“จำปาดะ” คือหนึ่งในไม้ผลพื้นเมืองของภาคใต้ที่สะท้อนทั้งวิถีชีวิต รสชาติ และอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างชัดเจน ผลสุกของจำปาดะถูกนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูของหวานและผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลาย จนกลายเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในจังหวัดสตูล ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกสำคัญที่สุด มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 1,685 ไร่ และให้ผลผลิตแล้ว 1,175 ไร่ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งยังได้รับการยกระดับเป็นสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ยิ่งตอกย้ำถึงคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น แหล่งผลิตสำคัญของจำปาดะสตูลกระจุกตัวอยู่ในอำเภอควนโดน ซึ่งเกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์ขวัญสตูล อันเป็นพันธุ์ทางการค้าที่ตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภค ด้วยลักษณะเด่นของเนื้อที่มีสีเหลืองอมส้ม ยวงใหญ่ เนื้อหนา ไม่เละ กลิ่นไม่ฉุนจัด และให้รสชาติหวานพอดีไม่เลี่ยน

การปลูกจำปาดะแม้จะต้องอาศัยเวลา แต่ก็สามารถบริหารจัดการให้เหมาะสมได้ หากปลูกด้วยเมล็ดจะใช้เวลาประมาณ 5-6 ปีจึงให้ผลผลิต แต่หากใช้วิธีขยายพันธุ์แบบเสียบยอด ติดตา หรือทาบกิ่ง จะช่วยย่นระยะเวลาเหลือเพียง 3-4 ปีเท่านั้น เกษตรกรมักเริ่มปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซึ่งเป็นฤดูฝนที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้า และหลังจากออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวจะใช้เวลาประมาณ 120 วัน โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปี
ในด้านการตลาด จำปาดะสตูลยังคงพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเป็นหลัก โดยผลผลิตกว่า 80% ถูกกระจายไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น สงขลา พัทลุง ตรัง พังงา กระบี่ และพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่อีก 15% จำหน่ายผ่านตลาดท้องถิ่น และเพียง 5% เท่านั้นที่เข้าสู่ช่องทางออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาช่องทางการตลาดสมัยใหม่ที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก

การขับเคลื่อนจำปาดะในจังหวัดสตูลไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผลิต แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ ทั้งการส่งเสริมการรวมกลุ่มในรูปแบบแปลงใหญ่ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อวางแผนพัฒนาสินค้าเกษตร รวมถึงการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายภาคเกษตรระดับจังหวัด ที่มุ่งเน้นให้มีการจัดทำข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้กำหนดทิศทางการพัฒนา โดยมีศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับอำเภอควนโดนเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร
หัวใจสำคัญที่ทำให้จำปาดะสตูลยังคงรักษาคุณภาพและชื่อเสียงไว้ได้ คือความพิถีพิถันของเกษตรกรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจ เมื่อผนวกกับสถานะสินค้า GI ยิ่งทำให้แนวโน้มความต้องการบริโภคและราคาจำปาดะมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในอนาคต การพัฒนาจำปาดะยังมีศักยภาพอีกมาก ทั้งในด้านการขยายพื้นที่ปลูกโดยใช้ต้นพันธุ์ทาบกิ่งเพื่อให้ได้ผลผลิตเร็วขึ้น การประชาสัมพันธ์สู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลาย ตลอดจนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตนอกฤดู หรือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการรักษามรดกทางเกษตรของท้องถิ่นให้คงอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9
