แปรรูปสินค้าเกษตร
รัฐโล่ง-ชาวสวนยางตีปีก ราคายางพุ่งพรวดทะลุ 80 บาท/กก. ชี้ปัจจัยภายใน-นอกประเทศหนุน ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยเกินคาด ศก.โลกกระเตื้อง น้ำมันขึ้น แถมสต๊อกยางจีน-ญี่ปุ่นลดฮวบ ฝุ่นตลบพ่อค้าจีนบุกถึงถิ่นกว้านซื้อตรงจากสหกรณ์ สถาบันเกษตรกร 5 เสือส่งออกดิ้นแข่งเสนอราคาสู้ นักธุรกิจชี้ปลุกกำลังซื้อต่างจังหวัดรับปีใหม่ หุ้นกลุ่มยางดี๊ด๊าพลอยได้อานิสงส์ ด้านผู้ว่าการ กยท.ฟันธงเทรนด์ราคายางขาขึ้นถึงปีหน้า นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ราคายางพาราที่พุ่งขึ้นในช่วงนี้ส่งผลดีต่อเกษตรกรในพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศ และน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม โดยล่าสุดวันที่ 16 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ราคาประมูลซื้อขายยางในตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 80.29 บาท/กก. ทะลุ 80 บาท/กก. เป็นครั้งแรกหลังตกต่ำมานานกว่า 3 ปี มองทิศทางราคายางในตลาดโลกเบื้องต้นขณะนี้อาจกล่าวได้ว่าแนวโน้มราคาเริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นทั้งภายในและนอกประเทศ ปัจจัยภายในมาจากนโยบายรัฐบาลกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดำเนินโครงก
3 องค์กร “ส.อ.ท.-หอการค้าฯ-สถาบันอาหาร” ผนึกชี้ทิศทางส่งออกอาหารปี′60 คาดทะลุ 1 ล้านล้านบาท ขณะที่ปี′59 คาดมูลค่าส่งออก 9.7 แสนล้านบาท เผยปัจจัยเสี่ยงปีหน้านโยบายทรัมป์ รวมถึงเสถียรภาพตลาดอียู ขึ้นกับผู้นำคนใหม่หลังเลือกตั้งหลายประเทศ นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ทางสถาบันอาหารได้ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้มีแนวคิดร่วมกันในการเสนอข้อมูลข่าวสารในภาคธุรกิจเกษตรและอาหารให้อยู่ในกรอบทิศทางเดียวกัน จึงได้ประสานความร่วมมือของ 3 องค์กร โดยสถาบันอาหารทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร หรือ Food Intelligence Center สำหรับภาพรวมการส่งออกอาหารคาดว่าสิ้นปี 2559 จะมีมูลค่าส่งออก 972,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 เนื่องจากวัตถุดิบมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกุ้งเริ่มฟื้นตัวจากโรคตายด่วน (EMS) ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้กลุ่มสินค้าปศุสัตว์มีต้นทุนการผลิตลดลง ค่าเงินบาทมีเสถียรภ
กุ้งไทยสดใสถึงปีหน้า คาดผลผลิตปี′60 ขยับขึ้นเป็น 3.5 แสนตัน ลุยเจาะตลาดจีนเพิ่มทดแทนอียู สมาคมกุ้งไทยเสนอรัฐ 3 ข้อ เร่งประชาสัมพันธ์ในการแก้ไขปัญหาแรงงาน เจรจาจีนยกเลิกเก็บแวต และผลักดันกุ้งดิบเข้าออสเตรเลีย ดร.สมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์กุ้งไทยในปี 2559 ว่า ผลผลิตกุ้งไทยปีนี้ คาดว่าจะมีประมาณ 3 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี 2558 ที่ผลิตได้ 2.6 แสนตัน ทั้งนี้จากการปรับเปลี่ยนระบบการเลี้ยงจนแก้ปัญหาโรคระบาดอีเอ็มเอสได้สำเร็จ โดยการปรับปรุงฟาร์มและการจัดการการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีคุณภาพ คาดว่าปี 2560 จะเป็นปีที่ดีสำหรับเกษตรกร ทั้งราคาดีและผลผลิตน่าจะอยู่ในระดับ 3.5 แสนตัน ส่วนการส่งออก จากข้อมูลเดือน ม.ค.-ต.ค.ปีนี้อยู่ที่ 160,935 ตัน มูลค่า 54,483 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2558 ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.86 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.11 คาดว่าปีนี้จะส่งออกกุ้งได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนตัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยตลาดจีนเป็นความหวังของไทยในอนาคต เพราะจีนขยายพื้นที่เลี้ยงลำบากจากระบบนิเวศไม่เอื้อ ผลผลิต 5 แสนตัน/ปี ไม่พอป้
CPF ลุยส่งออกไก่สดไป “โสมขาว” ลอตแรกในรอบ 12 ปี ชี้ไทยยังได้เปรียบคู่แข่งบราซิล-อียู “ฉัตรชัย” ตั้งเป้าปีหน้าส่งออกรวมได้อีก 40,000 ตัน โกย 3,600 ล้านบาท นายวีรชัย รัตนบานชื่น ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจไก่เนื้อ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า การที่เกาหลีใต้กลับมานำเข้าไก่สดจากไทย จะช่วยให้ภาพลักษณ์การส่งออกไก่ไทยในภาพรวมขยายตัวมากขึ้น ซึ่งซีพีเอฟเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายแรกที่สามารถส่งออกเนื้อไก่สดไปยังเกาหลีใต้ในรอบ 12 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เดินทางมาตรวจโรงเชือด และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกเพื่อการส่งออกของไทย ผลการตรวจโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ของซีพีเอฟได้รับคัดเลือก 3 โรงงาน อาทิ โรงงานมีนบุรี นครราชสีมา และสระบุรี เป็น 3 ใน 12 โรงงานที่ได้ส่งออกไก่สด และนับเป็นการส่งออกไก่สด ชิ้นส่วนปีกไก่สดแช่แข็งรายแรกและลอตแรก ในปริมาณ 15.2 ตัน มูลค่า 1,733,550 บาท นอกจากนี้ อุตสาหกรรมไก่ไทยยังมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่งอย่างประเทศบราซิล สหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐอเมริกา ทั้งเรื่องของโลจิสติกส์ระยะทางที่ใกล้กับเกาหลีใต้มา
ขอเชิญคนไทยใจบุญร่วมซื้อข้าวอินทรีย์โดยตรงจากชาวนาเพื่อการกุศล เช่น 1.บริจาค เข้าองค์กรการกุศลให้น้อง ผู้ป่วย หรือสามเณร ตามรายนาม :- มูลนิธิเด็ก – วัดพระบาทน้ำพุ ผู้ป่วยเอดส์ – สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บ้านราชาวดี (หญิง) – เครือข่ายโรงเรียนปริยัติธรรมภาคเหนือ หรือองค์กรการกุศลตามที่ท่านระบุ 2.นำไปแจกเป็นพรีเมี่ยมให้ผู้มีอุปการะคุณในเทศกาลปีใหม่ หรือมอบเป็นโบนัสให้พนักงานให้มีส่วนร่วมบุญ 3.เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตการบริโภคข้าว จากข้าวขาวสู่ข้าวอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ ข้าวอินทรีย์จากท้องนา ปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลง เพิ่มความแข็งแรงแก่สุขภาพ สร้างคุณภาพชีวิต 4.ช่วยแก้ปัญหาชาติ ร่วมรักษาราคาข้าว เพิ่มคุณภาพชีวิตชาวนา จากกำไรส่วนเพิ่มเมื่อลดพ่อค้าคนกลางลงในระบบ จำหน่ายในราคาตันละ 35,000 บาท บรรจุ 20 กิโลกรัมต่อถุง และราคาตันละ 37,000 บาท บรรจุ 5 กิโลกรัมต่อถุง พร้อมบริการจัดส่งในกรณีซื้อปริมาณตั้งแต่ 500 กิโลกรัมขึ้นไป
ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยไม่น้อยกว่าทุเรียน พื้นที่การปลูกลำไยส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ตาก กำแพงเพชร และภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี เมื่อปี 2557 ปริมาณการส่งออกลำไย 357,206,508 ตัน คิดเป็นมูลค่า 7,933.96 ล้านบาท และ 431,212,190 ตัน มูลค่า 9,752.71 ล้านบาท ในปี 2558 ประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ข้อตกลงภายใต้พิธีสาร ลำไยเป็นพืชภายใต้พิธีสาร ว่าด้วยข้อกำหนดด้านการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับสินค้าผลไม้เมืองร้อนที่ส่งออกจากประเทศไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีข้อกำหนดการตรวจสอบรับรองปริมาณซัลเฟอร์ได ออกไซด์ในเนื้อลำไยสดไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม จีนสั่งระงับการนำเข้าลำไยสดผู้ส่งออกไทย 11 ราย คุณเกรียงไกร สุภโตษะ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2556 ได้มีการแจ้งเตือนจากหน่วยงานกระทรวงควบคุมคุณภาพและตรวจสอบกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (AQSIQ) ซึ่งมีหน้าที่สุ่มตรวจสิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างวันที่ 19-23 ธ.ค.นี้ สำนักงาน กสทช.จะเปิดพื้นที่บริเวณรอบอาคารโรงอาหารจัดตลาดนัดสายลม เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้นำข้าวสารมาขายในราคาถูก หลังจากชาวนาเผชิญปัญหาราคาข้าวสารตกต่ำ โดยจะมีชาวนาจาก จ.สุรินทร์ นำข้าวมาขายเป็นครั้งที่ 2 สำหรับข้าวที่นำมาจำหน่าย ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ กิโลกรัมละ 30 บาท และ 5 กิโลกรัม 140 บาท ข้าวกล้อง กิโลกรัมละ 60 บาท และข้าวไรซ์เบอรี่ กิโลกรัมละ 70 บาท สำหรับปี 2560 การจัดตลาดนัดสายลม จะมีอีกครั้งในวันที่ 23-27 ม.ค. 2560 เป็นการเปิดพื้นที่ในสำนักงาน กสทช. ให้ชาวนาจาก จ.ยโสธร นำข้าวสารมาขาย เป็นการช่วยเหลือชาวนาอย่างต่อเนื่อง และครั้งที่ 3 จะจัดวันที่ 23-24 ก.พ. 2560 ให้ชาวนาจาก จ.เพชรบูรณ์ นำข้าวสารมาขาย นอกจากนี้ยังมีผักปลอดสารพิษ สินค้าอุปโภค-บริโภค ไข่ไก่ และสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายด้วย เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. พหลโยธิน ซอย 8 (ซอยสายลม)
การนำหมากเม่าหรือมะเม่ามาแปรรูปเป็นไวน์ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาเพิ่มมูลค่าของไม้ผลท้องถิ่นได้อย่างดีมาก ทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์โดยตรงอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกให้ชาวบ้านในท้องถิ่นเกิดความรักหวงแหน พร้อมกับช่วยอนุรักษ์ไม้ชนิดนี้ ซึ่งนับเป็นพื้นบ้านสำคัญที่ทรงคุณค่าให้อยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่พบว่ามีพื้นที่ต้นหมากเม่ามากกว่าแห่งอื่นคือที่เทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร เหตุนี้จึงมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ไม้ท้องถิ่นชนิดนี้ พร้อมไปกับการสร้างคุณค่าและมูลค่า จนประสบผลสำเร็จด้วยการผลิตเป็นไวน์ส่งไปประกวดต่างประเทศได้รับรางวัลกลับมาสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงต่อยอดด้วยการผลิตเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ขนม และเครื่องสำอาง ไม่เพียงเท่านั้นกากเม่ายังนำไปผสมเพื่อใช้เป็นอาหารให้สัตว์กิน คงมีน้อยคนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของการนำหมากเม่ามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายชนิดจนโด่งดังมาจากจุดเริ่มต้นภายในรั้วของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร จากคนกลุ่มหนึ่งที่ทำงานอยู่คณะทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น รายงานพิเศษจังหวัดสก
นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า “กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดงานใหญ่ OTOP ภูมิภาคในจังหวัดขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 5 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ถึงวันที่ 12 มกราคม 2560 ประกอบด้วย OTOP ภูมิภาค จังหวัดอุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น ภูเก็ต และเชียงใหม่ โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์อันเกิดจากการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าภาคภูมิใจ การใช้ทรัพยากรในชุมชนเพื่อสร้างสรรเป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อสร้างช่องทางการตลาด สร้างงาน สร้างรายได้ในแต่ละพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสู่ตลาด และสร้างโอกาสขยายตลาดส่งออกสินค้า OTOP เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ซึ่งในการจัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ดังกล่าวเป็นเวทีให้กับผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่าจากภูมิปัญญาไทย เป็นศูนย์รวมของงานหัตถศิลป์ล้ำค่า ที่บ่งบอกอัตลักษณ์สำคัญของแต่ละท้องถิ่น ภายในงานประกอบด้วยบูธจำหน่าย
จากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำโดยช่วงเปิดฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ปี 2559 ชาวนาถูกพ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อข้าวเปลือก กข 15 กิโลกรัมละ 5-6.50 บาท หรือประมาณ 5,000-6,500 บาท/ตัน ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวขยับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าเตรียมดิน ค่าปุ๋ย และค่าเก็บเกี่ยวข้าว เป็นต้น ทางรัฐบาลต้องเร่งระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ได้เร่งประสานความร่วมมือขบวนการสหกรณ์กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำด้วย โดยมุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายข้าวสารคุณภาพของสหกรณ์ เพื่อยกระดับราคาข้าวเปลือกช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิก นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาตลาดและราคาข้าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ว่า นอกจากกรมส่งเสริมสหกรณ์จะดำเนิน “โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร” ปีการผลิต 2559/60 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยรัฐบาลได้จัดสรรสินเชื่อให้สหกรณ์กู้ยืมไปเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อรวบรวมข้าวเปลือกและแปรรูปข้าวผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
