จากความสนใจในการเลี้ยงปลา สู่การลงมือทำฟาร์มจริงจังในพื้นที่เล็กๆ ภายในโรงรถ ใครจะคิดว่าจุดเริ่มต้นธรรมดาๆ จะค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเพาะพันธุ์ปลาชะโอน เพื่อจำหน่ายให้กับคนที่สนใจเลี้ยงปลาชนิดนี้ แม้จะไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางเหมือนฟาร์มปลาทั่วไป แต่หากรู้จักเลือกวิธีเลี้ยงให้เหมาะสม เข้าใจธรรมชาติของปลา และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ก็สามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ได้เช่นกัน
คุณออย-จีรสร จิณะแสน เจ้าของฟาร์มปลาชะโอนลัลล้า จังหวัดนนทบุรี ผู้เริ่มต้นเรียนรู้การเพาะพันธุ์ปลาชะโอนจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก่อนนำความรู้กลับมาลงมือทำจริงด้วยตัวเอง จากเดิมที่ตั้งใจเลี้ยงปลาเพื่อจำหน่ายเป็นปลาเนื้อ แต่เมื่อมีคนสนใจอยากได้ลูกปลาไปทดลองเลี้ยงมากขึ้น จึงมองเห็นโอกาสใหม่ในการทำฟาร์มเพาะพันธุ์ปลา ซึ่งเหมาะกับข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ของตัวเองมากกว่า

เรียนรู้เพาะพันธุ์ปลาชะโอน
ต่อยอดสู่ตลาดลูกปลา
คุณออย เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นเมื่อมีโอกาสไปเรียนรู้เรื่องการเพาะพันธุ์ปลาชะโอนกับอาจารย์จอมสุดา ดวงวงษา ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยได้เรียนรู้เทคนิคการเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลาชะโอนในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้สามารถจัดการสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงปลาได้อย่างเป็นระบบ
หลังจากเรียนจบกลับมา คุณออยตัดสินใจลงมือทำทันที เริ่มต้นสร้างบ่อเลี้ยงภายในโรงรถ โดยช่วงแรกวางแผนจะเลี้ยงปลาชะโอนเพื่อจำหน่ายเป็นปลาเนื้อ จึงซื้อลูกพันธุ์มาเลี้ยงและค่อยๆ เรียนรู้การจัดการฟาร์มไปพร้อมกัน จากที่ตั้งใจจะเลี้ยงปลาเนื้อเพียงอย่างเดียว จึงเริ่มมองเห็นความต้องการของตลาดลูกพันธุ์ปลาชะโอนที่น่าสนใจ

“แรกๆ เราก็แบ่งให้ที่เราซื้อมา ก็แบ่งให้เขาลองไปเลี้ยงกัน ก็เลยลองไปคุยกันกับแฟนว่า พื้นที่เรามีแค่นี้ การที่เราจะเลี้ยงปลาเนื้อ มันจะต้องมีหลายบ่อ ถ้าเราจะขายเป็นปลาเนื้อ สิ่งที่สำคัญเลยความต่อเนื่อง ถ้าเกิดว่าเราจะเลี้ยงปลาเนื้อ บ่อเราต้องเยอะกว่านี้ พื้นที่เราต้องเยอะกว่านี้”
เมื่อพิจารณาจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ คุณออย บอกว่า การผลิตลูกปลาจึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่เลี้ยงปลาเนื้อจำนวนมาก และยังสามารถสร้างตลาดจากกลุ่มคนที่ต้องการนำลูกปลาไปเลี้ยงต่อได้
จัดการน้ำ 2 ระบบ แยกบ่อพ่อแม่พันธุ์
และบ่ออนุบาลลูกปลา
เมื่อเลือกแนวทางการเพาะพันธุ์ปลาชะโอนแล้ว สิ่งที่คุณออยให้ความสำคัญคือการจัดการระบบน้ำ เพราะคุณภาพน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพปลา ทั้งพ่อแม่พันธุ์และลูกปลา โดยนำความรู้ที่ได้จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้มาปรับใช้กับการเลี้ยงจริง
สำหรับบ่อพ่อแม่พันธุ์ ฟาร์มใช้ระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด หรือระบบ RSS ซึ่งน้ำจากบ่อเลี้ยงจะถูกนำไปผ่านกระบวนการกรอง ก่อนหมุนเวียนกลับมาใช้ภายในบ่ออีกครั้ง โดยแบ่งการกรองออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรองกายภาพและกรองชีวภาพ
กรองกายภาพทำหน้าที่แยกของเสียและสิ่งสกปรกออกจากน้ำ ส่วนกรองชีวภาพอาศัยกระบวนการทางชีวภาพ ช่วยจัดการของเสียที่เกิดจากการเลี้ยงปลา เมื่อน้ำผ่านการกรองแล้ว จึงหมุนเวียนกลับเข้าสู่บ่อเลี้ยง ช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนบ่ออนุบาลลูกปลา คุณออยเลือกใช้วิธีจัดการด้วยตัวเอง ไม่ได้ติดตั้งระบบกรองแบบเดียวกับบ่อพ่อแม่พันธุ์ โดยใช้วิธีดูดของเสียออกจากบ่อเป็นระยะ ขณะที่น้ำใหม่ที่จะนำมาใช้ต้องผ่านการพักเพื่อกำจัดคลอรีน พร้อมเติมออกซิเจนก่อนนำมาใช้อนุบาลลูกปลา
“การแยกวิธีจัดการน้ำตามช่วงวัยของปลา ทำให้ฟาร์มสามารถเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบ่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นสังเกตสภาพน้ำและดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพราะปลาแต่ละช่วงวัยมีความต้องการและความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน”
คัดพ่อแม่พันธุ์ปลาชะโอน
เลี้ยงด้วยอาหารโปรตีนสูง
การผลิตลูกปลาที่มีคุณภาพ คุณออย เล่าว่า ต้องเลี้ยงปลาเพื่อคัดเลือกเป็นพ่อแม่พันธุ์โดยเริ่มจากนำลูกปลามาเลี้ยง อัตราการปล่อยประมาณ 200 ตัวต่อตารางเมตร จากนั้นให้อาหารที่มีโปรตีนประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงแรกประมาณ 4 เดือน และอาจให้อาหารระดับโปรตีนใกล้เคียงเดิมต่ออีกประมาณ 2 เดือน หากมีงบประมาณเพียงพอ หรือปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 37-38 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ต่ำกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ ตามแนวทางที่ฟาร์มใช้อยู่
การให้อาหารพ่อแม่พันธุ์ก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้พิจารณาเพียงปริมาณอาหารที่ให้ แต่ยังสังเกตพฤติกรรมของปลา โดยให้อาหารวันละ 3 มื้อ ได้แก่ ช่วงเช้า ช่วงเย็น และช่วงกลางคืนก่อนนอน ซึ่งมื้อกลางคืนจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

“มื้ออาหารพ่อแม่พันธ์เราไม่ได้ให้กินบ่อย ให้แค่ 3 มื้อ เช้า เย็น และ ช่วงกลางคืนก่อนนอน แต่ว่าพิเศษช่วงกลางคืนหน่อย จะค่อยๆ โปรยให้จนกว่าปลาจะอิ่ม พฤติกรรมปลาเวลาที่เขากินอิ่ม เขาจะว่ายลงไปที่ก้นบ่อ ถ้าเขายังว่ายอยู่บนผิวน้ำแสดงว่ายังไม่อิ่ม เราก็จะให้เพิ่มทีละช้อน เอาจนกว่าเขาจะว่ายกลับลงไปข้างล่างจนหมด”
สำหรับอายุของพ่อแม่พันธุ์ แม้ตามหลักการที่คุณออยอ้างถึง ปลาที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปอาจเริ่มนำมาเพาะพันธุ์ได้ แต่ฟาร์มเลือกเลี้ยงให้นานกว่านั้น โดยใช้ปลาที่มีอายุประมาณ 8-12 เดือนขึ้นไปมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ เพื่อให้เหมาะกับแนวทางการจัดการของฟาร์ม

เพาะฟัก-ดูแลลูกปลา ตั้งแต่แรกเกิด
ฝึกกินอาหารเม็ดก่อนจำหน่าย
เมื่อพ่อแม่พันธุ์พร้อมสำหรับการเพาะ คุณออย บอกว่า จะใช้ฮอร์โมนซินนาแฟคร่วมกับตัวยาเสริมฤทธิ์และส่วนผสมอื่นๆ ตามอัตราส่วนที่ใช้กับพ่อแม่พันธุ์แต่ละตัว โดยคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักปลา
หลังฉีดฮอร์โมนแล้ว จะปล่อยให้พ่อแม่ปลาผสมพันธุ์กันเอง โดยทั่วไปไข่จะออกมาภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง จากนั้นไข่จะเริ่มฟักเป็นตัว ทั้งนี้ระยะเวลาจริง อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขในการเพาะพันธุ์
ช่วงที่ลูกปลาชะโอนฟักออกมาใหม่ๆ เป็นอีกขั้นตอนที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะลูกปลายังมีถุงไข่แดงติดตัวอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำรองในระยะแรก คุณออยจึงเน้นการดูแลคุณภาพน้ำเป็นหลัก และรอให้ถุงไข่แดงค่อยๆ ยุบตัวลง โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ก่อนเริ่มให้อาหาร

“เริ่มมีตัวแล้ว เบื้องต้นเราดูแลคุณภาพน้ำอย่างเดียวเลย รอจนกว่าถุงไข่แดงจะยุบตัว พอเริ่มยุบตัวแล้ว เราจึงค่อยเริ่มให้อาหาร อาหารก็จะเป็นอาหารมีชีวิต ยกตัวอย่างอย่างเช่น พวกโรติเฟอร์ อาร์ทีเมีย ไรแดง ไรนางฟ้า ก็ดูตามขนาดของปากปลา”
ในระยะแรกจึงต้องใช้อาหารมีชีวิต ที่มีขนาดเหมาะสมกับปากลูกปลา เพื่อให้สามารถกินอาหารได้ โดยฟาร์มจะค่อยๆ ปรับชนิดและขนาดอาหารให้สอดคล้องกับการเจริญเติบโต
หลังจากให้อาหารมีชีวิตไปประมาณ 3 สัปดาห์ คุณออยจึงเริ่มฝึกให้ลูกปลากินอาหารเม็ด ช่วงแรกปลาอาจกินบ้างไม่กินบ้างตามพฤติกรรมธรรมชาติ แต่เมื่อเริ่มคุ้นเคยและกินอาหารเม็ดได้ดีแล้ว จะช่วยให้การเลี้ยงในระยะต่อไปจัดการได้ง่ายขึ้น
เหตุผลที่ต้องฝึกให้ลูกปลากินอาหารเม็ดก่อนจำหน่าย คุณออย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องนำไปเลี้ยงต่อ หากลูกปลายังกินอาหารมีชีวิตเป็นหลัก ผู้เลี้ยงรายใหม่อาจต้องใช้เวลา และต้นทุนเพิ่มขึ้นในการจัดหาอาหารให้เหมาะสม การฝึกให้กินอาหารเม็ดได้ จึงช่วยให้ลูกค้าดูแลปลาได้สะดวกขึ้น
เมื่อปลากินอาหารเม็ดได้เต็มที่ ฟาร์มจะเลี้ยงต่อจนได้ขนาดไซซ์ประมาณ 1.5-2 นิ้ว หรือราว 3-5 เซนติเมตร ก่อนคัดจำหน่ายให้กับลูกค้า โดยพิจารณาจากความพร้อมของลูกปลา ไม่ใช่ดูเพียงขนาดตัวเท่านั้น

ขายลูกปลาชะโอนตามออเดอร์
เสริมตลาดออนไลน์ ด้วยคอนเทนต์ความรู้
สำหรับการทำตลาดจำหน่ายลูกปลาชะโอน คุณออย บอกว่า ไม่ได้เน้นการผลิตลูกปลาจำนวนมากแล้วค่อยหาผู้ซื้อ แต่เลือกวางแผนการเพาะพันธุ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยปัจจุบันจำหน่ายลูกปลาขนาดประมาณ 1.5-2 นิ้ว ในราคาตัวละ 5 บาท กำหนดจำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ 100 ตัว
ส่วนตลาดปลาเนื้อในพื้นที่ คุณออยให้ข้อมูลว่าราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 300-400 บาทต่อกิโลกรัม โดยขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของปลา ปลาตัวเมียที่มีขนาดใหญ่สามารถจำหน่ายได้ราคาดีกว่า ขณะที่ฟาร์มเลือกจำหน่ายปลาเนื้อแบบปลามีชีวิตในพื้นที่ ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งนอกเหนือจากการขายลูกพันธุ์
อีกหนึ่งสิ่งที่คุณออยให้ความสำคัญ คือการทำเพจเฟซบุ๊กของฟาร์ม เพราะมองว่าการขายสินค้าออนไลน์ไม่จำเป็นต้องโพสต์ขายของทุกวัน แต่ควรทำให้ผู้ติดตามได้รับความรู้และเห็นประโยชน์จากการติดตามเพจด้วย

คุณออยจึงวางแผนเนื้อหาเป็นรายสัปดาห์ โดยแบ่งหัวข้อที่จะเผยแพร่ให้หลากหลาย ทั้งเทคนิคการเลี้ยงปลา การทำบ่อ และการดูแลคุณภาพน้ำ เพื่อให้คนที่สนใจปลาชะโอนได้เรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานก่อนตัดสินใจลงมือเลี้ยงจริง
“ในเพจออยก็จะวางแผนรายสัปดาห์เลยว่า ใน 7 วัน ออยจะโพสต์อะไรบ้าง เพื่อให้คนเขาเข้ามาดูเข้ามาสนใจ อาจจะเป็นพวกเทคนิคการเลี้ยง ไม่ได้เน้นขายอย่างเดียว จะโพสต์ขายปลาทุกวันแบบนั้นไม่ใช่”
แนวทางนี้ทำให้เพจไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นช่องทางประกาศขายลูกปลา แต่ยังเป็นพื้นที่แบ่งปันประสบการณ์และสร้างความเข้าใจ ให้กับคนที่สนใจการเลี้ยงปลาชะโอน เมื่อผู้ติดตามมีความรู้มากขึ้น ก็มีโอกาสพัฒนาจากผู้ที่สนใจทั่วไปมาเป็นลูกค้าที่พร้อมลงมือเลี้ยงจริงได้เช่นกัน
สำหรับท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ คุณออย-จีรสร จิณะแสน เจ้าของฟาร์มปลาชะโอนลัลล้า ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 096-2426669
ผู้เขียน : สุรเดช สดคมขำ
