ในยุคที่เกษตรกรจำนวนมากต่างมองหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ เพราะลงทุนไม่สูงมาก ดูแลไม่ยุ่งยาก และมีตลาดรองรับตลอดทั้งปี เช่นเดียวกับ “คุณเจริญชัย หวังครอบกลาง” เกษตรกรตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ที่เริ่มต้นจากศูนย์ เคยทำงานในเมืองใหญ่ รวมถึงไปทำงานต่างประเทศ ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านเกิด เพื่อสร้างชีวิตใหม่จากผืนน้ำและผืนดินของตนเอง
จากเพียงบ่อทดลองหนึ่งบ่อในปี 2550 วันนี้สามารถพัฒนาเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างมั่นคง ด้วยการจัดการบ่ออย่างมีระบบ การให้อาหารที่เหมาะสมและการทำตลาดอย่างหลากหลาย จนกลายเป็นต้นแบบการเลี้ยงปลาบ่อดินที่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งต้นทุนและผลผลิต

คุณเจริญชัย เล่าให้ฟังว่า กว่าจะได้มาทำเกษตรเหมือนเช่นทุกวันนี้ เริ่มแรกได้เข้าไปในเมืองใหญ่เพื่อทำงานในโรงงานต่างๆ และต่อมาได้มีโอกาสไปทำงานยังต่างประเทศ โดยในช่วงนั้นสามารถเก็บเงินและนำมาซื้อที่ดินเป็นของตนเองได้ การทำงานต่างประเทศครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มีแหล่งเงินทุนของตนเองมากขึ้น เมื่อเริ่มรู้สึกอิ่มตัวและคิดถึงครอบครัว จึงตัดสินใจลาออกและกลับมาอยู่บ้าน เพื่อประกอบอาชีพทางการเกษตร
“พอเราเริ่มมีเงินทุนจากงานที่ไปทำต่างประเทศ จากคนที่ไม่มีอะไรเลยในสมัยนั้น เราสามารถมีเงินมาสร้างบ้าน และซื้อที่ดินเป็นของตนเองได้ พร้อมทั้งซื้ออุปกรณ์สีข้าวสารมาเป็นของตัวเอง และเริ่มเรียนรู้การทำเกษตรเข้ามาเสริม โดยการทำนาอยู่ก่อน แต่เมื่อผลผลิตที่ได้ยังไม่ตอบโจทย์ จึงมองหาช่องทางด้านการเกษตรอื่น ๆ โดยเห็นว่ามีพ่อค้านำปลาจากจังหวัดอื่นเข้ามาขายในพื้นที่ จึงคิดว่าเราน่าจะเลี้ยงได้ เพราะพื้นที่ของเรามีน้ำเพียงพอสำหรับเลี้ยง จึงทดลองเลี้ยงอยู่ประมาณ 1 บ่อ ในปี 2550 ก็ประสบผลสำเร็จ ได้ผลตอบแทนดีกว่าการทำนา จึงขยายการเลี้ยงมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน”

การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินให้ได้คุณภาพและมาตรฐานที่ตลาดต้องการนั้น คุณเจริญชัย บอกว่า จะต้องมีการเตรียมบ่อให้สะอาด โดยหลังจากจับปลาจำหน่ายจนหมดบ่อแล้ว จะวิดน้ำออกจนหมด พร้อมโรยปูนขาวให้ทั่วบริเวณบ่อ และทำการตากบ่อทิ้งไว้ 7-14 วัน
เมื่อบ่อมีสภาพเหมาะสมแล้ว จึงนำปลานิลอายุ 2 เดือน ที่ผ่านการอนุบาลมาเรียบร้อยแล้ว มาเลี้ยงในบ่อ อัตราการปล่อยอยู่ที่ 5,000 ตัว ต่อบ่อขนาด 2 ไร่ ในช่วงแรกเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดที่มีโปรตีน 25% เป็นอาหารเม็ดขนาดกลาง และเมื่อปลามีขนาดใหญ่ขึ้น จึงเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ดขนาดใหญ่ขึ้น ให้กินเช้า–เย็น เลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน ก็จะได้ไซซ์พร้อมจำหน่าย

“ตั้งแต่เลี้ยงปลานิลมา เรื่องโรคแทบไม่มี เพราะจำนวนปลาที่เลี้ยงไม่หนาแน่นเกินไป และน้ำที่ใช้เลี้ยงมีเพียงพอ ทำให้สภาพน้ำดีอยู่เสมอ อีกทั้งผมใช้รำข้าวที่เหลือจากการสีข้าวมาผสมกับอาหาร จึงช่วยลดต้นทุนและทำให้ปลาโตดี”
ในด้านการตลาด เดิมจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางหน้าบ่อเพียงช่องทางเดียว แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 2 ช่องทาง คือ ขายยกบ่อ และ นำไปขายปลีกในตลาดสด ราคาปลีกไซซ์ 2 ตัวต่อกิโลกรัม อยู่ที่ 60-65 บาท ส่วนไซซ์ 1 กิโลกรัมอยู่ที่ 75 บาท และยังมีการแปรรูปบางส่วนด้วยการหมักเกลือเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

“เวลาจับขายแบบยกบ่อ น้ำหนักปลาจะอยู่ประมาณ 1 ตันกว่า ๆ ราคาขายยกบ่ออยู่ที่ 43-45 บาทต่อกิโลกรัม การทำตลาดหลายช่องทางช่วยให้มีรายได้หมุนเวียนทุกวัน รายได้ประจำมาจากปลาที่ขายสด และกำไรเก็บมาจากปลาที่ยกบ่อ การเลี้ยงปลานิลไม่ยาก ขอแค่มีน้ำดี อาหารดี และการจัดการที่ดี ก็ประสบความสำเร็จได้แน่นอน”

สำหรับท่านที่สนใจการเลี้ยงปลานิล หรืออยากเข้าศึกษาดูงาน สามารถติดต่อ คุณเจริญชัย หวังครอบกลาง โทร. 081-072-0851
