แปรรูปสินค้าเกษตร
ภาคใต้เป็นแหล่งเพาะปลูกสินค้าเกษตรหลายชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะมังคุด เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการส่งออกและสร้างรายได้ให้ประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ผลผลิตมังคุดของภาคใต้ในฤดูจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม คิดเป็นร้อยละ 79 และมังคุดนอกฤดูอีกร้อยละ 21 ทั้งนี้ มังคุดของภาคใต้ พบปลูกมากที่สุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ให้ผล 93,567 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 42 ของเนื้อที่ให้ผลมังคุดในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด สร้างมูลค่าให้จังหวัดปีละ 1,217 ล้านบาท สถานการณ์การผลิตและตลาดมังคุดของภาคใต้ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่จำหน่ายผลผลิตมังคุดในรูปแบบผลสดแบบคัดเกรด คละขนาด และตกเกรด ซึ่งผลผลิตแบบตกเกรดมาจากปัจจัยหลายด้าน อาทิ ผลผลิตเน่าเสียง่าย สุกเร็ว สภาพอากาศที่แปรปรวน ผลผลิตเสียหายระหว่างเก็บเกี่ยวและขนส่ง ส่งผลให้เกิดของเหลือทิ้งที่เป็นวัสดุเกษตร (Agricultural Waste) จำนวนมากตามไปด้วย ซึ่งผลมังคุดประกอบด้วยเปลือกแข็งประมาณร้อยละ 17 เปลือกอ่อนร้อยละ 48 เนื้อมังคุดร้อยละ 30 ขั้วร้อยละ 4 และส่วนที่เกิดการสูญเสียร้อยละ 1 ในแต่ละปีคาดว่ามีวัสดุเหลือทิ้งจากมังคุด ร้อยละ 65 ของ
ปัจจุบันการเลือกซื้อผักของผู้บริโภคไม่ได้มองแค่เรื่อง “สด” หรือ “ราคา” เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา กระบวนการปลูก และความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะผักออร์แกนิคที่หลายคนเลือกนำมาปรุงอาหารเพื่อดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว แต่สำหรับคนเมืองที่ไม่ได้มีเวลาเดินตลาด หรืออยากรู้ว่าผักที่ซื้อมีที่มาจากไหน ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาช่วยเชื่อมต่อระหว่าง “ฟาร์ม” กับ “ผู้บริโภค” โดยตรง ทำให้สามารถเลือกซื้อผักจากเกษตรกรและฟาร์มต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพียงสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ก็รอรับผักสดถึงบ้าน วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปรู้จัก 3 แพลตฟอร์มที่น่าสนใจ สำหรับคนที่กำลังมองหาผักออร์แกนิคและผักปลอดภัยจากแหล่งผลิต จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย 1. Happy Grocers Happy Grocers เป็นแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับเกษตรกรและผู้ผลิตอาหาร โดยรวบรวมผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากฟาร์มหลายแห่งมาไว้ในช่องทางเดียว จุดเด่นคือผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย โดยแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับการตรวจสอบแหล่งที่มาและมาตรฐานของผู้ผลิต ทำให้ผู้ซื้อมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากกว่าการซื้อผักทั่วไป ร
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตากเริ่มปลูกโกโก้หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอำเภอพบพระมีพื้นที่ปลูกโกโก้มากที่สุดโดยนิยมปลูกแซมกับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ผ่านมามีการใช้ประโยชน์จากโกโก้ในรูปแบบต่างๆ เช่น นำใบมาทำจานลดภาวะโลกร้อน เมล็ดนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนฝักนำมาย้อมผ้า หรือแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ หรือหมักทำปุ๋ย แต่เปลือกโก้โก้ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่เปลือกโกโก้มีสารอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ ลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนออร์แกนิก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ราย มีพื้นที่ปลูกโกโก้กว่า 500 ไร่ มีผลผลิต 7,000-8,000 กิโลกรัมต่อเดือน โดยส่งเสริมการปลูกให้สมาชิกปลูกโกโก้สายพันธุ์ IM.1 (ไอเอ็ม.1) ซึ่งเป็นผลงานพัฒนาคัดเลือกพันธุ์โดย รศ.ดร.สัณห์ ละอองศรี จุดเด่นของโกโก้สายพันธุ์คือ ปลูกง่าย ทนแล้ง ทนแมลง เมล็ดโกโก้มีขนาดใหญ่ มีกลิ่นหอม ความเปรี้ยวต่ำ และให้ผลผลิตสูง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนออร์แกนิก ได้รับซื้อผลโกโก้จากสมาชิกเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้หลากหลายรูปแบบ เช่น ผงโกโก้ โกโก้ นิสบ์ โกโก้แห้ง
แปลงปลูกกุหลาบอินทรีย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ไม่ไกลจากกาดทุ่งฟ้าบด หรือกาดวัว เป็นตลาดวันเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ที่นี่มีขายทุกอย่าง แค่เดินเข้าซอยไปประมาณกิโลเมตรกว่าๆ ก็พบกับสวนกุหลาบซ่อนอยู่ตรงนี้จริงๆ สันป่าตอง ไม่ได้มีแค่ข้าวเหนียวสันป่าตองเท่านั้น แต่มีกุหลาบสันป่าตองด้วย กุหลาบมอญสีแดง สีชมพู กลิ่นหอมชื่นใจที่สุด กลิ่นหอม สะอาด จากกุหลาบเป็นอย่างนี้เอง “ถ้าพี่รู้ว่ามีสวนกุหลาบอินทรีย์อยู่ตรงนี้พี่มานานแล้ว พี่คิดว่าเป็นสวนกุหลาบธรรมดา” เมื่อมาเจอสวนกุหลาบ โชคดีได้พบเจ้าของสวนด้วย ลุงเสริฐ (ประเสริฐ สมโณ) ที่เพิ่งเก็บกุหลาบเสร็จใหม่ๆ นั่งชมกุหลาบแล้วก็คุยกับ ลุงเสริฐ เจ้าของสวนกุหลาบอินทรีย์ เปลี่ยนจากไร่นาเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ ลุงเล่าว่า สมัยบรรพบุรุษมีผืนดินเป็นที่นา 33 ไร่ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ลูกสาวจบมาจากออสเตรเลีย เขาเริ่มมีความคิดว่า ปรับเป็นสวน เราก็คิดไว้แล้ว เมื่อก่อนก็ปลูกเป็นไร่นาผสมผสาน แต่เขาปรับเป็นสวนแล้วก็ทำเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ก็เพื่อสุขภาพเราด้วย ตอนนั้นเจ้าหน้าที่จากกรมวิชาการเกษตรมาตรวจเอาดินไปตรวจ ไม่ให้สารเคมีจากพื้นที่ใกล้เคียงมารบกวน ตรวจหล
รายงานข่าว โดย คุณกาญจนา จินตกานนท์/ตราด “สาหร่ายผ้าห่ม” เปรียบเสมือนวัชพืชในบ่อเลี้ยงกุ้ง กำลังถูกพัฒนาเป็นเส้นใยทอผ้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับรักษ์โลก ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ใหม่ให้กับชุมชนชายฝั่ง พร้อมผลักดันสู่ผ้าอัตลักษณ์ของจันทบุรี ผุดไอเดียเปลี่ยนวัชพืชเป็นเงิน นางกัญญารัตน์ สุนทรา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี กล่าวว่า “สาหร่ายชีวมวล” หรือ “สาหร่ายผ้าห่ม” เปรียบเสมือนวัชพืชในบ่อเลี้ยงกุ้ง จนกระทั่งปี 2568 ศูนย์ได้ดำเนินงานวิจัยการใช้ประโยชน์เป็นเส้นใยสำหรับการผลิตสิ่งทอหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เกิดมูลค่าสูงสุด อีกทั้งเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชุมชน แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) แผนแม่บทศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ. 2566-2570 ของสำนักงาน กปร. ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่ง สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครั้งน
หากพูดถึง “ผักตบชวา” ภาพจำของใครหลายคนคงเป็นเพียงวัชพืชไร้ค่า ตัวการสำคัญที่ขวางทางน้ำไหลจนทำให้แหล่งน้ำเน่าเสีย ทั้งยังขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและฆ่าไม่ตาย แต่สำหรับชาวอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พืชชนิดนี้กลับกลายเป็น “ต้นทุนทางธรรมชาติ” ที่นำมาสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล จุดเริ่มต้น จากผ้าทอสู้วิสาหกิจชุมชนระดับประเทศ ครูเต้ย-ดาธิณี ตามเพิ่ม ครู ศกร.ระดับตำบลหนองน้ำใส เล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2559 ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นกลุ่มทอผ้าดั้งเดิม ได้รับโอกาสและการสนับสนุนจาก ท่านสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ในขณะนั้น) เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาผักตบชวาล้นลำคลองรพีพัฒน์ ซึ่งต้องเสียงบประมาณกำจัดปีละหลายล้านบาท “ตอนนั้นท่านผู้ว่าฯ ถามว่า ผักตบชวาเอาไปทำอะไรได้อีกบ้างนอกจากทำปุ๋ย เราก็รับปากไปทั้งที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไร แต่เพราะกลุ่มเราทำเรื่องทอผ้าอยู่แล้ว ก็เลยลองเอาเข็มหมุดค่อยๆ สะกิดแกะดูเส้นใยผักตบชวาว่าพอจะเอามาทอได้ไหม แล้วลองทอให้ท่านผู้ว่าฯ ดู พอท่านเห็นว่าทำได้ และมองแล้วน่าจะต่อยอดได้จริงๆ จึงอนุมัติงบซื้อเครื่องจักรแยกเส้นใยมาให
ภาคการเกษตรในปัจจุบันไม่ได้วัดความสำเร็จเพียงการปลูกพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมากอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการความเสี่ยง และการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะผลผลิตทางการเกษตรเมื่อเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน ราคาย่อมมีโอกาสผันผวนตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน เกษตรกรที่สามารถปรับตัวจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้ประกอบการ” จึงเป็นผู้ที่สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค และต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการดำเนินงานของ คุณยศวัตน์ เรืองสุวรีย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนทิพย์วารี ผู้เปลี่ยนอินทผลัมจากผลไม้ที่เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละครั้ง ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแปรรูปที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิด พร้อมนำเทคโนโลยี งานวิจัย และการบริหารจัดการสมัยใหม่เข้ามาพัฒนาการผลิต จนเกิดเป็นโมเดลธุรกิจเกษตรที่มุ่งสร้างรายได้ตลอดทั้งปี และสร้างคุณค่าให้กับผลผลิตทุกเกรดโดยไม่ปล่อยให้สูญเปล่า จากสวนอินทผลัมสู่ธุรกิจแปรรูป พลิกผลไม้ปีละครั้งเป็นรายได้ตลอดปี คุณยศ
มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า “ เสียงจากลูกค้า ( Customer ‘s Voice ) คือ จุดเริ่มต้นธุรกิจ ”สอดคล้องกับกล่าวของ Steve Jobs ผู้สร้างแบรนด์ apple และเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ที่ว่า “ คุณต้องเริ่มต้นด้วยประสบการณ์ของลูกค้าแล้วทำงานย้อนหลังไปที่เทคโนโลยี ” หากคุณเปิดใจรับฟังปัญหาความต้องการ ความไม่พอใจของลูกค้า นำข้อมูลมาใช้พัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับวางแผนการตลาด ก็สามารถก้าวสู่โมเดลธุรกิจ ที่มีความยั่งยืนได้ไม่ยาก เพราะนวัตกรรมนั้น จะกลายเป็น “ Golden Pain Point ปัญหาที่แท้จริงที่พร้อมทำเงินให้กับคุณได้ ” สมการแห่งความโชคดีนั้น เกิดจาก โอกาส +การเตรียมพร้อม คนที่ชนะ คือ คนที่มองเห็นโอกาสและลงมือทำก่อนนั่นเอง กลุ่มสินค้าอะไร เป็นเทรนด์มาแรง ในเวที NRCT Open House 2026 คุณพัชกร ไทยนิยม บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ) ได้นำเสนอแนวคิดสร้างนวัตกรรมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร จากเทรนด์อาหาร สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ในอดีตประเทศไทยทำเกษตรกรรม 1.0 คือ ขายตามปริมาณ ราคาถูกกำหนดโดยตลาด ความเสี่ยงสูง พึ่งพาธรรมชาติ การ
องค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ตัวเลขจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านคน โดยเป็นผู้สูงวัยอายุมากกว่า 65 ปี อยู่ที่ 10 % คาดจำนวนผู้สูงวัยจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 16% ภายในปี 2593 ปัจจุบัน ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ เมืองไทยมีประชากรผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน ของประชากรไทยทั้งประเทศ 66,057,967 คน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ผู้สูงอายุในไทยเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ มีอำนาจทางการเงิน และมีอิทธิพลต่อคนในครอบครัว แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของ Aging Society ครอบคลุมทุกประเทศทั่วทุกมุมโลก ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในการนำเสนอสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตและสุขภาพผู้สูงวัย เพราะภาวะสูงวัยจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างและการทำงานของระบบช่องปาก คอหอย กล่องเสียง ทำให้ผู้สูงวัยมีอาการกลืนลำบาก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ หรือ ยา ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญอย่างเช่น โปรตีน ที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเ
. “กระชายป่า” หรือ “กระชายดอย” ถือเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นในตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสลับดอยที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทำให้พืชสมุนไพรจากแหล่งนี้ มีคุณค่าทางยาสูง ดีต่อสุขภาพมากมาย ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านปางสีเสียด ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว ภายใต้การนำของ นายสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มฯ ด้วยการนำ “กระชายดอย” พืชสมุนไพรในท้องถิ่นมา พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ “ บ้านปางเฮิร์บ” เพื่อให้รับประทานง่าย เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นสินค้า OTOP ของดีเมืองน่านที่ได้คุณภาพมาตรฐานสากล สร้างอาชีพและสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่โดดเด่น จึงคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 วิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยงานวิจัย คุณสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว เล่าให้ฟังว่า ทางกลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งช
