พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

ไผ่บงหวานเมืองลำปาง ปลูกแบบอินทรีย์ อิงธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี สร้างรายได้งาม

ตลาดไผ่บงหวาน  โดยเฉพาะ ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง  มีจุดเด่นเรื่องรสชาติ หวาน กรอบ หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ทานดิบได้ ไม่ต้องต้มแถมนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู. จึงติดอันดับสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี  หน่อสดขาย ในฤดู มิ.ย.-ต.ค. ราคา 40 บาท/กก.หากเป็นผลผลิตนอกฤดู ช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. ราคาก็ขยับขึ้นไปแตะกก.ละ 60 บาท ทำให้เกษตรกรนิยมไผ่พันธุ์นี้กันอย่างแพร่หลาย ที่สำคัญ เป็นสายพันธุ์ไผ่ที่ โตไว ทนแล้งได้ดี  ดังนั้นเกษตรกรมีโอกาสสร้างรายได้ด้วยการขายต้นพันธุ์ แบบขุดเหง้าใส่ถุงดำพร้อมปลูก ราคา ขายต้นพันธุ์ตั้งแต่ 30-100 บาท/ต้น  


ปลูกไผ่อิงธรรมชาติ

คุณเบิร์ด หรือ คุณคมศักดิ์ ไชยวัง ทิ้งงานประจำที่มั่นคงจากกรุงเทพฯ กลับมาทำงานเกษตรที่ตนเองรัก ที่บ้านเกิด อำเภองาว จังหวัดลำปาง คุณเบิร์ดตัดสินใจทำเกษตรโดยยึดหลัก  “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9   คือการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะอยากทำสวนเกษตรที่เน้นอนุรักษ์และอิงธรรมชาติ เพื่อรักษาธรรมชาติที่มีทั้งสัตว์ต่างๆ รวมถึงแมลงศัตรูพืชตามห่วงโซ่อาหาร และการปรับความสมดุลของธรรมชาติ”

ถึงแม้คุณเบิร์ดจะปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่ก็ปลูกไผ่เป็นหลัก เพราะไผ่เป็นพันธุ์พืชที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดและคลุมดินได้ดีกว่าพืชชนิดอื่น ทำให้ดินเป็นดินร่วน เช่นดินโคนไผ่ยังนิยมนำมาเพาะเมล็ดพันธุ์พืชได้ดี

คุณเบิร์ด สนใจปลูกหน่อไม้ไผ่หวานกินสด เพราะตลาดยังไปได้ไกล การดูแลก็ไม่ยุ่งยาก เนื่องจากเขาตั้งใจที่จะทำการเกษตรเชิงธรรมชาติ ซึ่งการปลูกหน่อไม้นั้น อิงธรรมชาติมากที่สุด ป่าละเมาะที่ไหนก็มีต้นไผ่แทรก จึงคิดว่าปลูกไผ่นี่แหละที่ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้ดี  

ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง

การปลูกไผ่บงหวานกินสด หรือชื่อพันธุ์ว่า ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง เป็นไผ่สายพันธุ์ที่ไม่มีรสขมเลย จึงสามารถกินสดได้ ใช้ทำส้มตำได้ และหากต้องการบริโภคแบบสุก เพียงแค่ลวกด้วยน้ำร้อนเพียง 5-10 นาที ก็สามารถกินแบบสุกได้เลย จะมีความหอมเฉพาะตัว และเนื้อสัมผัสจะกรอบ ไม่มีเสี้ยน หน่อไม้ไผ่บงหวานกินสด ลักษณะของหน่ออ่อน ผิวเรียบ สะอาด ไม่มีขนคายหน่อไม้มาก จึงทำให้ไม่เคืองผิวหนังเวลาแกะเปลือก การทำสวนหน่อไม้ไผ่หวานกินสดนั้น  ถือว่ารายได้ค่อนข้างดี  มีลูกค้าประจำมารับที่สวนเพื่อนำไปขาย จังหวัดใกล้เคียงและขายในตัวจังหวัด

ในฤดูฝน หน่อไม้ป่า หรือหน่อไม้จากธรรมชาติก็จะมีเยอะแยะมากมาย เช่น หน่อไร่ ซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดมากในช่วงนี้และมีราคาถูก แต่หน่อไม้ไผ่หวานก็ไม่ได้ตกไปจากการนิยมบริโภค ยังขายได้ทุกวัน เพราะรสชาติต่างกันกับหน่อไม้ธรรมชาติ เพราะว่ากินสดได้เลย เพียงปอกเปลือกก็นำมาหั่นใช้ได้แล้ว นี่แหละคือแรงบันดาลใจของหนุ่มคนนี้ นอกจากเหตุผลที่ต้องการความอิสระ และดูแลใกล้ชิดครอบครัว

การเตรียมดิน

ไผ่หวานกินสด ปลูกได้ในดินทุกประเภท แต่ไม่เหมาะกับพื้นที่ลุ่มน้ำขัง เป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำ แต่ขอให้ดินมีความชุ่มชื้นก็จะให้หน่ออ่อนแล้ว ฉะนั้นการเตรียมดินจึงจะต้องทำให้ต้นไผ่มีดินพูนขึ้นมาหุ้มกอจะดีมาก หน่ออ่อนที่ออกมานั้นจะมีสีที่น่ากิน และรสชาติของหน่อไม้ ถ้าบ่มอยู่ภายใต้กอไผ่จะหวานและสีก็จะดูอ่อนเป็นที่ต้องการของตลาด

ผลผลิตต้นไผ่หวานที่ปลูกระยะแรก จาก 1 ลำต้นไผ่ จะให้หน่อในเดือนที่แปด ซึ่งให้ผลผลิตเร็วมาก ถ้าบำรุงให้ดีเช่น การให้น้ำสม่ำเสมอ จะให้ผลผลิตทุกเดือน จะเว้นแค่เดือนตุลาคมถึงมกราคมจะพักต้น คือปล่อยให้หน่อไม้ขึ้นเป็นลำต้น เพื่อให้ต้นหน่อไม้สะสมอาหารสำหรับการแทงหน่อใหม่ในเดือนถัดไป

ช่วงที่เหมาะแก่การปลูก

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกไผ่ คือ ช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม หากปลูกในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอ ก็ต่สามารถปลูกได้ทุกฤดู  ควรปลูก ต้นไผ่ในระยะห่าง 2×2 หรือ 2×3 เมตร ไถยกร่องปลูก โดยขุดหลุมลึกประมาณ 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรคในดิน

เดือนตุลาคมจะเริ่มไว้ลำไผ่หรือปล่อยให้ต้นไผ่โตจนถึงเดือนพฤศจิกายน ปล่อยให้กอไผ่สร้างฟอร์มต้นขึ้นมาหรือเพิ่มลำต้นไผ่จนถึงเดือนธันวาคม จะเริ่มตัดแต่งกอไผ่ คือตัดลำไผ่ต้นที่แก่จัดออก และตัดแต่งกิ่งแขนงออก คัดเลือกลำไผ่ที่แข็งแรงเก็บไว้ เพื่อเป็นลำต้นใหม่เจริญเติบโตแทนที่เป็นลำไผ่ของปีต่อไป เพื่อจะให้หน่ออ่อนแทงขึ้นมาเป็นหน่อไม้ที่สมบูรณ์ เพื่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตในครั้งต่อไป หลังจากนั้นก็จะใส่ปุ๋ยขี้ไก่ กอละ 1 กระสอบ ปีละครั้ง 

เทคนิคการแต่งกอให้หน่อมีขนาดใหญ่

การแต่งกอไผ่นั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก มีความสำคัญต่อผลผลิตในครั้งต่อไป  เพราะต้นไผ่นั้นต้องการภายในกอโล่ง โปร่ง เพื่อการระบายน้ำและระบายความร้อน ไล่ความชื้นกันรากเน่าได้ ถ้าปล่อยให้ต้นไผ่อัดกันแน่นเกินไป ก็จะมีปัญหาเรื่องของการขุดหน่ออ่อน จึงต้องสร้างฟอร์มกอไผ่ เพื่อไม่ให้ต้นไผ่อัดแน่นเกินไป  ให้ลำไผ่เว้นระยะห่างกัน ไม่เบียดกัน เพื่อการแตกหน่อและการเก็บเกี่ยว ในหนึ่งกอไผ่นั้น ไม่ควรให้ลำต้นไผ่เกิน 8 ลำ ต่อ 1 กอ 

 ปลูกดูแลสวนไผ่ไม่ใช้สารเคมี

ที่สวนแห่งนี้ ไม่ใช้สารเคมี เพราะการใช้ปุ๋ยเคมี หน่อไม้อาจจะมีขนาดใหญ่ ได้ราคาดี ในระยะแรก แต่ก็จะได้ผลผลิตในระยะสั้น เพราะปุ๋ยเคมีจะทำให้ดินมีสภาพด้านและแข็ง จะทำให้การแทงรากของหน่อไม้แคระแกร็นได้ หลังจากนั้นจะเสียเงินลงทุนปลูกใหม่ ราคาปุ๋ยเคมี และค่าแรงงานนั้น ถ้าคิดให้ละเอียดและคิดแบบระยะยาว จะมีราคาสูงกว่าใช้ปุ๋ยคอก

หลังจากตัดหน่อไม้ขาย ตลาดตอบรับได้ดี จึงขยายพันธุ์ปลูกต่อเนื่อง โดยใช้กิ่งพันธุ์จาก 1 ไร่ ของตนเองมาขยายพันธุ์ปลูก  ข้อดีของการปลูกหน่อไม้ก็คือ ไม่จำเป็นต้องเพาะชำก็ได้ เพียงแต่ขุดลำไผ่ที่มีราก นำไปปลูกได้เลย เพื่อการงอกรากใหม่ โดยเพาะชำและปลูกในหลุมในเวลาเดียวกันได้เลย เพียงแต่ดูแลเรื่องโรคและแมลงในการปลูกครั้งแรกโดยรองก้นหลุมด้วยปูนขาวกันมดกัดกินรากก็พอแล้ว

ด้านตลาด

ช่วงหน้าฝน สามารถเก็บหน่อไม้ขายได้ทุกวัน เฉลี่ยวันละ 30 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 50 บาท จากสวน คือเดือนมิถุนา-ตุลาคม เก็บหน่อไผ่ขายวันละ 30 กิโลกรัม มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,500 บาท ถือว่าค่อนข้างดี แถมมีแม่ค้าประจำมารับถึงสวน  

ไผ่บงหวานกินสดนั้น ตลาดยังไปได้อีกไกล เป็นอาชีพที่ไม่มีวันตาย เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งถึงความหลากหลายของพืชผัก ที่ร้านค้าผักต้องมีหน่อไม้ขาย เพื่อเพิ่มทางเลือกของพืชผักเพื่อนำไปประกอบอาหารเพื่อเมนูที่หลากหลายที่อยู่บนรายการอาหาร เช่น เมนูหน่อไม้ไผ่หวานกินสด เช่น ส้มตำหน่อไม้หวานกินสด และผัดหน่อไม้หวานกินสดหมูสับ หรือแกงเผ็ด แกงส้ม แกงเขียวหวาน เป็นต้น

Related Posts