แปรรูปสินค้าเกษตร
กล้วยปิ้ง ขนมหวานที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ถ้าจะตัดสินความอร่อยกล้วยปิ้งของแม่ค้าแต่ละรายคงต้องพิจารณาหลายอย่าง ไม่ว่าในเรื่องสายพันธุ์ คุณภาพกล้วย เตาปิ้ง (ต้องเป็นเตาถ่าน) คุณภาพการปิ้งและน้ำจิ้มหรือน้ำราดกล้วย หากผู้ขายกล้วยปิ้งรายไหนเข้าเกณฑ์ทุกอย่างครบก็น่าจะสอบผ่าน แต่ในความเป็นจริงกว่าจะควานหาผู้ขายกล้วยปิ้งอร่อยเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คอลัมน์ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้า เล่มนี้ อยากชักชวนผู้อ่านไปรู้จักร้านกล้วยปิ้งชื่อดัง ปัง ปังที่จังหวัดเชียงราย เพราะเจ้าของร้านนี้ชื่นชอบกล้วยปิ้งมาก ไปลองชิมมาทุกจังหวัด ไม่ถูกใจ เลยปิ้งขายเอง คิดวิธีปิ้งและสูตรน้ำจิ้มเองจนผู้คนติดใจแห่ซื้อกันล้นหลาม หากล้วยมาปิ้งไม่ทัน เดือดร้อนต้องปลูกกล้วยเอง แปรรูป และขายเอง ชนิดเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำไปยันปลายน้ำ แถมยังเผื่อแผ่คนอื่นนำไปทำแฟรนไชส์ขาย พร้อมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่างจากกล้วยน้ำว้าลงตลาดหวังสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภค และที่เล่ามาทั้งหมดคือที่มาของกล้วยปิ้ง แบรนด์ “ลิงสำราญ” คุณฉัตรชัย อนะมาน หรือ คุณเอส เจ้าของแบรนด์กล้วยปิ้งลิงสำราญ ตั้งอยู่เลขที่ 214/4 หมู่ที่ 9 ถนนพ่อขุน ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง
เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแบบนี้ เชื่อว่าหลายท่านคงคิดถึงเมนูอาหารบ้านเกิดที่เคยกินกันมาตั้งแต่เด็กๆ หรือหลายท่านจะต้องมีเมนูโปรดในดวงใจที่หากินจากที่อื่นได้ยาก จำเป็นต้องกลับบ้านไปเท่านั้นถึงจะมีเมนูเหล่านี้ให้กิน และก็เชื่ออีกว่าหลายท่านที่ต้องมาทำงานห่างจากบ้านเกิดหรือบางท่านต้องไปทำงานต่างแดนก็คงคิดถึงอาหารแซ่บๆ หลากหลายเมนู โดยครั้งนี้จะขอมาเอาใจพี่น้องชาวอีสานกันสักหน่อย ที่เมื่อยามเข้าสู่ฤดูฝน เมนูที่ต้องตามมาก็คงจะหนีไม่พ้นเมนู “ต้มอึ่งใส่ใบมะขามอ่อน” ที่เมื่อนึกถึงทีไรก็เป็นอันต้องเปรี้ยวปากไปตามๆ กัน เพราะเชื่อว่าเมนูนี้คงเป็นอาหารพื้นบ้าน เมนูโปรดในดวงใจของใครหลายท่าน แต่พอเมื่อต้องจากภูมิลำเนามาจึงหากินได้ยาก แต่ความคิดถึงกำลังจะจางหายไป เพราะปัจจุบัน ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนของประเทศ หรืออยู่มุมไหนของโลก เมนูอาหารชนิดนี้กำลังจะไปส่งถึงหน้าบ้านท่านได้ ครูสาโรช โกษารักษ์ ปัจจุบันทำหน้าที่ผู้สอน ในแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของอาหารพื้นบ้านเมนูต้มอึ่งบรรจุกระป๋องให้ฟังว่า เกิดจากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน อ่ะ งงเด้ งงเด้ เจอชื่อตอนว่า ปลาช่อนวิเศษ เดาทางไม่ออกเลยใช่ไหมครับว่าฉบับนี้ผมจะพาไปหาเลขหาหวยกันหรืออย่างไร หรือจะเป็นปลามาจากวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทองกันแน่หนอ ผมเองก็มีอาการดังว่าเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ผมเดินทางไปทำสวนที่อำเภอวัฒนานคร ขับรถผ่านไปก็เจอ ขากลับก็ต้องเจอ เพราะร้านตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศรตัดใหม่ อย่ากระนั้นเลย แวะจอดไปสอบถามให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า “ผมชื่อวิเศษครับ พอมาตั้งร้านก็เลยเป็นร้านวิเศษ มาขายปลาช่อนก็เลยเป็นปลาช่อนวิเศษ” “โห! ผมนึกอยู่สองอย่าง หนึ่งคือปลาวิเศษมีคาถากำกับ กับอีกหนึ่งคือปลามาจากอำเภอวิเศษชัยชาญ” “ชื่อผมนี่แหละครับนายวิเศษ สมุห์นวล” พี่วิเศษเป็นเขยชาวตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว มาปักหลักขายอยู่ริมถนนสุวรรณศรตัดใหม่ ร้านนี้เป็นทำเลที่ 2 ที่มาตั้งหลักขายอยู่ที่นี่ แรกเริ่มเดิมทีขายอยู่ตรงด่านตรวจกองทหารกำลังบูรพา แต่เนื่องจากช่วงที่มีลูกค้าเยอะๆ ทำให้รถติด ก็เลยหาทำเลใหม่ไม่ไกลจากเดิมมากนัก จนมาได้ที่จุดนี้ซึ่งต้องปรับพื้นที่พอสมควร ทั้งถมดินและสร้างร้าน สินค้าแรกเริ่มที่สร้างชื่อให้คนรู้จักก็คือปลาช
“กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ” เป็นคำขวัญของจังหวัดกำแพงเพชร ประโยคหนึ่งในคำขวัญที่ว่า คือ “กล้วยไข่หวาน” ผลิตภัณฑ์ของดีของเด่นที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร ทุกๆ พื้นที่ในประเทศไทยล้วนมีของดีลักษณะเด่นเป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่นของจังหวัดนั้นๆ แต่การจะหยิบยกพืชชนิดใดชนิดหนึ่งขึ้นมาเป็นคำขวัญประจำจังหวัด ต้องมีที่มาแต่อดีตกาล เช่นเดียวกับ “กล้วยไข่หวาน” พืชเฉพาะถิ่นที่ปลูกกันมาเมื่อครั้งอดีตกาลของจังหวัดกำแพงเพชร และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI : Thai Geographical Indication) ที่มีคุณลักษณ์พิเศษด้านความหวาน เหนียวนุ่ม ละมุนลิ้น กินแล้วไม่เลี่ยน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกล้วยไข่โดยทั่วไป เรื่องกล้วยไข่กำแพงเพชรต้องถามปราชญ์เกษตร คุณนพพล เทพประถม เป็นบุคคลในหลายบทบาท เป็นทั้งเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ของตัวเอง และเป็นประธานเกษตรกรกล้วยไข่แปลงใหญ่ ของกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกกล้วยไข่ 135 แปลง ที่ขึ้นทะเบียน GI ของอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และบทบาทที่สำคัญคือ ประธานเกษตรกรของจังหวัดกำแพงเพชร นั่นเองที่ต้องดูแลทุกเรื่อง ไม่ว่าจะโรคระบ
“ต๋าว” เป็นไม้ป่าชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อะเร็นกา พินนาตา (Arenga pinnata Merr.) อยู่ในวงศ์ Palmae พวกเดียวกับมะพร้าว ต้นตาลหรือปาล์มต่างๆ ต้นต๋าวมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศอินเดีย ต๋าวเป็นพืชดึกดำบรรพ์ตระกูลปาล์ม ลำต้นสูงตระง่าน ใบเป็นแพกว้างให้ความชุ่มเย็น ออกลูกเป็นทลายใหญ่ ในแต่ละผลมีเมล็ดใสๆ เรียงชิดกันอยู่ 3 เม็ด ด้วยเหตุนี้ คนจึงเรียกลูกต๋าวว่า “ลูกชิด” กว่าต้นต๋าวจะเติบโตจนออกลูกได้ต้องใช้เวลากว่า 10 ปี และสามารถเก็บเกี่ยวผลได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น และที่สำคัญ พืชชนิดนี้ ไม่สามารถปลูกได้ จะต้องขึ้นเองตามธรรมชาติ ในป่าดิบชื้นเท่านั้น ประเทศไทยจะพบต้นต๋าวมากที่สุดบริเวณพื้นที่ดินร่วนตามเชิงเขาที่อากาศชุ่มชื้น ในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดน่านบริเวณผืนป่าที่มีความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ซึ่งในอดีตในพื้นที่ดังกล่าวจะมีชาวลัวะอาศัยอยู่ มีการยังชีพด้วยการเข้าไปหาของป่าออกมาขาย หนึ่งในการดำรงชีพของชาวลัวะ เหล่านั้นก็คือ การเข้าไปเก็บลูกต๋าวมาขาย ซึ่งการเข้าไปเก็บต๋าวในป่าแต่ละครั้งนั้นใช้เวลาหลายวันเดินข้ามเขาหล
ในช่วงนี้ธุรกิจในครัวเรือนถือว่าได้รับกระแสนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะของกินนั้นหากขายผ่านเฟซบุ๊กแล้ว มีคนชื่นชอบและสั่งกินกันจำนวนมาก โดยเฉพาะการแปรรูปมะม่วงฝานตากแห้งที่จังหวัดพิษณุโลก ที่กำลังมีผู้สั่งจองกันจำนวนมาก นางปริญรัตน์ หรือ คุณแป๋ม อ้นชาวนา ชาวเมืองพิษณุโลก และครอบครัวทำมะม่วงแปรรูปฝานตากแห้ง ขายตามผู้สั่งจอง ทั้งทางผ่านเฟซบุ๊กและโทรศัพท์สั่งจองมานานกว่า 12 ปีแล้ว โดยไม่ต้องมีหน้าร้านแต่อย่างใด แค่เพียงบอกต่อๆ กันจนติดปากถึงการแปรรูปมะม่วงฝานตากแห้งขาย สร้างรายได้ให้ครัวเรือนเป็นอย่างดี ตอนแรกครอบครัวนางปริญรัตน์ ขายของทั่วไป แต่เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาได้ลองรับซื้อมะม่วงกะล่อนมาปอกเปลือกแล้วฝานตากแห้ง แล้วใส่แพ็กเกจให้สวยงามส่งขายให้กับผู้ที่สนใจ ตอนแรกก็คิดว่าทำกันเล่นๆ ในครอบครัว แต่เมื่อเห็นมีผู้สั่งจองเยอะก็เริ่มเป็นรายได้เข้ามาในครอบครัว โดยแต่ละปีนั้นเมื่อถึงฤดูของมะม่วงสุกก็จะมีลูกค้าเริ่มโทร.มาสั่งจองมะม่วงฝานตากแห้งกันจำนวนมาก บางปีมะม่วงกะล่อนหายากแทบจะหาซื้อไม่ได้ จึงได้นำมะม่วงแก้มแหม่ม หรือมะม่วงแก้มแดง หรือมะม่วงอินทผลัม ซึ่งจะมีรสชาติหวาน หอม มากกว่ามะม่วงกะล่อนท
พลโท รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (กอญ. ททบ.) ผู้ริเริ่มโครงการ “ตลาดเกษตรสนามเป้า ช่วยเหลือเกษตรกร ตัดวงจรโควิด” ซึ่งดำเนินงานตามนโยบาย พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ให้กองทัพบกเป็นที่พึ่งประชาชนทุกโอกาส และมอบนโยบายให้ทุกคนตระหนักในอุดมการณ์ทหารที่ยึดมั่นมาตลอด คือ “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน” ถือเป็นอุดมการณ์ทหาร และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกทุกหน่วย เป็นหลักด้านความมั่นคงเพื่อชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เพื่อพัฒนากองทัพบกไปสู่อนาคตในมิติของภัยความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และการปฏิบัติงานที่หลากหลายมากขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นภัยจากโรคระบาด ซึ่ง พลโท รังษี กิติญาณทรัพย์ กอญ. ททบ. ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 ครั้งยังดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการใหญ่ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พลโท รังษี กล่าวว่า โครงการ “ตลาดเกษตรสนามเป้า ช่วยเหลือเกษตรกร ตัดวงจรโควิด” ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ร
รสชาติอันแสนนุ่มนวลละมุนลิ้นและกลิ่นอันหอมหวานที่แฝงไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เองที่ทำให้ “กาแฟขี้ชะมด” กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องการอย่างสูงสุดในตลาดกาแฟทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเรา ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ธุรกิจกาแฟขี้ชะมดถูกนำเสนอในเชิงลบเนื่องจากฟาร์มแบบปิดเลี้ยงดูแบบทารุณกรรมสัตว์ บังคับให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ทานได้เพียงแค่ผลกาแฟจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและเจ็บป่วยล้มตายในที่สุด ทำให้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของอังกฤษอย่างเซลฟริดจ์สประกาศยกเลิกการจำหน่ายกาแฟขี้ชะมดที่ถูกส่งมาจากฟาร์มแบบปิด ทางสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ( WSPA ) จึงรณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อแต่กาแฟขี้ชะมดที่มาจากตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายเดียวกับกาแฟขี้ชะมดแบรนด์ไทย อย่าง Blue gold ฟาร์มชะมดระบบเปิดรายใหญ่แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เลี้ยงดูชะมดในระบบนิเวศแบบเปิด ทำให้ชะมดใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ สามารถเลือกอาหารได้ด้วยตัวเอง ฟาร์ม Blue gold ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครพนม มีเนื้อที่ 100 ไร่ มีชะมด 300 ตัว เลี้ยงดูในฟาร์มระบบนิเวศแบบเปิด ไม่มีการกักขัง ชะมดสามารถเดินไปไหนมาไหนก็ได้ ปืนป่ายต้นไม้ตามใจชอบ สา
การปฏิเสธเคมีที่นำมาใช้กับภาคเกษตรกรรมจนสร้างปัญหาและผลกระทบหลายด้าน ส่งผลให้หลายภาคส่วนหันมาตื่นตัวกับแนวทางอินทรีย์ ด้วยการจัดให้มีตลาดเกษตรอินทรีย์หรือตลาดสีเขียวจากทางภาคราชการ ซึ่งเป็นการนำผลผลิตจากชาวบ้านที่ทำอินทรีย์แบบไม่ใช้เคมีมาขายตรงให้กับผู้บริโภค และจากแนวทางนี้ค่อยๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น จนเกิดตลาดอินทรีย์หรือตลาดสีเขียวขึ้นมาอีกหลายแห่ง ในเวลาต่อมาการตอบรับผลผลิตอินทรีย์ยิ่งแรงขึ้น แล้วขยายวงกว้างไปสู่กลุ่มต่างๆ ซึ่งไม่เพียงการนำผลผลิตอินทรีย์จากแหล่งที่เชื่อถือมาจำหน่ายเอง แต่บางกลุ่มยังสร้างความน่าสนใจด้วยมิติที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มีแรงศรัทธาในเรื่องอินทรีย์จึงสร้างมุมมองทางด้านการตลาดด้วยการเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ตามท้องถิ่นต่างๆ แล้วนำสินค้ามาขายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าจับจองสินค้าล่วงหน้า (Pre-Order) ขณะที่บางรายเติมเต็มความสมบูรณ์ด้วยการสอดแทรกกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เรื่องอินทรีย์ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติอย่างลึกซึ้งถึงแก่น หวังให้ผู้บริโภคเข้าใจในทางลึกแล้วเปลี่ยนทัศนคติมากกว่าความเข้าใจแบบผิวเผิน ออร์แกนิก “ปลู
อำเภอโขงเจียม เป็นอำเภอที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัด และยังเป็นอำเภอชายแดนที่ติดกับลาวใต้ อุบลราชธานี นับว่าเป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำโขง แม่น้ำมูล รวมกันเป็นแม่น้ำสองสี พร้อมทั้งยังมีเขื่อนสิรินธร ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีปลาสดๆ จำนวนมาก หากนำไปเป็นของฝากก็จะอยู่ได้ไม่นานเกิดการเน่าเสียง่าย ต่อมาจึงมีการริเริ่มแปรรูปอาหารจากปลา โดยต่อยอดจากกลุ่มแม่บ้านที่ผลิตปลาร้า (ปลาอีตู๋) รสชาติเยี่ยม มาแปรรูปเป็นแจ่วบอง พัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ จนได้รับคัดสรรเป็นสินค้า ระดับ 5 ดาว จึงนับว่าเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของคนในชุมชนก็ว่าได้ พร้อมกันนี้ชาวบ้านในย่านนี้ นำโดย คุณวายุรี บุญไทย อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 2 ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ได้เป็นผู้คิดริเริ่มเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ภายใต้แบรนด์ “ปลาอีตู๋” จนเป็นของขึ้นชื่อในจังหวัด จนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้ากล่าวถึงเมื่อผ่านมายังอำเภอโขงเจียม จากข้าราชการครู ผันชีวิตสร้างสินค้าแปรรูป คุณวายุรี สาววัยเกษียณผู้มีอัธยาศัยยิ้มแย้มแจ่มใส เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพรับราชการครู ต่อมาประม
