จ.นครพนม ภายหลังมีฝนตกชุกต่อเนื่อง กลายเป็นฤดูกาลสำคัญของชาวบ้านดอนแดง หมู่ 5 ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า จ.นครพนม กว่า 200 ครัวเรือน ถือเป็นหมู่บ้านอาชีพแปลกที่เดียวในไทย ที่มีรายได้จากการล่าปลิงควายมาแปรรูปส่งขายให้นายทุน ส่งออกไปยังประเทศจีน สร้างรายได้ มานานกว่า 20 ปี โดยช่วงฤดูฝนถือเป็นโอกาสทอง ชาวบ้านจะออกไปล่าปลิงควายตามแหล่งน้ำ ห้วยหนอง คลองบึง ที่มีปลิงชุกชุม มาแปรรูป ทำปลิงตากแห้งส่งขาย


นายไพฑูรย์ ท้าวนาง นักล่าปลิง รวมถึงพ่อค้ารับซื้อปลิงควาย ชาวบ้านดอนแดง ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า จ.นครพนม เปิดเผยว่า อาชีพล่าปลิงควายเป็นอาชีพที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในหมู่บ้าน มานานกว่า 10 -20 ปี เนื่องจากเคยมีชาวบ้านไปรู้จักกับนายทุน รับซื้อปลิงส่งออกไปขายประเทศจีน จึงมาแนะนำชาวบ้านให้ทดลองทำ ออกไปล่าปลิงตามแหล่งน้ำมาขาย ทั้งตัวสด และแปรรูปปลิงตากแห้ง ขาย แล้วแต่ความถนัด จนสามารถสร้างรายได้จริง จึงสืบทอดเป็นอาชีพมาถึงปัจจุบัน จะมีการรับซื้อตลอดปี แต่ที่มีปลิงมากที่สุดคือช่วงฤดูฝน เป็นโอกาสทองออกล่าปลิง

“ช่วงฤดูฝนเป็นโอกาสทองออกล่าปลิงหนองน้ำที่มีปลิงชุมจะเป็นหนองน้ำนิ่ง เช่น หนองหาร หนองบึง ที่มีผักตบ หรือมีควายลงไปเล่นน้ำ เพราะปลิงจะหากินเลือดควายเป็นหลัก ทุกวันนี้ไม่ได้รับซื้อเฉพาะในพื้นที่ จ.นครพนม รับซื้อทั่วอีสาน ลูกค้านำมาส่งขาย จะแยกการขายออกเป็นสองแบบ คือ ขายตัวสด ห่อบรรจุกล่องโฟมส่งให้นายทุนทางขนส่งเอกชน ราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท หากแปรรูปตากแห้ง จะขายได้ราคาแพงเท่าตัวประมาณกิโลกรัมละ 2,000 บาท ที่ต้องเพิ่มขั้นตอนการในการแปรรูป เริ่มจากนำปลิงตัวเป็นๆ ไปน็อกด้วยยาเส้นให้ปลิงตาย ก่อนนำไปต้มน้ำร้อนพอประมาณ และนำขึ้นมาตากแดดให้แห้งประมาณ 1 วัน หรือลมควัน ก่อนส่งขาย” นายไพฑูรย์ กล่าว
บางครอบครัวขยันสร้างรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท มีเงินหมุนเวียนสะพัดในหมู่บ้านวันละนับแสน แต่ละปีอาชีพค้าปลิงมีเงินหมุนเวียนปีละหลายล้านบาท ยิ่งช่วงวิกฤติโควิดตกงาน ถือว่าสร้างรายได้ให้ดีพอสมควร โดยปลายทางส่งออกไปจีน เชื่อกันว่านำไปปรุงเป็นยาสมุนไพรชูกำลัง ตามความเชื่อของผู้บริโภค สำคัญมีออเดอร์รับไม่อั้น แต่ละวันตนจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 5,000-10,000 บาท

