เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ประกาศเดินหน้าต่อยอดมาตรฐาน IFFO Responsible Supply หรือ IFFO RS ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตปลาป่นอย่างยั่งยืนในระดับสากลที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ไปยังคู่ค้าธุรกิจปลาป่นในต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าวัตถุดิบที่บริษัทใช้ทั้งหมดในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท ปลอดจากวัตถุดิบที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU
น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจสัตว์น้ำของซีพีเอฟ ชี้ถึงจุดยืนของบริษัทในการร่วมแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายกับภาครัฐ และองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างๆ แม้ว่าในปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปจะปลดใบเหลือง IUU ให้กับประเทศไทยแล้วก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าสนับสนุนคู่ค้าในธุรกิจปลาป่นให้ดำเนินการตามมาตรฐาน IFFO RS โดยในปีนี้จะร่วมกันพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 5 ราย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบย้อนกลับ และวัตถุดิบของบริษัทด้วย
“บริษัทมุ่งพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ในเรื่องระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน IFFO RS เพื่อให้ผู้บริโภคและคู่ค้าของเรามั่นใจได้ว่าวัตถุดิบของเรามาจากการประมงที่ถูกกฎหมายตลอดห่วงโซ่อุปทาน และในปีนี้เราจะเพิ่มจำนวนคู่ค้าที่ได้รับมาตฐานขึ้นอีกเท่าตัว” น.สพ.สุจินต์ กล่าว
น.สพ.สุจินต์ ย้ำว่า มาตฐาน IFFO RS เป็นมาตรฐานรับรองวัตถุดิบสัตว์น้ำที่ได้มาจากการจับตามหลักเกณฑ์การประมงและมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมายตามแผนการปรับปรุงพัฒนาการประมง (Fishery Improvement Plan: FIP) ของประเทศไทย สอดคล้องกับวิธีการที่ดีในการผลิตอาหารสัตว์ (Good Manufacturing Practices: GMP) ตลอดจนมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต
“ความสำเร็จของแผนการปรับปรุงพัฒนาการประมงในประเทศไทยจะเป็นแนวทางให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคในการป้องกันการประมงผิดกฎหมาย เพื่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์ และการส่งเสริมการประมงตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก ซึ่งกำหนดไว้โดยสหประชาชาติ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” น.สพ.สุจินต์ กล่าว
ในปัจจุบัน ซีพีเอฟได้นำแนวทางปฏิบัติและองค์ความรู้ที่ได้รับจากการทำ FIP ในประเทศไทยมาต่อยอดกับกิจการในประเทศซึ่งบริษัทประกอบธุรกิจสัตว์น้ำอยู่ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินเดีย เช่น การร่วมกับสมาคมประมง บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม และรัฐบาลอินเดีย ร่างแผนการทำงานฉบับแรกภายใต้ FIP เพื่อให้การประมงน้ำมันปลาซาร์ดีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตน้ำมันปลา ในชายฝั่งตะวันตกเป็นไปอย่างยั่งยืน เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้น้ำมันปลาซาดีนจากอินเดียได้รับการยอมรับ และถูกบันทึกในเว็บไซต์ FisheryProgress.org ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ทั่วโลกให้การยอมรับในด้านการเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าของแผน FIP ทั่วโลก ตามมาตรฐานของ the Conservation Alliance for Seafood Solutions (CASS)
นอกจากนี้ วัตถุดิบปลาป่นที่ ซีพีเอฟ ใช้ในประเทศไทย มาจากการรับซื้อปลาป่นที่มาจากโรงงานแปรรูปปลา (By-Product) จากแหล่งที่ได้รับรองมาตรฐาน IFFO RS ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
ในการดำเนินงานด้านอื่นๆ นั้น น.สพ.สุจินต์ ได้เสริมว่า ซีพีเอฟจะยังคงสนับสนุนภาครัฐและองค์กรต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการต่างๆ เช่น Thai Sustainable Fisheries Roundtable ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงจังหวัดสงขลา หรือ ศูนย์ FLEC และ Labour Voices by LPN รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการประมงระดับโลก
“บริษัทจะยังคงให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบย้อนกลับ การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และการมีห่วงโซ่อุปทานที่ปราศจาก IUU แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท” น.สพ.สุจินต์ ย้ำ
