ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดโลก แต่หลังการบริโภค มีขยะเปลือกทุเรียนในประเทศไทยหลายแสนตันต่อปี เนื่องจากทุเรียน 1 ผลมีขยะเหลือทิ้ง 70-75 % ทำให้หลายฝ่ายหันมาส่งเสริมการใช้ประโยชน์ “เปลือกทุเรียน” สู่เศรษฐกิจสีเขียว เช่น แปรรูปเป็นดินหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ อาหารสัตว์ พลาสติกชีวภาพ กระถางรักษ์โลก เชื้อเพลิงชีวมวลหรือถ่านอัดแท่ง และนวัตกรรมสิ่งทอ ฯลฯ
ปัจจุบัน นวัตกรรมงานวิจัย “สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน” ของ ดร.อุษา ประชากุล หรือ ดร.แอน อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนครพนม( NPU)นับเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ขยะเปลือกทุเรียน สู่นวัตกรรมเส้นใย ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแฟชั่นได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากเศษเหลือทิ้งในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตอบโจทย์หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม


ขยะเปลือกทุเรียน
ดร.แอน เริ่มจากศึกษาข้อมูลและสำรวจขยะเปลือกทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดต่างๆ ก็พบว่า ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตทุเรียนอันดับ 1 ของโลก มีการส่งออกทุเรียนผลสดและแปรรูปจากการศึกษาพบว่า ในปี 2560 – 2564 มีเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนสูงถึง 146,525,201 กิโลกรัมและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นำมาซึ่งปัญหาในการจัดการเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียน โดยปัจจุบันมีการใช้วิธีการฝังกลบหรือเผาทำลายเศษเหลือทิ้ง ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนสำคัญที่ต้องหาทางแก้ไข เนื่องจากวิธีการดังกล่าว ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
จากหิ้งสู่ห้าง ใช้เวลากว่า 3 ปี
ดร. แอน ชื่นชอบด้านแฟชั่นสิ่งทอและใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ระหว่างการศึกษาในสาขาสาขาวิชานฤมิตศิลป์ (แฟชั่นและสิ่งทอ) คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกสับปะรดสู่เส้นใยสิ่งทอมาก่อน เมื่อศึกษาต่อระดับปริญญาเอก เริ่มสนใจศึกษาการใช้ประโยชน์จากเปลือกทุเรียนสู่เส้นใยสิ่งทอ โดยใช้ระยะเวลาศึกษาวิจัยกว่า 3 ปี
ดร.แอนกล่าวเพิ่มเติมว่า ผลงานชิ้นนี้ เธอได้ร่วมมือกับ ดร.จุฑาทิพย์ นามวงษ์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ในการพัฒนาเส้นใยสิ่งทอผ่านการสกัดเปลือกทุเรียน นำมาปั่นด้ายเข็นมือแบบชุมชนและการปั่นด้ายในรูปแบบอุสาหกรรมก่อนนำมาทอผืนผ้าด้วยภูมิปัญญาแบบชุมชน โดยผสมผสานเส้นไหม และเส้นใยทุเรียนในอัตราส่วนที่เหมาะสม สู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ในรูปแบบต่าง ๆ ข้อดีของสิ่งทอดังกล่าว คือ สามารถระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไหม 100 เปอร์เซ็นต์ และมีประสิทธิภาพต้านเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึง 99.92 เปอร์เซ็นต์ ผลงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกชิ้นนี้ ถูกต่อยอดเชิงพาณิชย์ภายใต้แบรนด์มูวว์ ในปีสุดท้ายของหลักสูตร


สินค้าขายดี ถูกใจลูกค้าสายมู
ดร.แอนกล่าวว่า จากนวัตกรรมเส้นใยทุเรียนปัจจุบันได้ถูกต่อยอด สู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นรักษ์โลก ภายใต้แบรนด์ “ muw.official ” (มูวว์ ออฟฟิเชียล) ซึ่งสินค้ามีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ทุกชิ้นผลิตด้วยกรรมวิธีธรรมชาติ โดยกระบวนการย้อมสีเส้นใยและการทอผืนผ้ายังคงใช้ภูมิปัญญาของชุมชน 100%
ผลิตภัณฑ์แฟชั่นรักษ์โลกแบรนด์มูวว์ ออฟฟิเชียล มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครเพราะออกแบบ เน้นลวดลายสัตว์มงคล 9 ชนิด ได้แก่ กวาง (มั่งมีศรีสุข) เสือ (ผู้นำ) สิงโต (อำนาจ) มังกร (โชคลาภ) นกยูง (มงคล) หงส์ (เจริญรุ่งเรือง) กบสามขา (เพิ่มพูนเงินทอง) ม้า (พลังความสำเร็จ) และปลา (มั่งคั่งร่ำรวย) ผสมผสานความเชื่อสายมูเพื่อเสริมสิริมงคลให้ผู้สวมใส่ พร้อมเทคนิค Kinetic Textile เพิ่มมิติลวงตาให้รูปร่างดูสมส่วน

แฟชั่นรักษ์โลกแบรนด์ มูวว์ ออฟฟิเชียล ผสมผสานความเชื่อเสริมสิริมงคลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า Gen Y ที่มีอายุระหว่าง 27 – 42 ปี ได้อย่างลงตัว เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยทำงาน ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ หรือทายาทธุรกิจที่ชื่นชอบแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่ช่วยส่งเสริมหรือหนุนนำความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานตั้งแต่อายุยังน้อย
นวัตกรรมเส้นใยทุเรียนสู่แฟชั่นรักษ์โลก ของ ดร.แอน ช่วยลดปัญหาขยะเกษตรในสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต่อยอดส่งเสริมอาชีพและรายได้ของชาวบ้านได้อย่างยั่งยืน ทำให้ผลงานชิ้นนี้ ได้รับรางวัลจากเวทีประกวดนวัตกรรมทั้งในไทยและระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นวัตกรรมสิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียนสู่สินค้าเครื่องแต่งกายต้านเชื้อแบคทีเรีย ภายใต้การนำของหัวหน้าทีมวิจัยคือ ศาสตราจารย์ ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้รับรางวัลระดับดีเด่น (บัณฑิตศึกษา)การประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2567 โดยกลุ่มเป้าหมายในการใช้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มคลัสเตอร์ “นาหว้าโมเดล” อ.นาหว้า จ.นครพนม และกลุ่มผู้ประกอบการทั่วไป
และ ผลงาน”Circular Textile Innovation. ” เปลี่ยนขยะเปลือกทุเรียนเป็นเครื่องแต่งกายต้านเชื้อแบคทีเรีย ผสมผสานมรดกอิสานกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ของ ดร.แอน ยังคว้ารางวัลเหรียญทองในงานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวา ครั้งที่ 51 ซึ่งความสําเร็จระดับโลกครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพการผลิตสิ่งทอไทยสู่ความยั่งยืนในตลาดโลก

หากใครสนใจผลิตภัณฑ์แฟชั่นรักษ์โลก จากเส้นใยทุเรียน แบรนด์ มูวว์ ออฟฟิเชียล ที่เหมาะสำหรับสายมูเต็มพิกัด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง FB: muw.official หรือ IG: muw_official_และ Line: @638nhlie
