หากพูดถึง “ผักตบชวา” ภาพจำของใครหลายคนคงเป็นเพียงวัชพืชไร้ค่า ตัวการสำคัญที่ขวางทางน้ำไหลจนทำให้แหล่งน้ำเน่าเสีย ทั้งยังขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและฆ่าไม่ตาย แต่สำหรับชาวอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พืชชนิดนี้กลับกลายเป็น “ต้นทุนทางธรรมชาติ” ที่นำมาสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล
จุดเริ่มต้น จากผ้าทอสู้วิสาหกิจชุมชนระดับประเทศ
ครูเต้ย-ดาธิณี ตามเพิ่ม ครู ศกร.ระดับตำบลหนองน้ำใส เล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2559 ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นกลุ่มทอผ้าดั้งเดิม ได้รับโอกาสและการสนับสนุนจาก ท่านสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ในขณะนั้น) เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาผักตบชวาล้นลำคลองรพีพัฒน์ ซึ่งต้องเสียงบประมาณกำจัดปีละหลายล้านบาท

“ตอนนั้นท่านผู้ว่าฯ ถามว่า ผักตบชวาเอาไปทำอะไรได้อีกบ้างนอกจากทำปุ๋ย เราก็รับปากไปทั้งที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไร แต่เพราะกลุ่มเราทำเรื่องทอผ้าอยู่แล้ว ก็เลยลองเอาเข็มหมุดค่อยๆ สะกิดแกะดูเส้นใยผักตบชวาว่าพอจะเอามาทอได้ไหม แล้วลองทอให้ท่านผู้ว่าฯ ดู พอท่านเห็นว่าทำได้ และมองแล้วน่าจะต่อยอดได้จริงๆ จึงอนุมัติงบซื้อเครื่องจักรแยกเส้นใยมาให้ ถือเป็นก้าวแรกของพวกเรา และพอเราทำผ้าทอมือผักตบชวาจนสำเร็จ มันก็เริ่มมีเศษเหลือทิ้งจากผักตบชวาเยอะมาก เราเลยต้องมานั่งคิดต่อเรื่อง ‘เส้นทางเดินทัพของผักตบชวา’ ว่าจะเอาส่วนที่เหลือไปต่อยอดทำอะไรได้อีกบ้าง” ครูดาธิณี อธิบาย

จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น อาคารโรงเรียนร้างถูกพัฒนามาเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และเติบโตจนกลายเป็น “วิสาหกิจชุมชนศูนย์ฝึกมีชีวิต” แหล่งเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการผักตบชวาแบบครบวงจร ที่เปิดรับคณะศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ
เส้นทางเดินทัพ
แปรรูปผักตบชวา
ใช้ประโยชน์ 100 เปอร์เซ็นต์
กระบวนการแยกเส้นใยมาทอผ้าจากผักตบชวา 1 ตัน จะเหลือส่วนที่เป็นเปลือก ฟองน้ำ ใบ และต้นอ่อนเป็นจำนวนมาก ครูเต้ย กล่าวว่า ทางกลุ่มจึงคิดค้น “เส้นทางเดินทัพของผักตบชวา” เพื่อไม่ให้เหลือทิ้งเป็นขยะแม้แต่ส่วนเดียว โดยนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ได้แก่
ต้น นำไปแยกเส้นใยเพื่อทำผ้าทอมือผักตบชวา
ใบ ทำยา สมุนไพรจากใบผักตบชวา ตบสไลด์ ตบมั้ยชื่นใจนะ
เปลือกและฟองน้ำ นำไปต้มเยื่อทำกระดาษ ทำบรรจุภัณฑ์ ทำกระถางต้นไม้ และทำถ่านไบโอชาร์
ราก นำไปผลิตปุ๋ยน้ำและปุ๋ยแห้งจุลินทรีย์รสจืด
ต้นอ่อน นำไปทำแปรรูปเป็นอาหาร ทั้งบะหมี่หยกชวา และน้ำพริกชวาเสวย
ต้นอ่อน ทำสุราชุมชน ภายใต้แบรนด์ “ตบนะ”
ครูเต้ย เล่าต่อไปว่า เมื่อทำเครื่องนุ่งห่มและอาหารสำเร็จ โจทย์ถัดมาคือการทำ “เครื่องดื่ม” เพื่อให้ครบวงจร จึงนำต้นอ่อนผักตบชวาที่ไม่มีเส้นใยมาพัฒนาเป็นสุรากลั่นชุมชน ภายใต้แบรนด์ “ตบนะ” เพื่อสร้างตัวตนให้ชัดเจนว่าไม่ได้ทำจากข้าว แต่มาจากผักตบชวา

ความพิเศษและพิถีพิถันของ “ตบนะ”
ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์กิน-ดื่ม ทางกลุ่มจึงส่งวัตถุดิบตรวจวิเคราะห์โลหะหนักทั้ง 5 ชนิด ร่วมกับสถาบันอาหารและ Central Lab ซึ่งผลออกมาผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ปลอดภัย
ยีสต์สูตรเฉพาะชุ่มคอ ไม่ได้ใช้ยีสต์สำเร็จรูป แต่ใช้ “แป้งก้อนโบราณ” สูตรของทางกลุ่มเองที่ใช้สมุนไพรอย่างชะเอมเทศ หอมแดง และแป้งข้าวหมาก ทำให้ได้รสชาติหวานชุ่มคอ นุ่มนวล

ซึ่งตรงนี้เราใช้เวลาลองผิดลองถูกเป็นเวลากว่า 2 ปี แม้ตอนแรกจะขออนุญาตที่ 40 ดีกรี แต่พบว่าระดับ 30 ดีกรี คือจุดที่ลงตัวที่สุด เพราะยังคงกลิ่นอายและเสน่ห์ของพืชธรรมชาติไว้ได้อย่างดี ก่อนจะนำไปบ่มในโถต่ออีก 3 เดือนเพื่อให้รสชาติกลมกล่อม

ความสุขที่พอประมาณ
และการคืนชีวิตให้ชุมชน
ปัจจุบัน “ตบนะ” จำหน่ายในราคาขวดละ 300 บาท และกลายเป็นสินค้าที่ได้รับผลตอบรับดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของศูนย์ แม้จะเคยเข้าไปปรึกษากระทรวงพาณิชย์เรื่องการส่งออก แต่ทางกระทรวงให้คำแนะนำว่าด้วยกำลังการผลิตเดือนละ 200 ขวด หากส่งออกคงไปไม่ได้ เพราะแค่สำหรับทำเป็นผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกก็ยังไม่พอ และถ้าผลิตมากกว่านี้ทุกคนจะเหนื่อยเกินไป ทางกลุ่มจึงนำกลับมาคิดและเลือกผลิตในปริมาณที่พอประมาณ

“เราเคยไปปรึกษากระทรวงพาณิชย์เรื่องส่งออก แต่ทางกระทรวงแนะนำว่าถ้าผลิตเท่านี้คงส่งออกไม่ได้ เพราะแค่งานศึกษาดูงานก็ยังไม่พอ แต่ถ้าผลิตมากกว่านี้ทุกคนก็จะล้าและเหนื่อยเกินไป เราเลยกลับมาดูเป้าหมายเราใหม่ว่า เราทำเพื่อลดปริมาณผักตบชวาและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ถ้าทำเกินกำลัง มันจะไม่มีความสุข เราเลยเลือกผลิตแบบพอประมาณ และพร้อมเปิดให้คนอื่นมาเรียนรู้เพื่อนำไปทำต่อ” ครูดาธิณี กล่าวทิ้งท้าย
วันนี้ วิสาหกิจชุมชนศูนย์ฝึกมีชีวิต มีสมาชิก 55 คน กระจายรายได้ครอบคลุม 8 พื้นที่ในอำเภอภาชี ลำคลองรพีพัฒน์สะอาดขึ้น ระบบนิเวศดีขึ้น และกลายเป็นโมเดลต้นแบบในการเปลี่ยนวัชพืชไร้ค่าให้กลายเป็นสินค้าสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง


สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนศูนย์ฝึกมีชีวิต หมู่ 6 ตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13140 เบอร์โทร.086-373-1678 หรือเพจเฟสบุ๊ก : กศนตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
