชันโรง

ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก ได้พัฒนากล่องเลี้ยงชันโรง จากแบบสี่เหลี่ยมแบน ที่ใช้เป็นรังเริ่มต้น รังแยกขยาย และเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำผึ้งชันโรง ทำให้เก็บเกี่ยวได้ดี ไปเป็นกล่องเลี้ยงชันโรงแบบ 2 ช่องและ 3 ช่อง ซึ่งลดปัญหาน้ำผึ้งและพื้นรัง

จุดเด่นของนวัตกรรม คือ แบบสี่เหลี่ยมแบน ใช้เป็นรังเริ่มต้น รังแยกขยายและเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำผึ้งชันโรงทำให้เก็บเกี่ยวได้ดี ลดปัญหาน้ำผึ้งเลอะพื้นรัง  เนื่องจากเนื้อที่ภายในรังมีขนาดกว้าง ยาวและพื้นรังตื้นขึ้นใช้ในเชิงพาณิชย์ได้   กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ 2 ช่องและ 3 ช่อง ลดปัญหาการเก็บน้ำผึ้งหกเลอะกล่องเลี้ยงชันโรง และมีการปรับตำแหน่งทางเข้าออกของชันโรงจากตรงกลางไปด้านข้าง และปรับรูปแบบจากแบบเจาะรูกลม เป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก เพื่อลดปัญหาศัตรูชันโรง เช่น แมงกุดจี่ ที่เข้าไปทำลายภายในกล่องเลี้ยงชันโรง

ปัจจุบันได้เผยแพร่นวัตกรรมนี้ไปยังกลุ่มเลี้ยงชันโรงในจังหวัดสงขลาทั้ง 16 อำเภอ  หลังเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้รังชันโรงแบบใหม่ ขนาดกว้าง 24 ซ.ม. ยาว 35 ซ.ม. สูง 5 ซ.ม. สามารถลดต้นทุนการทำกล่องเลี้ยงชันโรงจาก 130 บาทต่อกล่อง เหลือแค่ 107.50 บาทต่อกล่อง และแบบที่ 2  ขนาดกว้าง 29 ซ.ม. ยาว 42 ซ.ม. สูง 5 ซ.ม. ได้ทดลองขยายรังและเก็บน้ำผึ้งได้ครั้งแรก ปริมาณ 650 มิลลิลิตรต่อครั้ง เมื่อเก็บน้ำผึ้งชันโรง 3 ครั้งต่อรัง จะได้ปริมาณน้ำผึ้งชันโรง 1,950 มิลลิลิตรต่อปี ซึ่งได้ผลผลิตมากขึ้นจากเดิม

เลี้ยงชันโรงให้ได้น้ำผึ้งคุณภาพสูง

นอกจากนี้ จังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้ร่วมมือกันทางด้านวิชาการเพื่อพัฒนาอาชีพการเลี้ยงผึ้งชันโรง การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย การสร้างเครือข่ายสงขลาเมืองผึ้งชันโรง เพื่อการจัดตั้งศูนย์กลางความรู้ผึ้งชันโรง (อุง) จังหวัดสงขลา   แบบครบวงจร เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ แก่ผู้ประกอบการและกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรง

ซึ่งทีมนักวิจัยได้เผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรงใน 16 อำเภอใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. การเลี้ยงขันโรงครบวงจร การล่อ-ต่อ-แยก ย้ายขยายพันธุ์ และการลดความขึ้น  2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปและการตลาดสมัยใหม่ 3. การจัดการความรู้และการสร้างนวัตกรชุมชน 4.การเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุนชนและผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ   

โครงการดังกล่าว ช่วยให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้น จากการเลิกใช้สารเคมีและหันมาทำเกษตรอินทรีย์แล้ว ยังช่วยให้กลุ่มช่างไม้มีรายได้เพิ่ม จากการผลิตกล่องรังชันโรงมาตรฐาน โดยใช้ไม้พื้นถิ่น  เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชันโรง ผลิตน้ำผึ้งชันโรงเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568

Related Posts