ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญ แต่ปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมี ศัตรูพืช และจุลินทรีย์ยังคงเป็นอุปสรรคต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต ทำให้ไม่ผ่านมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า มาตรฐาน GAP จึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพ ลดความเสี่ยงในการปนเปื้อน และส่งเสริมการผลิตพืชที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินนโยบายให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานตามระบบการรับรองมาตรฐาน GAP พืช โดยทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์รับสมัครขึ้นทะเบียน ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตตามระบบมาตรฐาน GAP
การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) คือ แนวทางการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและปลอดภัย โดยคำนึงถึงสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ลดการปนเปื้อนของสารเคมี ไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการเกษตร เศรษฐกิจ และสังคม

ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขการกำหนดมาตฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร จาก มกษ. 9001 – 2566 เป็น มกษ. 9001 – 2564 โดยปรับข้อกำหนดในการผลิตสินค้าพืชอาหารให้มีความชัดเจน ลดความซับซ้อน เหมาะสมกับสภาวการณ์ในสังคมปัจจุบัน และสอดคล้องกับมาตรฐาน ASEAN GAP มากขึ้น
มาตรฐาน GAP คืออะไร ?
GAP พืช คือ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (Good Agricultural Practices of Food Crop) เป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร เช่น พืชผัก ไม้ผล พืชไร่ พืชสมุนไพร และเครื่องเทศ ซึ่งในทุกขั้นตอนการผลิตระดับสวน/แปลง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีความปลอดภัยจากสารเคมี จุลินทรีย์ และศัตรูพืช
GAP พืชเป็นแนวทางที่กำหนดรายละเอียดด้านการจัดการกระบวนการผลิต โดยคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม มีหลักสำคัญดังนี้
1. น้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกและกระบวนการผลิตต้องมาจากแหล่งที่สะอาด ไม่มีการปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผลผลิต
2. พื้นที่ปลูกแปลงเกษตรกรต้องอยู่ในพื้นที่หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน และเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อผลผลิต
3. วัตถุอันตรายทางการเกษตร ต้องจัดเก็บแยกเป็นหมวดหมู่ในสถานที่ปิดมิดชิด และใช้ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และห้ามใช้สารต้องห้ามตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐและประเทศคู่ค้า
4. การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิต ต้องมีแผนควบคุมการผลิตที่ชัดเจน โดยใช้หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

5. การเก็บเกี่ยวและปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีอายุเหมาะสม ผลผลิตต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานตลาดและข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า ใช้ภาชนะและอุปกรณ์ที่สะอาด ป้องกันการปนเปื้อน
6. การพักผลิตผล การขนย้าย และการเก็บรักษา ต้องมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนระหว่างการขนย้ายและการเก็บรักษาภายในแปลงเพาะปลูก และสถานที่เก็บรักษาต้องสะอาด อากาศถ่ายเทได้ดี และปลอดจากวัตถุอันตราย
7. สุขลักษณะส่วนบุคคล โดยผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ด้านสุขอนามัยส่วนบุคคล ป้องกันการปนเปื้อนจากผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว
8. การบันทึกข้อมูลและการตรวจสอบย้อนกลับ เกษตรกรต้องบันทึกข้อมูลปัจจัยการผลิต การใช้สารเคมี และกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน และมีระบบติดตามผลผลิต ข้อมูลผู้รับซื้อ และปริมาณผลผลิต เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
GAP กับราคาตลาด
ทำไมเกษตรกรควรให้ความสำคัญ?
มาตรฐาน GAP หรือแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการตลาดให้กับผลผลิตทางการเกษตร เกษตรกรที่ได้รับการรับรอง GAP ไม่เพียงแต่สามารถจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงขึ้น แต่ยังเปิดโอกาสสู่ตลาดที่มีมาตรฐานระดับสากล ดังนี้
1. เพิ่มมูลค่าผลผลิต หนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของการได้รับรอง GAP คือการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกร โดยสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานมักขายได้ในราคาสูงกว่าผลผลิตทั่วไป เพราะการรับรองยังเป็นใบเบิกทางให้สามารถส่งออกไปยังตลาดที่เข้มงวดด้านคุณภาพ เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งล้วนให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร
2. เพิ่มโอกาสในการขาย ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่าห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และโรงงานแปรรูปต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับผลผลิตที่ได้รับรองมาตรฐาน GAP เนื่องจากช่วยรับประกันคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งหมายความว่าเกษตรกรที่มีใบรับรอง GAP จะมีโอกาสเข้าสู่ตลาดเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

3. สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เพราะในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของอาหาร ผลผลิตที่ได้รับรอง GAP ย่อมได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น เนื่องจากสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และมั่นใจได้ว่าปราศจากสารตกค้างอันตราย ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าทางการเกษตรและทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด
ดังนั้น การได้รับรองมาตรฐาน GAP ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต แต่ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถแข่งขันในตลาดระดับสูง พร้อมทั้งเป็นการเปิดโอกาสในการส่งออก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค นับเป็นก้าวสำคัญที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญเพื่อความยั่งยืนของภาคการเกษตรไทย
การขอรับรอง GAP ต้องทำอย่างไร?
การรับรองแหล่งผลิตมาตรฐาน GAP พืช เป็นการเสริมสร้างมาตรฐานและโอกาสทางการค้า เกษตรกร นิติบุคคล กลุ่มเกษตรกร หรือองค์กรที่ต้องการขอรับรองแหล่งผลิต GAP พืช สามารถยื่นคำขอได้ที่กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช หรือสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตในพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร รวมถึงสำนักงานเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
โดยต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือได้รับสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินจากหน่วยงานราชการ ไม่เคยถูกเพิกถอนใบรับรอง GAP เว้นแต่พ้นระยะเวลา 1 ปี หากเป็นเกษตรกรต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และหากเป็นนิติบุคคลต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย

เมื่อผ่านการตรวจประเมินและได้รับใบรับรองแหล่งผลิต GAP พืชแล้ว ผู้ได้รับการรับรองต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การรักษาระบบการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ตลอดระยะเวลาที่ได้รับการรับรอง การใช้ใบรับรองและเครื่องหมายรับรองอย่างถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และหากมีการลดขอบข่าย พักใช้ เพิกถอน หรือยกเลิกการรับรอง ต้องยุติการใช้สื่อโฆษณาและการอ้างอิงการรับรองทั้งหมด อีกทั้งต้องแจ้งกรมวิชาการเกษตรหากมีการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อระบบการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
การรับรอง GAP พืชช่วยยกระดับสินค้าเกษตรของไทยให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

ดังนั้น การรับรองมาตรฐาน GAP พืช จึงถือเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาเกษตรกรรมไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากล สนับสนุนการส่งออก และสร้างความมั่นคงให้กับภาคเกษตรกรรมในระยะยาว
เกษตรกรและผู้สนใจสามารถสมัครเข้ารับการรับรองแหล่งผลิต GAP พืชได้ที่กรมวิชาการเกษตร หรือสำนักงานเกษตรในพื้นที่ของท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.doa.go.th หรือโทร. 02-579-0151-7 มาร่วมกันยกระดับมาตรฐานเกษตรไทยให้ก้าวไกลสู่ตลาดโลก!
แหล่งข้อมูล
www.doa.go.th
www.acfs.go.th
gap.doae.go.th
