เกษตรกรดีเด่น
คุณสำรวย บางสร้อย เกษตรกรจากจังหวัดร้อยเอ็ด อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 12 บ้านสวนปอ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด อาชีพทำไร่นาสวนผสม โดยประสบความสำเร็จจากการจดบันทึกบัญชีอย่างต่อเนื่องและนำข้อมูลทางบัญชี มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ จนสามารถสร้างรายได้และลดต้นทุน รวมถึงสามารถชดใช้หนี้สินให้น้อยลงและมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายคนทำบัญชีและการเกษตรในชุมชน เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการจดบันทึกบัญชีและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรในชุมชนนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์และเห็นผลจริง ทำบัญชีครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปลดหนี้เงินล้าน สำหรับความเป็นมาของคุณสำรวย บางสร้อย ก่อนจะหันมาทำบัญชีในการประกอบอาชีพจนประสบความสำเร็จในชีวิตในวันนี้ได้นั้น เป็นคนที่ประสบปัญหาหนี้สินเป็นหลักล้านบาท จากการนำมารักษาอาการเจ็บป่วยของตนเอง ซึ่งเคยมีปัญหาปลายประสาทตาอักเสบจนตาบอดเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ต้องทยอยขายสมบัติที่มีทั้งที่นา วัว และรถไถนา เพื่อนำเงินมารักษาตนเองจนหมดตัว จากวิกฤตชีวิต ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความคิดในการหันมาจดบันทึกทำบ
ทุกวันนี้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยหรือผู้ที่กำลังฟื้นฟูร่างกาย นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว อาหารถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิต หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามกับวัตถุดิบที่อยู่บนจานว่า ปลอดภัยจริงหรือไม่? และมีคุณค่าทางโภชนาการมากเพียงพอสำหรับการดูแลสุขภาพหรือเปล่า คำถามเหล่านี้เอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ คุณเต้-อัญชรี อัสววิมล เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรอินทรีย์ ประจำปี 2569 อดีตพยาบาลที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล มาเป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพให้ผู้คนได้บริโภค หลังจากที่สามีล้มป่วย คุณเต้จึงหันมาให้ความสำคัญกับอาหารต้นทาง และเชื่อว่าการมีวัตถุดิบที่ปลอดภัยคือหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี จาก 4 ไร่ สู่ฟาร์มต้นแบบ ผลิตผักมาตรฐาน Organic Thailand คุณเต้ เล่าให้ฟังว่า เดิมประกอบอาชีพพยาบาล ก่อนจะออกจากงานมานานเป็น 10 ปี โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสามีป่วย ทำให้เริ่มศึกษาเรื่องอาหารและการผลิตวัตถุดิบที่ปลอดภัยจากสารเคมีอย่างจริงจัง “ตอนนั้นประมาณปี 2559 ถือว่าจริงจังเลย ที่จะทำแปลงปลูกผักอินทรีย์ ก็เลยมา
นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ เกษตรกรดีเด่นด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ประจำปี 2569 จากจังหวัดกาญจนบุรี ต้นแบบการเพาะเลี้ยงกุ้งแคระสายพันธุ์ “Green Emerald” และ “Green Rili” ได้สำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาฟาร์มให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคนิค และวิธีการเพาะพันธุ์กุ้งแคระอย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้สนใจ พร้อมเร่งขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายการเป็นผู้ผลิตกุ้งแคระสวยงาม อันดับ 1 ของเอเชีย ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการยกระดับสัตว์น้ำสวยงามของไทยสู่สายตาโลกตามหลักมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อค้นหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีผลงานโดดเด่นด้านการเกษตร เพื่อยกย่องให้เป็นแบบอย่างอันดีให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ ตามข้อกำหนดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผ่านการคัดเลือกจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศจนได้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 5 ด้านทุกสาขาภาคการเกษต
วันที่ 10 มีนาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า มอบรางวัลเกษตรกรดีเด่นภายในงานเชิดชูเกียรติเกษตรกรทุเรียนดิจิทัล เพื่อยกย่องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการสวนอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานยังมีกิจกรรมยกระดับความรู้และทักษะดิจิทัลแก่เกษตรกรที่สนใจ ตั้งเป้าส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการกระบวนการเพาะปลูก ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และขีดความสามารถทางการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาและวางรากฐานที่มั่นคงแก่ภาคเกษตรกรรมไทย พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านสินค้าเกษตรมูลค่าสูงในตลาดโลกอย่างยั่งยืน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดงานเชิดชูเกียรติเกษตรกรทุเรียนดิจิทัล งานสำคัญภายใต้โครงการทุเรียนดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติ และมอบรางวัลแก่เกษตรกรดีเด่นใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคใต้ ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ภาคตะวันออก ที่อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อำเภอโนนสุวรรณ จังห
“ปลานิล” ปลาเศรษฐกิจเลี้ยงง่าย โตเร็ว ได้รับความนิยมในทุกระดับ ปลานิลสามารถนำมาแปรรูปได้หลายประเภท ปัจจุบันมีการส่งออกปลานิลไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นิยมบริโภคปลานิลกันอย่างแพร่หลาย จุดเด่นของปลานิลอยู่ที่อัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ปริมาณปลานิลมีมากพอที่จะส่งขายตลาดพื้นบ้านและตลาดต่างประเทศ ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ปลานิลจึงเป็นขวัญใจของคนทุกระดับ ที่จังหวัดกาญจนบุรี จากหน้าศาลากลางจังหวัดเลี้ยวซ้ายผ่านศาลจังหวัด ข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเลาะไปตามแม่น้ำขึ้นไปทางตะวันออกประมาณ 3 กม. จะถึงกระชังปลานิลลอยอยู่ในแม่น้ำแม่กลองเป็นจำนวนมาก จัดว่าเป็นฟาร์มปลานิลใหญ่ที่สุดของเมืองกาญจน์ และของประเทศก็ว่าได้ ฟาร์มปลานิลในกระชังเหล่านี้เป็นของ คุณเทียมศักดิ์ สง่ากชกร อดีตกำนันตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จากการเลี้ยงโคนม “กำนันเทียมศักดิ์” ผันชีวิตมาทำฟาร์มปลานิลเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำแม่กลอง เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก “กำนันเทียมศักดิ์” เล่าถึงที่มาแต่หนหลังก่อนจะมาเลี้ยงปลานิลในกระชังว่า เมื่อก่อนทำฟาร์มเลี้ยงโคนม
“แรกๆ ใครก็หาว่าบ้า มีที่ดินดีๆ เอามาปลูกสวนป่า ปลูกไปเมื่อไรจะโต เชื่อสิยังไงก็ไปไม่รอด” คำพูดเหล่านี้ “คุณธวัลรัตน์ คำกลาง” หญิงแกร่งคนนี้ ไม่เคยลืม แต่ ณ ปัจจุบัน คำพูดสบประมาทเหล่านี้ ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง หากคนเรามุ่งมั่นและมีแบบแผน อย่างไรแล้วความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล คุณธวัลรัตน์ คำกลาง เกษตรกรดีเด่น ปี 2561 อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 91/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของกิจการสวนป่าแห่งนี้ว่า เดิมที พ่อกับแม่ของเธออพยพมาจากอำเภอสูงเนิน แล้วมาได้งานเฝ้าสวนที่ตำบลวังกะทะ ต่อมาเจ้าของที่ต้องการย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นจึงเอ่ยปากขายที่ให้กับพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของคุณธวัลรัตน์ตัดสินใจซื้อที่ดินเนื้อที่ 100 ไร่แบบผ่อน โดยนำมาแบ่งสันปันส่วนที่ดินให้คุณธวัลรัตน์และพี่น้องอีก 6 คน ทุกคนช่วยกันผ่อน คุณธวัลรัตน์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมา 24 ไร่ เพื่อนำมาปลูกป่าที่ตนเองรัก คุณธวัลรัตน์เริ่มปลูกสวนป่าเพราะความชอบ ไม่ได้คิดอะไร เพราะเธอเป็นคนชอบป่า ชอบสีเขียว ชอบความสงบของป่าตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อมีพื้นที่เป็นของตัวเองจึงไม่ลังเลที่จะปลูกพืชอะไรก็ได้ที่เป็น
เกษตรแปลงใหญ่-วิสาหกิจชุมชน-ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร-ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นระดับประเทศปี 2566 พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลความสำเร็จสู่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป หลังเข้ารับรางวัลชนะเลิศจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จัดพิธีมอบโล่และเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัลให้เกษตรกรต้นแบบ ที่มีผลงานดีเด่นระดับประเทศ ในประเภทต่าง ๆ ประจำปี 2566 ประกอบด้วย 1.แปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่แปลงใหญ่โคนม สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ตำบลโคกก่อ อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม มีนายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช เป็นประธาน 2.วิสาหกิจชุมชน ดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ มีนายวันนา บุญกลม เป็นประธานเครือข่ายฯ 3.ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่ ศพก.อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีนายอรุณ ขันโคกสูง เป็นประธาน 4.ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.)ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางว
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในแต่ละปีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดให้มีการประกวดผลงานของเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่น และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น ควรแก่การเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์รายอื่นได้พัฒนาอาชีพและการทำงานตาม โดยเกษตรกร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร ผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทุกปี สำหรับปี พ.ศ. 2566 จะตรงกับวันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2566 กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแสดงความยินดีเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ. 2566 ทุกท่าน ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายให้ดำเนินการคัดเลือก จำนวน 8 สาขา ซึ่งมีผลงานดีเด่น ดังนี้ นายจักรินทร์ โพธิ์พรม เกษตรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน ประจำปี พ.ศ. 2566 จังหวัดอุดรธานี เปลี่ยนจากอาชีพรับจ้างในกรุงเทพ มาทำสวนกล้วยหอมทอง โดยใช้เทคโนโลยี จนได้ผลผลิ
คุณวีนัด สำราญวงศ์ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นเกษตรกรต้นแบบ ที่มีผลงานโดดเด่นในเรื่องการปลูกดูแลอ้อยตอ ที่ขยายผลผลิตนับสิบปี แนวคิดในการทำอ้อยอย่างยั่งยืนคือ ตัดอ้อยสดส่งขายโรงงานน้ำตาลโดยไม่มีการเผาใบอ้อย เพื่อลดโลกร้อน รักษาระบบนิเวศในไร่อ้อย อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ให้อยู่ในสภาพธรรมชาติ นอกจากนี้ มุ่งรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยตัดอ้อยสด ตัดใบอ้อยทิ้งในแปลง และการฉีดน้ำหมักปุ๋ยยูเรีย ช่วยเร่งการย่อยสลายของใบอ้อยทุกปี ทำให้ดินมีความชื้น มีอินทรียวัตถุเพิ่มมากขึ้น และดินมีความอุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่ตออ้อยที่ 4 ไม่ต้องปลูกอ้อยใหม่ ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน สามารถลดต้นทุนการผลิตในการเตรียมดิน ค่าปลูก ค่าพันธุ์อ้อย ค่ากำจัดวัชพืช และค่าปุ๋ยที่เกินความจำเป็น การตัดอ้อยสด นอกจากได้ค่าขายต้นอ้อย และค่าความหวานเพิ่ม ซีซีเอส (CCS.) ทางโรงงานน้ำตาลยังให้เงินเพิ่มจากการตัดอ้อยสด ตันละ 30-50 บาท ทำให้มีผลกำไรเพิ่มขึ้น คุณวีนัด ตั้งใจเลี้ยงอ้อยไว้ตอนานอย่างยั่งยืน โดยไม่นำรถตัดอ้อยซึ่งเป็นเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าในแปลงอ้อย เพื่อไม่ให้ตออ้อยถูกทำลายและดินแน่นจนเกิดดินดาน สามารถไว้ตอได้นานหลายสิบปี โดยให้ผลผ
กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นประจำทุกปี โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่าง ปี 2564 คุณวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง เห็นถึงความสำคัญของโครงการและเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แก่เกษตรกร จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับเกษตรกรที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ประจำปี 2564 ของสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจให้เกษตรกรทุกคน ร.ต.ท. ธีรวุฒิ คุ้มพานิช อดีตข้าราชการตำรวจ ที่หันเหชีวิตมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ตามความใฝ่ฝันในวัยเด็ก “ผมเป็นลูกชาวนา เติบโตมาในครอบครัวชาวนา หาปลา ปลูกผัก ปลูกหญ้า พอได้กิน เหลือก็แบ่งปัน อยู่กับธรรมชาติ” ทำตามความฝัน
