Featured พืชทำเงิน

ศิริวัฒน์ ศรีสระคู เกษตรกรดีเด่น อาชีพปลูกสวนป่า คิดและต่อยอด สร้างรายได้กว่าล้านบาท

คุณศิริวัฒน์ ศรีสระคู อายุ 65 ปี กำลังศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง อาชีพปลูกสวนป่า อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพง อําเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ (087) 947-0812

คุณศิริวัฒน์ ศรีสระคู

ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน

ในปี 2538 มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากสํานักงานป่าไม้ จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามาส่งเสริมให้มีการปลูกป่าในที่ดินของตนเอง จึงได้ตัดสินใจปลูกไม้ประดู่ซึ่งเป็นไม้ถิ่นเดิม จํานวน 28 ไร่ โดย

  1. มีการศึกษาหาความรู้พลิกฟื้นผืนไร่เป็นสวนป่าและไม้ผล
  2. มีการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจร่วมกับไม้ผลและพืชเกษตร เช่น

– ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันปานกลาง

– ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันสั้น ได้แก่ วิธีเจาะบ่อน้ำบาดาลมาใช้ในสวนป่า สวนผลไม้ และพืช ไม้ยูคาลิปตัส

– ไม้ผล ได้แก่ มะม่วง


– พืชเกษตร ได้แก่ กระชาย ขิง ข่า ฯลฯ

  1. มีการนํานวัตกรรมมาใช้ในสวนป่า โดยการระหว่างรอผลผลิตจากไม้สวนป่าที่ปลูก โดยการใช้ใบเลื่อยกลมแบบประยุกต์ติดตั้งกับเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่มาประยุกต์ใช้ในการทําไม้ออก สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการทําไม้ออกได้เป็นอย่างดี มีการบริหารจัดการระบบน้ำ โดยการเจาะบ่อบาดาลเพื่อนําน้ำมาใช้ในสวนป่า

ความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค

  1. ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งโดยศึกษาหาสมุนไพร พร้อมจัดทําระบบน้ำ
  2. การขาดรายได้ระหว่างรอผลผลิตไม้จากไม้-พืชเกษตร ได้แก่ กระชาย ขิง ข่า ฯลฯ สวนป่า จึงได้ปลูกไม้ผลและพืชเกษตร เพื่อสร้างรายได้
  3. ปัญหาสภาพของดินขาดความอุดมสมบูรณ์ โดยศึกษาหาวิธีการบํารุงดิน โดยการนําปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูก
  4. ปัญหาโรคและแมลงในสวนป่า ได้แก่ ปลวก เพื่อนําน้ำมาใช้ในสวนป่า โดยปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ เพราะสวนป่ามีระบบนิเวศที่เกื้อกูลกัน
  5. มีการป้องกันการเกิดไฟไหม้ในแปลง โดยการทําถนนเป็นแนวกันไฟรอบแปลงและกลางแปลง

 

ผลงานและความสําเร็จของผลงาน
ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ
ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน
และความยั่งยืนในอาชีพ

  1. เป็นการปลูกสวนป่าผสมผสานร่วมกับไม้ผลและพืชสมุนไพร
  2. มีการบํารุงดูแลรักษาต้นไม้อย่างต่อเนื่องและมีการบริหารจัดการสวนป่าที่เหมาะสม ไม่ใช้สารเคมีในการกําจัดโรคแมลงและวัชพืชในสวนป่า
  3. สวนป่าสามารถอํานวยประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มีการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ

– ไม้ยูคาลิปตัสสามารถตัดขายได้ในแต่ละรอบ โดยมีรอบตัดฟันทุกๆ ปี หมุนเวียนกันไป

– แปลงปลูกไม้ประดู่และไม้ยางนาที่สวยงาม จํานวน 1,353 ต้น โดยไม้ประดู่สามารถตัดขายและ แปรรูปสร้างบ้านเรือนได้

ระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน

– ดําเนินการปลูกสวนป่าตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบัน ใช้เวลาในการปลูกและบํารุงรักษาเป็นเวลา 24 ปี

ความยั่งยืนในอาชีพ

  1. รายได้เฉลี่ยจากสวนป่า โดยประมาณ ดังนี้ (1,540,200) บาท

– มีรายได้จากผลผลิตของสวนป่าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยเฉพาะไม้ประดู่ ไม้ยูคาลิปตัส ดังนี้

– ขายไม้ประดู่ (ไม้ท่อน) ตัดขาย 3 รอบ เป็นเงิน 63,000 บาท

– ขายไม้ประดู่ (แปรรูปทําเฟอร์นิเจอร์) เตียงนอน เป็นเงิน 19,200 บาท

– ขายไม้ยูคาลิปตัส เป็นเงิน 41,000 บาท ต่อปี รวมทั้งหมด 18 ปี เป็นเงิน 1,458,000 บาท

  1. ไม้ที่เหลือในสวนป่ามีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ สามารถสร้างรายได้ในอนาคตได้

ความเป็นผู้นําและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ

  1. เป็นสมาชิกลุ่มอนุรักษ์ ดิน น้ำ ป่า ของ อบต.กําแพง
  2. เป็นคณะกรรมการทําแผนพัฒนาสิ่งแวดล้อมของ อบต.กําแพง ในแผนพัฒนาระยะ 5 ปี
  3. เป็นแบบอย่างแก่เกษตรชุมชนใกล้เคียงให้หันมาปลูกป่าและเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกไม้ เศรษฐกิจกับกรมป่าไม้

การเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ

  1. เป็นวิทยากรสาธิตการปลูกป่าหนองเหมือนแค่
  2. เป็นวิทยากรให้กับโรงเรียนและวัด โดยใช้แปลงสวนป่าของตัวเองเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน
  3. เสียสละนําต้นไม้ที่ตัดส่งไปถวายวัดเพื่อสร้างกุฏิพระ
  4. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประโยชน์ทางตรง

  1. มีการตัดไม้ในสวนป่าเพื่อแปรรูปทําเฟอร์นิเจอร์และจําหน่าย
  2. มีไม้สําหรับไว้ใช้สอย สร้างบ้านเรือน ที่พักอาศัย เศษไม้ ปลายไม้ สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
  3. เป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์ เช่น เห็ด ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
  4. มีพืชและสมุนไพรที่นํามาทําเป็นอาหารได้

ประโยชน์ทางอ้อม

  1. เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
  2. สวนป่าสามารถปรับสภาพของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มีความชุ่มชื้นมากขึ้น
  3. เป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างจิตสํานึกในการร่วมกันอนุรักษ์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  4. เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ขนาดเล็ก เช่น นก กระรอก กระแต

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

  1. การใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ใช้สารเคมีในการกําจัดโรคและแมลง
  2. สวนป่าเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่ศึกษาดูงาน และมีการนําเศษวัชพืชมาใช้ประโยชน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

…………….

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2563

Related Posts