Featured News

โกโก้ไทย ปลดล็อกรสชาติ สู่ตลาด Functional Food สู้ด้วยคุณภาพและมาตราฐาน แข่งขันได้ในเวทีโลก  

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารข่าวสด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน จัดสัมมนางาน ‘กาแฟ-โกโก้-วานิลลา พิชิตตลาดโลก HIGH-VALUE AGRI FUTURE 2026’ อัดแน่นเนื้อหาใหม่ที่ “ลึกกว่า” และ “เข้มข้นกว่า”เปิดโอกาสสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่มาอัปเดตความรู้ ไปให้สุดในกระบวนการ “สร้างมูลค่า” ตั้งแต่เวลา 10.30-16.30 น.

เวลา 14.20 – 15.10 น.ในช่วงสัมมนาสุด Exclusive  รวมพล ‘ตัวจริง’ ผู้เชี่ยวชาญด้านโกโก้ มาร่วมแชร์ความรู้ในหัวข้อ “Beyond the Bean” เจาะลึกการหมักและแปรรูปโกโก้ ตอบโจทย์ตลาดพรีเมียมยุคใหม่  ลงลึกขั้นตอนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวแบบมืออาชีพ เปลี่ยน “ผลผลิตเกษตร” ให้กลายเป็น “วัตถุดิบเลอค่า” ที่ดึงดูดเทรนด์ Specialty Cocoa จากทั่วโลก   นำโดย คุณธนา คุณารักษ์วงศ์ เจ้าของแบรนด์ช็อกโกแลตกานเวลา และ คุณปฐม มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านโกโก้ไทย

คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการสัมมนากล่าวว่า หัวใจช็อกโกแลตอยู่ที่วัตถุดิบ คราฟช็อกโกแลตที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) ต้องการ คือ ความอร่อยมาจากธรรมชาติล้วน ๆ  ไม่ใช่สิ่งปรุงแต่ง ไม่ใส่กลิ่นสังเคราะห์   ปัจจุบัน ประเทศไทยมีช็อกโกแลต 4 แบรนด์ดังที่สร้างมูลค่ามากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ ช็อกโกแลตกานเวลา เป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม ของประเทศไทย   

คุณบดินทร์

ทางด้าน คุณท็อป-ธนา คุณารักษ์วงศ์ เล่าว่า ภาพรวมมูลค่าในอุตสาหกรรมโกโก้โลก ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายเมล็ดดิบ หากแต่อยู่ที่ “ช็อกโกแลต” ซึ่งเป็นปลายทางของการสร้างมูลค่าเพิ่ม ประเทศที่บริโภคช็อกโกแลตมากที่สุดในโลก อย่างสวิตเซอแลนด์มีอัตราการบริโภคเฉลี่ยสูงถึงราว 1 กิโลกรัมต่อคนต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดปลายน้ำคือพื้นที่แห่งโอกาสอย่างแท้จริง


จุดเริ่มต้นของ KanVela ไม่ได้อยู่ที่โรงงานผลิต แต่เริ่มจากสวนโกโก้ของตัวเอง ปัจจุบันมีแหล่งวัตถุดิบหลักในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แม้จะเป็นพืชชนิดเดียวกัน แต่กระบวนการหมักในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่าง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกลิ่นและรสชาติของช็อกโกแลต “ความนิ่งของการหมัก” จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ

“เราให้ความสำคัญกับความนิ่งของการหมัก และใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพมากที่สุด”

หลังการหมักเสร็จ เมล็ดโกโก้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการคั่ว บด และแปรรูปเป็นช็อกโกแลต ซึ่งคุณท็อปมองว่า ตัวช็อกโกแลตเองคือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ทั้งในเชิงโภชนาการและวัฒนธรรมการบริโภค แต่การนำเสนอสินค้าต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ความซื่อสัตย์”

“อัตลักษณ์ไทยสำคัญมาก ถ้าเราทำช็อกโกแลตไทย วัตถุดิบก็ต้องมาจากไทย และการผลิตต้องอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์”

คุณท็อป – ธนา

คุณท็อป ย้ำว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ สิ่งที่ทำให้ KanVela เติบโตอย่างราบรื่น ไม่ใช่เพียงคุณภาพสินค้า แต่คือความสัมพันธ์กับเกษตรกร

“ตลอดระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่กานเวลาก่อตั้งธุรกิจ สิ่งที่ทำให้ราบรื่น คือความจริงใจที่มีต่อเกษตรกร เราให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การซื้อขายที่เป็นธรรม เพื่อให้ห่วงโซ่การผลิตเติบโต และอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

แนวคิดดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรคู่สัญญาสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกและการหมักได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ลูกค้าของแบรนด์ก็เป็นกลุ่มที่เข้าใจและสนับสนุนแนวทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

คุณท็อป กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันช็อกโกแลตไทยเริ่มได้รับการยอมรับจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของอุตสาหกรรมโกโก้ไทย อย่างไรก็ตาม การทำตลาดในประเทศยังต้องอาศัยการสร้างความเข้าใจ และการค้นหาเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจน

“เมื่อหาเอกลักษณ์ของตัวเองเจอ เราจะรู้ว่าควรเดินไปทางไหน” คุณท็อปกล่าวทิ้งท้าย

ด้านคุณปฐม มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านโกโก้ไทย และอุปนายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย กล่าวว่า  โกโก้ไทยมีศักยภาพเข้าสู่อุตสาหกรรม Functional Food ได้ไม่ยาก โดยสร้างมาตรฐานการแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว ควบคุมโปรโตคอลการหมักและการตากอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างรสชาติเฉพาะถิ่น พัฒนาความปลอดภัยด้านผลิตและแปรรูปอย่างต่อเนื่อง  จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อทั่วโลก

ก่อนปิดงานสัมมนา สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในโครงการ “Cocoa Digital Transformation Thailand” ความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมโกโก้ไทยทั้งห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีระดับสูง โดยมีเป้าหมายสำคัญการเปลี่ยนผ่านวิถีเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน พร้อมผลักดันให้โกโก้กลายเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความแม่นยำทางเทคโนโลยี

ในส่วนของความร่วมมือด้านนวัตกรรม สมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI)  ได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศและปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในภาคสนาม เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยต่อยอดจากประสบการณ์การดำเนินโครงการเกษตรแม่นยำร่วมกับภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้แพลตฟอร์ม FarmClimate ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถกำหนดพิกัดแปลงปลูก เพื่อรับข้อมูลจากดาวเทียมในการวิเคราะห์สภาพอากาศ และปัจจัยการผลิตที่แม่นยำเฉพาะเจาะจงรายแปลง

การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากความคุ้นเคยมาเป็นการใช้ข้อมูลเชิงตัวเลข เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐาน EUDR หรือกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรปได้ในเบื้องต้นทันที ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องระบบข้อมูลกลางของอุตสาหกรรมอย่างตรงจุด

ทางด้านการขับเคลื่อนภาคสนาม สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ได้วางแนวทางสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง โดยมีวิสาหกิจชุมชนคนรักโกโก้คลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมหลัก ซึ่งโครงการนี้มีแผนที่จะปั้นบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ หรือ Cocoa Agronomist และผู้ตรวจวัดคุณภาพเมล็ด หรือ Cocoa Grader ช่วยทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการควบคุมมาตรฐานผลผลิตทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนำร่องจากทุกภูมิภาค จำนวน 200 ราย ในช่วงเดือนเมษายน 2569 นี้ เพื่อสร้างโมเดลต้นแบบของเกษตรกรยุคใหม่ที่ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยี

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ในระยะยาว 3 ปี โครงการจะมุ่งเน้นการสร้างฐานข้อมูลกลางอุตสาหกรรมโกโก้ระดับประเทศในระยะแรก ก่อนจะขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในระยะที่สอง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ระบบ Cocoa Digital Passport เพื่อยืนยันแหล่งที่มาและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส และในระยะที่สาม จะมุ่งเน้นการเชื่อมต่อกับมาตรฐานสากลเต็มรูปแบบ เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าในตลาดพรีเมียม โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่โกโก้ดิจิทัลของไทยในเวทีโลก

Related Posts