น้ำผึ้งไม่ได้มีแค่รสเดียว! “วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์” เจ้าของบำรุงสุขฟาร์ม พาเปิดโลกน้ำผึ้งไทย ผ่านการสะสมรสชาติจากผืนป่า ฤดูกาล และพันธุ์ไม้ กว่า 10 ปี จนค้นพบว่าน้ำผึ้งแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งโทนฟรุตตี้ เฮิร์บ ไปจนถึงกลิ่นเครื่องเทศจากการหมักบ่ม พร้อมไขความลับ “น้ำผึ้งแท้-ปลอม” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ 🐝🌳
เบื้องหลังทุกหยด คือแนวคิดเก็บน้ำผึ้งแบบยั่งยืน ตัดเฉพาะหัวน้ำหวาน ไม่ทำลายรัง เพื่อให้ผึ้งอยู่กับป่าชุมชนและสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดปี พร้อมชูจุดยืนขายแต่น้ำผึ้งไทยแท้ เพราะถ้าป่าชุมชนสมบูรณ์…ผู้บริโภคก็จะได้ลิ้มรสชาติที่ดีที่สุดจากธรรมชาติเช่นกัน ✨🍯
อ่านบทความเรื่อง บำรุงสุขฟาร์ม พลิก “น้ำผึ้งป่าไทย” สู่สินค้าคราฟต์ ชูรสชาติจากฤดูกาล-ความยั่งยืน
MOST POPULAR
“วานิลลา” พืชมูลค่าสูงที่กำลังมาแรงในกลุ่มเกษตรกรไทย หลายคนมีทุนมากพอจะลงแปลงใหญ่ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่อยากทดลองปลูกแต่ติดเรื่อง “พื้นที่และงบประมาณ” วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน มีเทคนิคเด็ดจาก คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla จ.นครปฐม มาถ่ายทอดวิธีการปลูกวานิลลาในตะกร้าหรือเข่ง สำหรับคนที่อยากปลูกประดับไว้ข้างบ้าน หรือปลูกทดลองมือก่อนขยายแปลงจริงในอนาคต โดยไม่ต้องสร้างโรงเรือนให้เปลืองงบ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. ตะกร้า/เข่งพลาสติก แบบมีรูระบายน้ำรอบทิศทาง ขนาดกว้างประมาณ 23-25 นิ้ว 2. เชือกโยงทุเรียน (เชือกริบบิ้น) แข็งแรง ทนทาน ตากแดด 2-3 ปีไม่เปื่อย (เหนือกว่าเชือกฟางและใช้ง่ายกว่าลวด) 3. ตาข่ายพลาสติก สำหรับม้วนทำเสากลาง 4. กาบมะพร้าวสับ วัสดุปลูกหลัก วิธีการปลูกทีละขั้นตอน 1. ขึ้นเสาและเตรียมกระถาง ม้วนตาข่ายพลาสติกเป็นทรงกระบอก ให้สูงเลยขอบตะกร้าขึ้นมาประมาณ 80-90 เซนติเมตร 2. วางเสาตาข่ายไว้ตรงกึ่งกลางตะกร้า แล้วใช้เชือกโยงทุเรียนมัดขึงเสากับตะกร้าให้แน่นหนา ไม่หลุดเขยื้อน 3. อัดกาบมะพร้าวสับใส่ลงในช่องกลางเสาตาข่ายจนเต็ม และโรยกาบมะพร้าวสับรอบๆ เสาในเข่งให้เต็มเช่นกัน
ชนะ ไชยฮ้อย เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ปัจจุบันการทำการเกษตร จะมีการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิต สภาพแวดล้อมไม่ดี ขอแนะนำการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่ผลิตจากสารเร่ง พด.7 ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการย่อยสลายพืชสมุนไพร โดยกิจกรรมจุลินทรีย์ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ได้ของเหลวสีน้ำตาลใส ซึ่งประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิดในปริมาณสูง รวมทั้งสารออกฤทธิ์ประเภทต่างๆและสารไล่แมลงที่สกัดได้จากพืชสมุนไพรชนิดนั้นๆ ใช้ในการป้องกันศัตรูพืช ซึ่งมีประโยชน์ ในการป้องกันแมลงศัตรูพืช ได้แก่ เพลี้ย หนอนเจาะผลและลำต้น หนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอนคืบ หนอนกระทู้ หนอนกอ ไรแดง แมลงหวี่ เป็นต้น ส่วนประกอบพืชสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้หอม หางไหล บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร เปลือกแค ต้นหนอนตายหยาก เมล็ดและเปลือกสะเดา ใบว่านเศรษฐี หมาก เมล็ดน้อยหน่า เมล็ดเงาะ ยาสูบ ขิง มะกรูด ตะไคร้ พริกไทย พญาไร้ใบ สาบเสือ ผลสบู่ดำ ใบโหระพา สำหรับส่วนผสมการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย สารเร่ง พด.7 1 ซอง พืชสมุนไพร 30 กิโลกรัม น้ำตาล 10 กิโลกรัม น้ำ 50 ลิตร การทำโดยการสับพ
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 6A สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายกุญชร สุธรรมวิจิตร รองประธานกรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 27/2569 โดยมี นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ทำหน้าที่เลขานุการคณะ นางวรรณี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีระเบียบวาระเพื่อพิจารณา ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติแผนองค์กรเกษตรกร ภายใต้โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 133 แผน/โครงการ วงเงินรวม 9,928,928 บาท เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูอาชีพ เพิ่มศักยภาพการผลิต สร้างรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกรในทุกภูมิภาคของประเทศ ประกอบด้วย แผนเงินอุดหนุน จำนวน 118 แผน วงเงิน 6.29 ล้านบาท แผนเงินกู้ยืม จำนวน 8 แผน วงเงิน 3.24 ล้านบาท และแผนอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ จำนวน 7 แผน วงเงิน 400,000 บาท ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะและกำชับให้สำนักงานตรวจสอบรายละเอียดของทุกโครงการอย่างรอบคอบ ให้เป็นไปตา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าดึงศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) สร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรไทย รับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงและมีความผันผวนรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความผันผวนของตลาด และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง โดยมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ เท่าทันสถานการณ์ และสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดโครงการ “ตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ณ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าการขับเคลื่อนภาคการเกษตรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องทำให้องค์ความรู้เข้าถึงเกษตรกรและสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งการให้ “เกษตรกรเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” และเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ที่ปฏิบัติจริงในพื้นที่ เชื่อมโยงกับองค์ความรู้จากภาครัฐ นักวิชาการ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ ปัจจุบ
