“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 41 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต
คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาท รุ่นที่ 3
แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม young smart farmer จังหวัดจันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านการเกษตรทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจุบัน คุณปุ้ย และครอบครัวมีบ้านพักอาศัยอยู่ในตัวเมือง บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี รหัสไปรษณีย์ 22000 โทร. 081-864-6346 เฟซบุ๊ก : ปุ้ย ดวงพร และ Line ID : 081-864-6346
ครอบครัวคุณปุ้ยทำสวนเกษตรผสมผสาน ชื่อว่า “สวนบุษรา” เนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี สวนบุษรา มีรายได้หลักจากการปลูกมังคุดและลองกอง รวมทั้งปลูกกล้วยหอม กล้วยไข่ ต้นหมาก ปลูกแซมในพื้นที่ว่างเปล่า เพื่อใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีรายได้จากการเกษตรเฉลี่ยปีละล้านกว่าบาท
ทุกวันนี้ คุณปุ้ย เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการเกษตร ภายใต้แนวคิด “สนุกคิดชีวิตเกษตรกร” เพราะได้ทำงานที่ตนรัก ทำให้มีความสุขในการวางแผนการทำงาน มีความสุขในการแก้ไขปัญหาและพัฒนางานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้แผ่นดินแห่งนี้กลายเป็นมรดกตกทอดไปยังบุตรสาวของเธอ ทายาท รุ่นที่ 4 ที่กำลังขะมักเขม้นเรียนคณะเกษตร เพื่อรับช่วงสานต่ออาชีพเกษตรกรรมจากคุณปุ้ยในอนาคต

เทคนิคการจัดการสวนมังคุด
เนื่องจากสวนแห่งนี้เป็นพื้นที่ลุ่ม ติดคลอง ทำให้สวนมังคุด เนื้อที่ 20 ไร่ ออกดอกช้า ช่วงเก็บเกี่ยวเจอปัญหาฝนตกชุก ผลผลิตเกิดความเสียหายด้อยคุณภาพ ขายได้ราคาต่ำ คุณปุ้ยพยายามเอาชนะธรรมชาติ โดยให้ต้นมังคุดออกดอกและติดผลเร็วขึ้นในเวลาที่กำหนดคือ เก็บเกี่ยวผลผลิตชุดใหญ่ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้ คุณปุ้ยยังได้นำผลการวิเคราะห์ SWOT และวางแผนการจัดการสวนรายปี มาใช้ปรับปรุงสวนมังคุดเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 10-12 เปอร์เซ็นต์ ในปีต่อๆ มา
คุณปุ้ย ได้เรียนรู้เทคนิคการบังคับให้ต้นมังคุดแตกใบอ่อน เพื่อให้อายุใบพร้อมออกดอกในเวลาที่ต้องการ ด้วยการสะสมอาหารให้มากพอก่อนหมดฤดูการเก็บเกี่ยว ร่วมกับศึกษาข้อมูลอากาศระยะรายปี จากปรากฎการณ์ลานีญ่า ซึ่งเกิดภาวะฝนชุก หนาวมาก หนาวนานและความชื้นสูง และปรากฎการณ์เอลนีโญ่ ซึ่งเกิดภาวะแล้งเร็ว ไม่ค่อยหนาว ความชื้นต่ำ
อีกทั้งยังมีการเรียนรู้การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในสวนของตนเอง โดยคุณปุ้ยได้ศึกษาเรื่องแผนที่อากาศ เพื่อพยากรณ์อากาศรายสัปดาห์ควบคู่ไปกับการจัดการธาตุอาหารที่สำคัญในการออกดอก ให้ทุกอย่างสัมพันธ์กันในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ด้านตลาด
ปัจจุบัน สวนบุษรา ของคุณปุ้ย ได้รับการตรวจสอบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP : Good Agriculture Practice) ผลผลิตมังคุดจะออกตลาดในช่วงเมษายน-มิถุนายน ได้ผลผลิตเฉลี่ย 25 ตัน ต่อปี เป็นมังคุดคุณภาพเพื่อการส่งออก 70% และเป็นมังคุดนอกฤดู 30% ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องคุณภาพ เช่น มังคุดเนื้อแก้ว มังคุดยางไหล ฯลฯ และไร้ปัญหาด้านการตลาด โดยสามารถขายผลผลิตได้ราคาที่สูงกว่า 50 บาท ต่อกิโลกรัม
ด้านสังคม
คุณปุ้ย พยายามรวมพลังกลุ่มเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็งในทุกมิติ โดยให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกลุ่ม โดยคุณปุ้ยเป็นผู้ดูแลเพจกลุ่มชาวสวนจันทบุรี ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2 หมื่นคน โดยปรับปรุงข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ข่าวสารทางด้านการเกษตร และเธอยังมีตำแหน่งเป็นเลขานุการเครือข่ายกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมังคุดจังหวัดจันทบุรี ทำหน้าที่ประสานงานในด้านต่างๆ ทั้งการจัดประชุม ประสานงานระหว่างเครือข่ายกับหน่วยงานอื่น และเธอยังทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครฝนหลวง จังหวัดจันทบุรี มีหน้าที่รายงานปริมาณน้ำฝน ฝนแล้ง ขอรับการสนับสนุนการทำฝนหลวง
คุณปุ้ย ได้เป็นแกนนำในการรวมกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมังคุดจันทบุรี ซึ่งมีสมาชิกเครือข่ายทั้งจังหวัดจันทบุรี รวบรวมผลผลิตโดยกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดจันทบุรี เพื่อส่งไปขายตลาดประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน
ที่ผ่านมา คุณปุ้ย เป็นแกนนำ ขอรับเงินจากสถาบันทุเรียนไทย จำนวน 5,000 บาท เพื่อใช้ดำเนินงานสนับสนุนเครือข่าย Yong Smart Farmer จันทบุรี ดำเนินการจัดอบรม “รู้ทันฟ้า ฝนของคนเกษตร” และดำเนินการจัดอบรม หลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างประหยัดและได้ผล โดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการ สามารถยกระดับคุณภาพผลผลิตสินค้าเกษตรกรของท้องถิ่น โดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการเข้ามาสนับสนุน นับเป็นการคืนกำไรสู่สังคมอีกทางหนึ่ง
