แปรรูปสินค้าเกษตร
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 ธันวาคม ที่บริเวณลานสุพรรณิการ์ หน้าศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมรณรงค์การบริโภคข้าวปลอดภัยจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 26-30 ธันวาคม โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานีดำเนินงานจัดงานเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนข้าวในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดและเป็นอาชีพหลักของเกษตรกร โดยมีกลุ่มผลิตข้าวปลอดภัยและข้าวอินทรีย์จำนวนมาก ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวสินเหล็ก และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งในขั้นตอนการผลิตเกษตรกรได้ดูแลรักษาเป็นอย่างดีจนได้รับรองมาตรฐานข้าวปลอดภัยหรือมาตรฐาน (GAP) และข้าวอินทรีย์ (Organic Thailand) ซึ่งเมื่อแปรรูปเป็นข้าวสารแล้วถือเป็นข้าวสารเกรดพรีเมียม โดยมีกลุ่มเกษตรกรมาตั้งบูธจำหน่ายกว่า 40 ราย และยังเป็นไปตามนโยบายที่ให้มีการบูรณาการในรูปแบบประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ และรณรงค์ประชาสัมพันธ์การบริโภคข้าวปลอดภัย ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเกษตรกรต้องการสร้างรายได้แต่ขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทางกา
เมื่อเวลา 15.30 น. วานนี้ นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ รักษาราชการในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันเปิดโครงการตำรวจไทยร่วมใจช่วยชาวนาของจังหวัดชัยภูมิ ที่บริเวณลานหน้าอาคารตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ โดยได้ทำพิธีแจกจ่ายข้าวสารให้ข้าราชการตำรวจเป็นสวัสดิการ จำนวน 29 สถานี รวมปริมาณข้าวที่แจกจ่าย 25 ตัน ซึ่งแต่ละสถานีได้นำรถตราโล่มาขนกระสอบข้าว เดินทางกลับไปยังสถานีเพื่อจำหน่ายเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท พ.ต.อ.สมพจน์ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่า จังหวัดชัยภูมิเป็นอีกพื้นหนึ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประสบปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆในจังหวัดจัดโครงการ “ตำรวจไทยร่วมใจช่วยชาวนาของจังหวัดชัยภูมิ” ชึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้สามารถจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการช่วยเหลือข้าราชการตำรวจให้ได้บริโภคข้าวสารในราคาที่เป็นจริงไม่แพงตามราคาท้องตลาด โดยการจัดโครงการฯ ครั้งนี้ ตำรวจภ
“โครงการ มข.เพื่อชาวนา” ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรชาวขอนแก่นจำหน่ายข้าวให้ผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยจะมีกลุ่มนักศึกษา (จิตอาสา) สลับสับเปลี่ยนเข้ามาช่วยชาวนาขายข้าว พร้อมอำนวยความสะดวกคัดเลือกเมล็ดข้าว บรรจุข้าวลงถุง รวมถึงกระบวนการจัดระบบการสั่งซื้อ ระบบการขาย และระบบบัญชี นอกจากนี้ยังรับจัดทำโลโก้ผลิตภัณฑ์สินค้าให้กับชาวนาซึ่งเป็นการทำงานจิตอาสาร่วมทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มข. นางสุบรรณ์ ผาจันดา เกษตรกรบ้านถลุงเหล็ก ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ดีใจและประทับใจมากที่นักศึกษามาช่วยหาลูกค้าให้ ทั้งยังช่วยคัดเลือกเมล็ดที่เสียออก บรรจุลงถุง และบริหารการเงินให้ ซึ่งจะหาโอกาสดีแบบนี้ไม่ได้ ไม่เคยเห็นมาก่อน และจะกลับไปบอกพี่น้องชาวบ้านที่หมู่บ้านให้นำข้าวมาขายด้วยกัน น.ส.ปาณิสรา จวงจันทร์ นักศึกษาสาขาการตลาดชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เล่าว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในวิชาเรียนซึ่งได้ทั้งประสบการณ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง อาทิ การจั
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยได้ประเมินถึงทิศทางราคาพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย คือ อ้อย ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า หรือระหว่างปีการเพาะปลูก 2559-2561 พบว่า อ้อยจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งช่วยให้เกษตรกรชาวไร่มีรายได้จากการเพาะปลูกเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำตาลทรายอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยสูง จากความต้องการของตลาดโลก โดยราคาอยู่ที่ 18-20 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งส่งผลให้เมื่อนำมาคำนวณเข้าสู่ระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70:30 จะทำให้ชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับราคาอ้อยขั้นต้นของฤดูการหีบอ้อยปี 2559/60 คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนดราคาอยู่ที่ 1,050 บาทต่อตันอ้อย ความหวาน 10 ซี.ซี.เอส. ยกเว้นพื้นที่เพาะปลูกเขต 5 ที่กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นอยู่ที่ 980 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับราคาอ้อยขั้นต้นของฤดูหีบที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 808 บาทต่อตันอ้อย ยกเว้นพื้นที่เพาะปลูกเขต 5 ที่กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นในปีก่อนเพียง 773 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งจากราคาอ้อยขั้นต้นดังกล่าว ถือเป็นราคาเหมาะสมที
ผ่านมา 4 เดือนนับจากกระทรวงพาณิชย์ประกาศยุทธศาสตร์พัฒนาปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม 6 ด้าน ระยะเวลา 20 ปี (2559-2579) โดยมุ่งหมายที่จะ 1) เพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันจาก 2.6 ตัน/ไร่เป็น 3.51 ตัน/ไร่ 2) การพัฒนาคุณภาพปาล์มให้มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงขึ้นจาก 17% เป็น 20% ภายในปี 2579 ตั้งเป้าสร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้นจากปีละ 90 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท โดยความเคลื่อนไหวล่าสุด “นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค” อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้นำคณะลงพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อประชุมหารือร่วมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม-ผู้แทนผู้ประกอบการลานเท และโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมแผนรับมือผลผลิตปาล์มน้ำมันในฤดูการผลิตปี 2559/2560 ที่จะออกสู่ตลาดในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2560 จะมีผลผลิตประมาณ 10-10.5 ล้านตัน ชงซื้อผลปาล์มตามเปอร์เซ็นต์น้ำมัน นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ เกษตรกรและอดีตคณะกรรมการน้ำมันปาล์มและปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของมาเลเซียอยู่ที่ลิตรละ 25 บาท ราคาผลปาล์มของมาเลเซียอยู่ที่ กก.ละ 5-6 บาท หากเทียบกับราคา CPO ไทย ลิตรละ 30 บาท แต่ราคาผล
ซีพีเอฟประกาศปี 60 โต 5 แสนล้าน หลังซื้อกิจการกลุ่มเบลลิซิโอ มูลค่า 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ ชี้เป็นการซื้อธุรกิจอาหารในสหรัฐเป็นครั้งแรกของบริษัท ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF คาดว่า ปีนี้จะมียอดรายได้ 4.5 แสนล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาทในปี 2560 ล่าสุดประกาศว่าได้ซื้อกิจการบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิงก์ (Bellisio) จากบริษัท เซ็นเตอร์ พาร์ตเนอร์ส แมเนจเมนต์ แอลแอลซี (Centre Partners) ตามเงื่อนไขที่ได้รับการเห็นชอบแล้วจากคณะกรรมาธิการการค้า และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ โดย CPF จะถือหุ้น 100% คิดเป็นมูลค่า 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ การควบรวมกิจการครั้งนี้เป็นการรวมกันระหว่างบริษัทอาหารแช่แข็งที่ใหญ่ ที่สุด และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐ กับบริษัทผู้ผลิตอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ซึ่งเบลลิซิโอ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งแบบ Single Serve ตราสินค้ามิเชลินาส์ (Michelina”s), แอตคินส์ (Atkins) บอสตัน มาร์เก็ต (Boston Market), ชิลลีส์ (Chilli”s), อีตทิงเวลล์ (Eathingwell) และอีต (Eat !) และเป็นผู้ผล
ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรลำดับต้น ๆ ของโลก ทำให้เคมีภัณฑ์การเกษตรเป็นสินค้าที่มีความสำคัญตามไปด้วย แต่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ความต้องการปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชค่อนข้าง “ชะลอตัว” จากปัญหาภัยแล้งโดยเฉพาะนาข้าว สำหรับปี 2560 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าความต้องการปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชจะมีแนวโน้มสดใสขึ้น เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา จึงไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากนัก แต่ยังต้องติดตามราคาสินค้าเกษตร ซึ่งมีผลต่อปริมาณการใช้เคมีภัณฑ์การเกษตรด้วย เอสเอ็มอีอาจเน้นขายปุ๋ยให้กับเกษตรกรที่ปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่ราคาไม่ผันผวนหรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเน้นจำหน่ายยาปราบศัตรูพืช เช่น ยาแก้เชื้อรา ยากำจัดวัชพืช ที่จะระบาดในช่วงที่มีน้ำมาก ตลาดปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชในประเทศไทย ที่มีมูลค่าสูงถึงปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้มีผู้ประกอบการในธุรกิจจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันสูงตามไปด้วย แต่มีเพียงผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่กี่รายที่ครองส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ เนื่องจากได้เปรียบจากการสั่งซื้อครั้งละมาก ๆ ทำให้มีอำนาจต่อรองและ
เมื่อวันที 25 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหกรณ์การเกษตทุ่งวัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนามาสี เพื่อบรรจุถุงสูญญากาศขาย เพื่อใช้เป็นของฝากของขวัญมอบให้กันในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ต้องทำงานล่วงเวลากันทุกวันเพื่อแพ็คข้าวให้ทันต่อคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาแล้วมากกว่า 5,000 ถุง นางกำไร เขียวฉาย ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรทุ่งวัดสิงห์กล่าวว่า การแพ็คข้าวด้วยระบบสูญญากาศได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถทำเป็นรูปแบบ รูปทรงต่างๆได้สวยงาม เหมาะแก่การให้เป็นของฝากของขวัญอโดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่มีลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก โดยข้าวที่แพ็คถุงขายจะเป็นข้าวข้าวเจ็ก และข้าวไรซ์เบอรี่ โดยจะขายในราคาถุงละ69บาทสำหรับขนาดบรรจุ100กรัม โดยทางสหกรณ์จะมีการบรรจุแพคเก็จที่สวยงาม พร้อมสติ๊กเกอร์ตราสัญลักษณ์”ข้าวรักนะ”พร้อมเครื่องหมายของสหกรณ์ รวมทั้งมีการจัดเป็นกิฟท์เซ็ตผสมข้าว2สายพันธ์ 3แบบคือข้าวกล้อง ข้าวขาว และข้าวไรซ์เบอรี่บรรจุลงในชุดเดียวกัน ซึ่งขายราคาชุดละ169บาท และยังจัดลงกระเช้าของขวัญตามความต้องการ แล
นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำในปัจจุบัน เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงต้นปี หลายพื้นที่ประสบภัยหนาวเฉียบพลันและเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนกลับมีปัญหาภัยแล้งตามมาอีก ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อการให้ผลผลิตไข่ไก่ ทำให้ปริมาณไข่ลดลง ราคาปรับตัวสูงขึ้น เป็นเหตุจูงใจให้ผู้เลี้ยงทั่วประเทศมีการขยายการเลี้ยงมากขึ้น ขณะเดียวกันเกษตรกรบางรายทั้งขยายทั้งยืดอายุปลดไก่ไข่ออกไป เพื่อหวังขายไข่เพิ่ม ส่งผลให้มีปริมาณไก่ยืนกรงและไข่มากขึ้น กอปรกับในช่วงที่ผ่านมาภาวะการบริโภคลดลงอย่างชัดเจน ทำให้มีไข่ไก่เหลือสะสมมาก ราคาตกต่ำรุนแรงตั้งแต่ช่วงกินเจถึงปัจจุบัน จนเกษตรกรแทบจะไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เนื่องจากแบกรับภาระขาดทุนอย่างหนักไม่ไหว “อาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ก็เหมือนอาชีพเกษตรอื่นๆ ตอนผลผลิตน้อยราคาปรับขึ้น ทุกคนอยู่สบายก็หวังจะได้มากขึ้นอีก จึงขยายการเลี้ยงและยืดอายุการปลดออกไป ทำให้ปริมาณไข่เพิ่มขึ้น ราคาไข่ก็ลดลง เวลาลงราคาไข่จะลงรุนแรงมากเพราะผู้เลี้ยงจะแย่งกันขาย เหตุไข่เป็นสินค้าอายุสั้น ยิ่งเก็บนานยิ่งราคาตก จึงอยากขอร้องให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องหันหน้ามาคุยกัน ร
อ.ส.ค.สร้างต้นแบบ “ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ” นำร่อง 2 ศูนย์ที่เมืองขอนแก่น-สุโขทัย มุ่งเป็นต้นแบบ-แหล่งเรียนรู้ด้านบริหารจัดการนมดิบ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นคู่ค้าต่างประเทศ เสริมศักยภาพส่งออกนมไทย-เดนมาร์ค ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อ.ส.ค.อยู่ระหว่างเร่งปรับปรุงและพัฒนายกระดับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ 2 ศูนย์ที่มีศักยภาพและมีความพร้อม ให้เป็นศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบต้นแบบนำร่องในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและสุโขทัย เพื่อเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านบริหารจัดการน้ำนมดิบอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบทั่วประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคภายในประเทศรวมถึงประเทศคู่ค้าเพิ่มสูงขึ้น และช่วยเสริมขีดความสามารถการส่งออกผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คไปสู่ต่างประเทศ ทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบในจังหวัดขอนแก่นและสุโขทัย อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ อ.ส.ค.เอง โดยจังหวัดขอนแก่นมีจำนวน 7 ศูนย์ เกษตรกรสมาชิก 572 ราย มีปริมาณน้ำนมดิบรวมกว่า 102.58 ตัน/วัน และสุโขทัยมี 5 ศูนย์ เกษตรกรสมาชิก 79 ราย มีปริมาณน
