Featured News

ผักสดไม่ได้แปลว่าปลอดภัย! จับตากระแส ‘ผักกาดขาวจีนแช่ฟอร์มาลีน’ อย. ตรวจเข้ม เตือนผู้บริโภค

ช่วงวันที่ผ่านมา ประเด็น “ผักกาดขาวจากจีนแช่ฟอร์มาลีน” กลายเป็นกระแสที่สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะคนที่ซื้อผักกาดขาวมาประกอบอาหารเป็นประจำ หลังมีการเผยแพร่คลิปที่กล่าวหาว่ามีการนำสารฟอร์มาลดีไฮด์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ฟอร์มาลิน” มาใช้กับผักกาดขาว เพื่อช่วยคงความสดระหว่างการขนส่ง

เรื่องนี้ไม่เพียงสร้างคำถามว่า ผักกาดขาวที่วางขายอยู่ปลอดภัยหรือไม่ แต่ยังทำให้ผู้บริโภคกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่อง ความปลอดภัยของอาหาร แหล่งที่มา และการตรวจสอบย้อนกลับ มากขึ้น สิ่งสำคัญคือไม่ควรเหมารวมว่าผักกาดขาวจากจีนทุกล็อตมีการใช้ฟอร์มาลิน เพราะขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในแต่ละพื้นที่และแต่ละล็อตสินค้า

เกิดอะไรขึ้นกับ “ผักกาดขาวแช่ฟอร์มาลีน”

ประเด็นดังกล่าวเริ่มจากการเผยแพร่คลิปบนโซเชียลมีเดียของจีน ซึ่งแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปสัมผัสกับสารละลาย ก่อนนำไปขนส่งและจำหน่าย ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อช่วยรักษาความสดของผัก

หลังเกิดกระแสข่าว ทางการจีนได้เร่งตรวจสอบและติดตามเส้นทางของสินค้าที่ถูกกล่าวถึง ขณะที่ประเทศที่นำเข้าผักกาดขาวจากจีนก็ยกระดับการตรวจสอบเช่นกัน ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่นำเข้าผักกาดขาวจากจีน กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาได้ตรวจผักกาดขาวนำเข้าจากจีน 8 ล็อต เบื้องต้นไม่พบสารฟอร์มาลดีไฮด์ในตัวอย่างที่ตรวจ ดังนั้น ประเด็นที่เกิดขึ้นจึงควรทำความเข้าใจว่า เป็นกรณีที่มีการกล่าวถึงการใช้สารในบางพื้นที่หรือบางกลุ่ม ไม่ใช่หลักฐานว่าผักกาดขาวจากจีนทั้งหมดมีฟอร์มาลิน


ฟอร์มาลินคืออะไร ทำไมจึงไม่ควรนำมาใช้กับอาหาร

“ฟอร์มาลิน” โดยทั่วไปหมายถึงสารละลายของฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และมีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายภาคส่วน เช่น การแพทย์ การฆ่าเชื้อ การทำความสะอาด และอุตสาหกรรม แต่ ฟอร์มาลดีไฮด์ไม่ใช่สารที่อนุญาตให้นำมาแช่ พ่น หรือใช้เพื่อรักษาความสดของอาหาร

อย. ระบุว่า หากได้รับฟอร์มาลดีไฮด์ในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณปาก คอ และระบบทางเดินอาหาร รวมถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย และหากได้รับในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงได้ สำหรับประเทศไทย อาหารที่มีการใช้ฟอร์มาลดีไฮด์ถือเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายทั้งจำคุกและปรับ

ขอบคุณภาพจาก : สมุนไพรดอทคอม

แล้วผักกาดขาวนำเข้าจากจีนที่ขายในไทย ปลอดภัยหรือไม่

นี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้มากที่สุด ล่าสุด อย. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผักที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หลังเกิดกระแสข่าวดังกล่าว โดยมีการตรวจทั้งบริเวณด่านนำเข้าและตลาดค้าส่ง

ข้อมูลของ อย. ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ระบุว่า มีการสุ่มตรวจทั้งหมด 42 ตัวอย่าง แบ่งเป็นการตรวจที่ด่านอาหารและยา 3 แห่ง จำนวน 22 ตัวอย่าง และตลาดค้าส่ง 2 แห่ง จำนวน 20 ตัวอย่าง ในกลุ่มตัวอย่างจากตลาดค้าส่งนั้นเป็นผักนำเข้า 11 ตัวอย่าง และผักที่ผลิตในประเทศ 9 ตัวอย่าง ผลการตรวจเบื้องต้น ไม่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลินในทุกตัวอย่างที่ตรวจ

อย่างไรก็ตาม อย. ยังคงเฝ้าระวังและสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบตัวอย่างที่เข้าข่ายต้องสงสัย จะส่งตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการและควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องทันที

ดังนั้น ณ ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ผู้บริโภคจึงไม่ควรตื่นตระหนกจนถึงขั้นเหมารวมว่า “ผักกาดขาวจีนทุกชนิดมีฟอร์มาลิน” แต่ควรติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

ทำไมต้องใช้ฟอร์มาลินกับผัก

ในทางที่ผิด สารฟอร์มาลดีไฮด์อาจถูกนำมาใช้เพราะมีคุณสมบัติช่วยชะลอการเน่าเสีย ทำให้อาหารดูสดและเก็บรักษาได้นานขึ้น แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ การทำให้ผักดูสด ไม่ได้หมายความว่าผักนั้นปลอดภัย

ผักที่ผ่านการขนส่งเป็นระยะเวลานานจำเป็นต้องอาศัยระบบจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เช่น การควบคุมอุณหภูมิ ความสะอาด บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งแบบควบคุมความเย็น มากกว่าการใช้สารเคมีที่ไม่ได้รับอนุญาต นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอุตสาหกรรมผักสดยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับระบบ Cold Chain และ Traceability มากขึ้น

ผู้บริโภคควรเลือกซื้อผักอย่างไร

สำหรับคนทั่วไป การป้องกันที่ดีที่สุดคือเลือกซื้อผักจาก แหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และล้างผักให้สะอาดก่อนนำไปประกอบอาหาร

อย. แนะนำว่า หากเป็นผักและผลไม้ในปริมาณไม่มาก สามารถแช่น้ำสะอาดประมาณ 15 นาที พร้อมเขย่าหรือลูบเบา ๆ จากนั้นล้างผ่านน้ำสะอาดไหลไม่น้อยกว่า 30 วินาที

อีกทางเลือกหนึ่งคือการแช่ในน้ำผสมเบกกิ้งโซดาในอัตรา 1 ช้อนชาต่อน้ำ 4 ลิตร หรือแช่ในน้ำผสมเกลือ อัตรา 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร ประมาณ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

แต่ต้องเข้าใจว่า การล้างผักไม่ควรถูกมองว่าเป็นวิธีรับประกันว่าสามารถกำจัดสารเคมีทุกชนิดได้ หากสงสัยว่าสินค้าอาจไม่ปลอดภัย สิ่งสำคัญที่สุดคือหลีกเลี่ยงการบริโภคและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ผักไทย” หรือ “ผักนำเข้า” สิ่งสำคัญกว่าคือระบบตรวจสอบ

กระแสผักกาดขาวแช่ฟอร์มาลินครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าประเด็นเรื่องความปลอดภัยอาหารไม่ได้จบแค่คำถามว่า “ปลูกที่ไหน” แต่ต้องถามต่อว่า ใครเป็นคนปลูก? ปลูกอย่างไร? ใช้สารอะไร? เก็บเกี่ยวเมื่อไร? ผ่านกระบวนการอะไร? ขนส่งอย่างไร และตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่?

อย. เองระบุว่ามาตรการกำกับดูแลผักและผลไม้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ สถานที่คัดและบรรจุ ด่านนำเข้า ไปจนถึงสถานที่จำหน่าย รวมถึงให้มีระบบทวนสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ

เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญทั้งสำหรับผู้บริโภค เกษตรกร และผู้ประกอบการ เพราะในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย” มากขึ้น การรู้แหล่งที่มาของอาหารอาจมีความสำคัญไม่แพ้ราคา

ท้ายที่สุด กระแส “ผักกาดขาวจีนแช่ฟอร์มาลีน” ไม่ควรจบลงด้วยความกลัวหรือการเหมารวมสินค้าจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ควรเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับ มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยอาหาร ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพราะผักที่ดี ไม่ใช่แค่ผักที่ “ดูสด” แต่ต้องเป็นผักที่ รู้ที่มา ตรวจสอบได้ และปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางถึงจานอาหาร

แหล่งข้อมูล

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  • กองส่งเสริมงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ
  • กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาสาธารณรัฐเกาหลี (MFDS)
  • สภาองค์กรของผู้บริโภค
  • ไทยรัฐ

Related Posts