ชาวบ้านตำบลหนองปลาไหล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี สืบทอดอาชีพทำนา ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ และทำประมงมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า เดิมทีชาวบ้านในชุมชนเลี้ยงปลาสลิด ตามธรรมชาติ ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 10 เดือนจึงได้ผลผลิต แต่ปลาที่เลี้ยงเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ทำให้ปลามีขนาดเล็กไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้ราคาถูก คุณประสพชัย อารีวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองปลาไหล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี จึงสนับสนุนให้ชาวบ้านหันมาเลี้ยงปลาสลิดแบบผสมผสาน
วิธีการเพาะลูกปลา
ใช้เครื่องตัดหญ้าตัดหญ้าบนพื้นบ่อเป็นช่อง ๆ ละ 3 เมตร ประมาณ 7-8 ช่อง เพื่อหมักน้ำให้เน่าทำลูกไรเป็นอาหารของลูกปลา เสร็จเริ่มวิดน้ำเข้าบ่อเลี้ยงให้เต็มแปลงที่สูงประมาณ 1 ฝามือที่ลึกประมาณครึ่งน่อง ที่สำคัญต้องใช้ตาข่ายในล่อนเขียวตาถี่กรองน้ำ ป้องกันศัตรูของลูกปลาที่อาจจะหลงปนเข้าไปในบ่อ หลังจากวิดน้ำให้ได้ระดับเครื่องวิดน้ำภายใน 24 ชั่วโมง พ่อพันธุ์แม่พันธุ์จะก่อหวอดผสมพันธุ์กัน เกิดลูกปลาภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น 7 วันจะเห็นปลาด้วยตาเปล่าบนผิวน้ำ ระยะนี้ต้องหมั่นดูน้ำในบ่อเลี้ยงอย่าให้น้ำเน่า ระยะนี้ควรวิดน้ำ 7 วัน ครั้ง ลูกปลายิ่งโตยิ่งต้องเพิ่มระดับน้ำขึ้นไปเรื่อย ๆ พอลูกปลาเกิดได้ 15 วัน เริ่มให้อาหารเสริมโดยใช้อาหารลูกกุ้งเบอร์ 0 โรยตามรอบ ๆ บ่อวันเว้นวัน จนครบ 4 เดือน

เทคนิคการเลี้ยงปลาสลิด
เมื่อปลาสลิดอายุ 5-6 เดือน เลี้ยงใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูป ก่อนให้อาหารต้องทำหลักหรือจุดให้เสียก่อนโดยหาไม่ไผ่รวกซึ่งมีความยาว 2.5 เมตร มาปักบนพื้นบ่อ ให้เป็นแถวโดยปักให้ระยะแถวห่างกัน 12 เมตร ปักเป็นแถวจนเต็มพื้นที่บ่อ เมื่อปักหลักอาหารเสร็จแล้วให้เริ่มนำอาหารปลาสลิดโปรตีน 15% ใส่เรือไปทิ้งตามหลักอาหารที่ปักไว้เฉลี่ย 1-3 กิโลกรัม แล้วแต่ว่าปลามากหรือปลาน้อยโดยต้องใส่อาหารทุกวัน ที่สำคัญต้องเช็คอาหารด้วยอย่าให้เหลือมากเกินไป มิฉะนั้นน้ำจะเน่า และที่สำคัญต้องวิดน้ำเข้าบ่อเพิ่ม
เมื่อปลาสลิดอายุ 7-8 เดือน ให้อาหารทุกวันเช่นเดิมแต่เปลี่ยนมาเป็นอาหารกุ้งก้ามกรามโปรตีน 20% แทน วิดน้ำเข้าบ่อเพิ่ม
เมื่อปลาสลิดอายุ 9-10 เดือน ให้อาหารทุกวันเช่นเดิมแต่นำอาหารกุ้งก้ามกรามโปรตีน 20% ผสมกับอาหารกุ้งก้ามกรามโปรตีน 25% อย่างละครึ่ง วิดน้ำเข้าบ่อ


เมื่อปลาสลิดอายุ 9-10 เดือน วิธีการเลี้ยงเดือนที่ 11-12 เป็นช่วงเดือนระยะสุดท้ายปลาเริ่มโตเต็มที่ ปลาจะเริ่มกินอาหารลดลง ต้องเช็คอาหารไม่ให้ขาด และช่วงเดือนสุดท้ายปลาเริ่มโตเต็มที่จะใช้อาหารกุ้งก้ามกราม 20% อย่างเดียว การเลี้ยงวิธีนี้ ช่วยลดต้นทุน ระยะเวลาในการเลี้ยงได้เป็นอย่างดี และทำให้ปลามีขนาดตัวใหญ่และได้มาตรฐานที่ตลาดต้องการคือ น้ำหนักประมาณ 7-10 ตัว ต่อกิโลกรัม เมื่อนำไปทอด ปลาสลิดจะมีรสหวานมัน เนื้อแน่นมาก
