Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

 พริกกะเหรี่ยง  พืชทางเลือกทำเงินของเกษตรกรตำบลพระแท่น จังหวัดกาญจนบุรี

 พริกกะเหรียง เป็นพริกพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกตามแนวชายแดนไทย -พม่า และชนเผ่ากะเหรี่ยงนำพริกชนิดนี้มาขายจึงเรียกว่า “พริกกะเหรี่ยง” เป็นพริกชนิดหนึ่งที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมทั้งสภาวะอากาศ โรค และแมลง

พริกกะเหรียงมีลำต้นขนขนาดใหญ่ ลำต้นแตกแขนงดีให้ผลผลิตติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน โดยนิยมนำพริกกะเหรี่ยงมาทำเป็นพริกแห้งเพราะให้น้ำหนักดี มีความเผ็ดและหอมซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพริกกะเหรี่ยง

การปลูกพริกกะเหรี่ยง ปลูกด้วยเมล็ดลงหลุม รองกันหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา

800 -1,000 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหยอด 5-10 เมล็ด ต่อหลุม โดยใช้ระยะปลูก 80X80 เชนติเมตร


อายุการเก็บเกี่ยว เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่อมีอายุ 90 วัน ผลผลิตพริกสดประมาณ 400-500

กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นพริกแห้งได้ประมาณ 80-100 กิโลกรัมๆ ละประมาณ

80-150 บาท รายได้เฉลี่ยประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อไร่

คนกะเหรี่ยงปลูกพริกแบบผสมผสาน

การปลูกพริกกะเหรี่ยงของคนกะเหรี่ยงจะปลูกแบบพืชไร่โดยการเอาเมล็ดพริกผสมกับเมล็ดพืชอื่นๆ อาทิ เมล็ดฟัก แฟง แตงกวา ฯลฯ หว่านในไร่ หลังจากที่หยอดเมล็ดข้าวไปแล้วเมล็ดข้าวงอกก่อนและเป็นร่มเงา ให้ต้นกล้าผักซึ่งรวมถึงต้นกล้าพริกด้วย ระหว่างที่รอต้นข้าวให้ผลผลิตชาวกะเหรี่ยงจะได้กินผักชนิดต่างๆ เป็นอาหาร เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จต้นพริกกะเหรี่ยงอยู่ในระหว่างออกดอกและติดผลพอดี ชาวกะเหรี่ยงทยอยเก็บเกี่ยวพริกกะเหรี่ยงได้ต่อเนื่องถึง 5-6 เดือน

ชาวกะเหรี่ยงบอกถึงคุณลักษณะที่เด่นเฉพาะตัวของพริกกะเหรี่ยงคือ ต้องปลายแหลม ก้นโต สีส้มจัด (ไม่แดงคล้ำ) เผ็ดแต่ไม่แสบลิ้นและมีกลิ่นหอม พริกกะเหรี่ยงมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม มีลำต้นใหญ่ การแตกแขนงดี สามารถเก็บผลผลิตติดต่อกันได้ระยะเวลานาน นิยมแปรรูปเป็นพริกแห้งโดยใช้พริกกะเหรี่ยงสด 3 กิโลกรัม เมื่อเป็นพริกแห้งได้น้ำหนักเฉลี่ย 1-1.3 กิโลกรัม ปัจจุบันโรงงานที่ผลิตซอสพริกนิยมนำเอาพริกกะเหรี่ยงแห้งไปปั่นผสมกับพริกหนุ่มเขียวเพื่อเพิ่มความเผ็ดและมีกลิ่นหอม

คุณชาติ และ คุณเสน่ห์ สามีภรรยา ตระกูลจันทร์คงวงษ์ อยู่บ้านเลขที่ 6/2 บ้านสำนักเย็น ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี มีอาชีพทำไร่ ทำสวน ปลูกพริกกระเหรี่ยงเพื่อเสริมรายได้ โดยปลูกผักชีไทยและผักชีลาวร่วมด้วย

หลังจากเตรียมดินโดยไถพรวนดินให้ละเอียดแล้ว จึงใส่ขี้วัวลงไปจากนั้นให้ฉีดพ่นยาที่เป็นยาป้องกันหญ้าร่วมกับยาป้องกันการจับตัวของดินที่ชาวบ้านเรียกว่า ยาดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ดินกระด้างแล้วจับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งหากดินจับเป็นก้อนแล้วน้ำจะไม่ลงไปด้านล่างของราก

หากต้องการปลูกพริกกะเหรี่ยงต่อจากปลูกข้าวโพดก็ให้จัดการดูแลบำรุงดินตามวิธีข้างต้นเรียบร้อยแล้วให้พักดินทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน เพื่อปล่อยให้ดินว่างก่อนที่จะเริ่มปลูกพริกด้วยวิธีการหยอดเมล็ดพริกในระยะห่างประมาณ 1 ศอก และเพื่อเป็นการใช้ผืนดินอย่างคุ้มค่าจึงได้หว่านผักชีไทยและผักชีลาวลงไปในแปลงพริก

เมื่อพริกเริ่มโตจะต้องหมั่นฉีดพ่นยาทุก 10-15 วัน ส่วนศัตรูพืชที่สร้างปัญหามาก ได้แก่ เพลี้ย หนอนพริก หนอนหนังเหนียว และหนอนเด้ง นอกจากแมลงศัตรูพืชแล้วโรคพืชก็สร้างปัญหาไม่แพ้กันโดยเฉพาะโรคใบลาย ซึ่งจะต้องมีการฉีดพ่นยาด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกัน พอโตเป็นต้นอ่อนก็ต้องคอยเฝ้าดูนกมารบกวน ปุ๋ยที่ใช้ฉีดพ่นเพื่อบำรุงต้นพริก ใช้ปุ๋ยเรือใบสูตร 16-16-16 หรือ 15-15-15 ตามด้วยปุ๋ยคอกขี้วัว  ผลผลิตพริกจะเก็บทุก 5-7 วัน

การให้น้ำในการปลูกพริกต้องดูจากสภาพอากาศก่อน หากไม่มีฝนให้น้ำทุก 2-3 วัน โดยไม่ต้องให้น้ำมากให้พอแฉะ เพราะพริกไม่ชอบน้ำมาก แต่ถ้ามีฝนตกมากก็ปล่อย ดังนั้น สามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ควรมีการดูแลน้ำให้พอเหมาะเท่านั้น ส่วนสภาพอากาศก็ไม่ได้สร้างปัญหาแต่ประการใดเช่นกัน เพียงแต่ต้องควบคุมเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอเท่านั้น

ราคาขึ้น-ลง ตามความต้องการของตลาด

อยากได้ราคาสูงต้องปรับเวลาปลูก

ราคาพริกว่า มีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด ราคาที่ดีที่สุดจะเป็นช่วงเทศกาลกินเจ แต่หลังจากนั้นราคาจะลดลงไปเรื่อยๆ ในช่วงราคาสูง ขายได้กิโลกรัมละกว่า 50 บาท แต่เมื่อราคาลดลงบางครั้งเหลือเพียงกิโลกรัมละไม่ถึง 20 บาท   วิธีแก้ปัญหาราคาพริกที่ลดลงว่า ต้องพยายามปลูกให้ผลผลิตออกในช่วงที่มีความต้องการของตลาดจึงจะทำให้ได้ราคาสูงตามต้องการ และตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่ราคาพริกสูงมักอยู่ในช่วงเข้าพรรษาของทุกปี

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบข่าว จากกรมวิชาการเกษตร

เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568

Related Posts