สำหรับคนเลี้ยงโคแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการเดินเข้าไปในคอกตอนเช้า แล้วพบว่าโคตัวโปรดนอนท้องโป่งขยายใหญ่ ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด หายใจหอบถี่ และปฏิเสธอาหารทุกชนิด
ทราบหรือไม่ว่า อาการท้องอืดในสัตว์เคี้ยวเอื้องไม่ใช่เรื่องลมในท้องธรรมดาๆ เหมือนในคน แต่เป็นภาวะวิกฤตทางระบบย่อยอาหารที่เฉียบพลันและรุนแรง หากเกษตรกรไม่สามารถช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาลได้อย่างทันท่วงที แรงดันแก๊สที่สะสมมหาศาลอาจพรากชีวิตสัตว์เลี้ยงในฟาร์มไปได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
หัวใจสำคัญของการรักษาชีวิตโคคือการเข้าใจกลไกและรู้ทันสาเหตุ เนื่องจากกระเพาะหมักหรือกระเพาะผ้าขี้ริ้ว (Rumen) ของโคนั้น เปรียบเสมือนถังหมักชีวภาพขนาดใหญ่ที่ผลิตแก๊สอยู่ตลอดเวลา โดยปกติโคจะระบายแก๊สเหล่านี้ออกผ่านการเรอ แต่ถ้าวันใดที่ระบบกลไกนี้ล้มเหลว แก๊สถูกกักเก็บและระบายออกช้าเกินไป โรงงานหมักแห่งนี้ก็จะกลายเป็นระเบิดเวลาทันที
ดังนั้น อาหารท้องอืด (Bloat) จึงเป็นความผิดปกติของระบบย่อยอาหารในกระเพาะส่วนหน้า (กระเพาะหมักใหญ่) โดยแก๊สที่เกิดจากขบวนการย่อยถูกขับออกช้าหรือไม่ถูกขับออก ปริมาณแก๊สสะสมอยู่ในกระเพาะเป็นจำนวนมาก ทำให้กระเพาะหมักโป่งขยายใหญ่สาเหตุ
1. โคกินอาหารข้นในปริมาณมากแต่ได้รับอาหารหยาบน้อย ทำให้กระเพาะเกิดความเป็นกรด (Ruminal Acidosis) อาหารไม่ถูกย่อยจึงเกิดแก๊สสะสมเป็นจำนวนมากในกระเพาะหมัก
2. มีวัตถุแปลกปลอมที่แข็งหรืออาหารบางชนิด เช่น ผลมะม่วง หมากกระโดน อุดตันบริเวณหลอดอาหาร (Esophagus) ทำให้แก๊สที่เกิดจากการหมักในกระเพาะไม่สามารถเรอออกทางปากตามปกติได้
3. โคได้รับสารเคมีบางอย่างในปริมาณมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ถ้าแม่โคได้รับปุ๋ยยูเรียที่ใช้ในขบวนการหมักฟางในปริมาณมากเกินไป จะทำให้กระเพาะไม่ทำงานเนื่องจากเกิดภาวะความเป็นด่างในกระเพาะ (Ruminal Alkalosis)
4. โคกินพืชหรืออาหารสัตว์ที่มีไนเตรทหรือไซยาไนด์เข้าไปในปริมาณมาก ทำให้โคตายเนื่องจากภาวะเลือดไม่นำอ๊อกซิเจน (Tissue Anoxia) โดยโคจะแสดงอาการท้องอืดและตายอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างพืชที่มีสารไซยาไนด์ ได้แก่ ใบมันสำปะหลัง ส่วนสารไนเตรทมีในต้นไมยราพไร้หนาม
5. โคกินสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษลวด ตะปู หรือลวด โลหะที่แหลมคมเหล่านี้จะไปทิ่มแทงผนังกระเพาะ อาจจะถูกเส้นประสาทบางส่วนที่ไปบังคับการทำงานของกระเพาะ (Ventral Vagus Nerve) ทำให้กระเพาะไม่ทำงานและเกิดสภาพท้องอืดตามาได้ โดยมากกรณีนี้มักเป็นการป่วยแบบเรื้อรัง
6. โคกินหญ้าอ่อนที่ย่อยง่ายและมีน้ำสะสมเข้าไปมากเกินไป ทำให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะเป็นปริมาณมากอย่างฉับพลัน กรณีเช่นนี้มักพบมากในช่วงต้นฤดูที่มีหญ้าอ่อนเกิดขึ้นมากหลังฝนตกใหม่ๆ
อาการเบื้องต้นของโค
โคแสดงอาการกระวนกระวาย มักหันหน้าไปทางสวาบ น้ำลายไหลยืด หายใจหอบ หัวใจเต้นเร็วด้วยความปวด บริเวณสวาบด้านซ้าย (Left flank) จะโป่งขยายใหญ่ ต่อมาโคจะหายใจขัดเนื่องจากกระเพาะส่วนที่ขยายไปกดทับกระบังลมทำให้โคหายใจไม่สะดวก และตายเนื่องจากระบบการหายใจล้มเหลว

วิธีรักษาฉุกเฉินและสูตรยาแก้ท้องอืดในโค
ทำการแก้ไขตามสาเหตุแต่สิ่งแรกที่ควรทำคือ รีบเจาะให้แก๊สที่เกิดขึ้นในกระเพาะออกโดยตำแหน่งที่เจาะคือบริเวณสวาบด้านซ้าย ก่อนเจาะให้รีดผิวหนังบริเวณนี้ให้ตึงแล้วแทงท่อเจาะ (Trocar canula) ให้ทะลุกล้ามเนื้อเข้าช่องท้องและผนังกระเพาะ แก๊สจะออกมาทางท่อนี้
ในกรณีที่โคกินหญ้าอ่อนมากเกินไป แก้ไขโดยการกรอกน้ำมันพืช 2-4 ลิตร เข้ากระเพาะจะช่วยลดปริมาณแก๊สที่เกิดขึ้นได้
ถ้าโคกินอาหารข้นมากเกินไปเกิดภาวะความเป็นกรดในกระเพาะมาก ควรกรอกสารพวกผงฟู (โซเดี่ยมไบคาร์โบเนต) ให้โคกินในขนาด 1 กรัม/น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ร่วมกับการให้สารละลายน้ำเกลือ (Normal saline) เข้าเส้นเพื่อแก้ภาวะการขาดน้ำ (Dehydration)
กรณีที่โคได้รับสารพิษไซยาไนด์ ควรฉีดสารละลายแก้พิษพวกโซเดียม ไทโอซัลเฟต (Sodium Thiosulfate) 20% ร่วมกับโซเดียมไนไตรท์ (Sodium nitrite) 20% ในอัตราส่วน 3:1 เข้าเส้นในขนาด 4 ซี.ซี./น้ำหนัก 50 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นสารพิษในกลุ่มไนเตรท ควรให้สารละลาย 2-4% เม็ททีลีนบลู (Methylene blue) ฉีดเข้าเส้นในขนาด 4-5 มิลลิกรัม/น้ำหนัก 1 กิโลกรัม
ถ้าเป็นแม่โคท้องอืดจากพิษของยูเรีย ควรกรอกน้ำส้มสายชูหรือน้ำเย็นปริมาณมากๆ จะช่วยชะลอการเกิดแก๊สได้แต่ถ้าเกิดการอุดตันบริเวณหลอดอาหารควรใช้ท่อเหล็กสปริงสอดเข้าทางปากเพื่อดันให้ส่วนที่อุดตันหลุดผ่านหลอดอาหารลงไปได้ ก่อนทำการแก้ไขควรฉีดยาคลายกล้ามเนื้อพวกกรอมพัน (Rompun) หรืออโทรปิน ซัลเฟต (Atropine sulfate)
4 หลักปฏิบัติในการจัดการอาหารสัตว์
เพื่อลดความเสี่ยงโรคท้องอืดและอันตรายในกระเพาะหมัก
1. ในช่วงต้นฤดูฝนไม่ควรให้แม่โคกินหญ้าอ่อนมากเกินไป ควรให้กินฟางสักระยะหนึ่งก่อนที่จะปล่อยแม่โคลงแทะเล็มหญ้าในแปลง หรือกรณีตัดหญ้าสดมาให้แม่โคกิน ควรผึ่งแดดไว้ก่อน 1 วัน ก่อนนำมาให้แม่โคกิน
2. ในช่วงหน้าแล้งถ้าต้องการให้อาหารข้นแก่แม่โคปริมาณมาก ควรผสมโซเดี่ยมไบคาร์โบเนต (ผงฟู) ในอาหารแม่โคด้วย และแบ่งจำนวนครั้งที่ให้อาหารเพิ่มขึ้น
3. ต้องระวังระดับยูเรียในสูตรอาหาร ไม่ควรให้มากไปและมีอาหารพลังงาน (Carbohydrate) ที่ย่อยสลายง่าย เช่น รำ หรือ มันเส้นในปริมาณที่พอเพียงควบคู่ไปด้วยจะช่วยลดพิษของยูเรียได้มาก
4. ควรป้อนแม่เหล็กให้แม่โคกินเพื่อดักจับเศษโลหะที่แม่โคกินเข้าไปโดยบังเอิญ
ที่มา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
