แปรรูปสินค้าเกษตร
สศก. เผย สถานการณ์โคเนื้อปี 61 จำนวนโคเนื้อทั้งประเทศ 4.92 ล้านตัว ระบุ แม้การผลิตโคเนื้อจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคในประเทศ ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเดินหน้าเพิ่มผลผลิต ส่งเสริมการเลี้ยงโค จัดทำยุทธศาสตร์โคเนื้อ ปี 61-65 พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบการเปิดเสรีทางการค้าด้วยกองทุน FTA นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์โคเนื้อของไทยในปี 2561 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ เดือนมิถุนายน 2561) พบว่า มีจำนวนโคเนื้อในประเทศทั้งหมด 4.92 ล้านตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 4.89 และจากการติดตามสถานการณ์ด้านปศุสัตว์ของ สศก. พบว่า แม้การผลิตโคเนื้อและเนื้อโคคุณภาพจะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้ไทยต้องมีการนำเข้าเนื้อโคคุณภาพจากต่างประเทศโดยเฉพาะออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม จากการลดอัตราภาษีนำเข้าเนื้อโคจากออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement : TAFTA) และนิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership : TNZCEP) เหลือร้อยละ
โลกใบนี้เรียบง่ายสวยงามและน่าอยู่เสมอ จึงไม่เหมาะกับคนที่อ่อนแอและไม่สู้ชีวิต เมื่อต้องการความสุขให้เกิดขึ้นกับชีวิตเราได้นั้น สิ่งสำคัญที่ต้องมีอย่างมากที่สุดคือเราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ตอบรับกับวันนี้ที่เป็นอยู่ ทุกเรื่องราวที่เกิดจากการกระทำของเราคือความจริงแห่งชีวิตเราทั้งสิ้น เรามีเวลาที่เหลืออยู่ไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกกี่วัน และไม่สามารถรู้ได้ว่ามีเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นอะไรอีกบ้างที่รอเราอยู่ เพราะบางครั้งความสมหวังอาจจะเป็นบทเรียนที่พยายามล่อลวงให้เราคิดว่าเรานั้นจะไม่พบกับความผิดหวังอีกต่อไป แต่อย่าเพิ่งมั่นใจ สิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอนทั้งสิ้นสำหรับชีวิต ขอเพียงคิดเสมอว่าวันนี้เท่านั้นคือวันที่แน่นอนที่สุด ดีที่สุดสำหรับเรา เนื่องจากสูตรแห่งความสำเร็จของเรานั้นไม่มีอะไรจะมากไปกว่านำความฝันมาลงมือทำให้เป็นจริง สวัสดี และขอบพระคุณอย่างมากมายจริงๆ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียนเป็นเบื้องแรก คอลัมน์นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ เรียกได้ว่าเป็นแฟนประจำ มีการส่งเสียงไปให้แรงใจ โทร. (081) 846-0652 หรือติดตามทางเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ นายสมยศ ศรีสุโร หรือ ID. Jan
สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด แจงความคืบหน้ากระจายลำไยจากลำพูนสู่ตลาดรวม 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน คาดระบายถึงมือผู้บริโภคหมดภายในปลายเดือนกันยายนนี้ ชี้ระบายลำไยผ่านเครือข่ายสหกรณ์สะดวกรวดเร็ว ขายดีกว่าตลาดอื่น แม้ปริมาณการสั่งซื้อตลาดทั่วประเทศจะน้อยลง แต่ขายได้ราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนลำไยนอกฤดูผลผลิตจะมาก ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม แต่ประเมินแล้วไม่น่ากังวล เพราะมีตลาดรองรับแน่นอน นางมาลี เปรมมณี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกระจายผลผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูนไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ต่างๆ ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีนโยบายนำระบบสหกรณ์เข้ามาแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ ว่าขณะนี้ทางสหกรณ์ได้กระจายลำไยของจังหวัดลำพูนออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน ซึ่งคาดว่าจะกระจายได้หมดภายในปลายเดือนกันยายนนี้แล้วผลผลิตลำไยในฤดูก็จะหมดลง ปีนี้ถือว่าสหกรณ์สามารถกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคได้มากพอสมควร โดยเปิดจุดรวบรวมลำไยจากเกษตรกรที่สหกรณ์ทุกวัน และมีลูกค้าในพื้นที่และนอกพื้นที่ติดต่อเข้ามาซื้อลำไยอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาวะตลาดปีนี้เน้นขายในประเทศเป็นหลัก ราคาลำ
สหกรณ์การเกษตรสะบ้าย้อย จำกัด เปิดจุดรับซื้อลองกองคุณภาพ การันตีรสชาติหวานหอมกลมกล่อม ช่วยเกษตรกรชาวสวนลองกองในจังหวัดสงขลาเร่งระบายผลผลิตสู่ตลาด พร้อมส่งทดสอบตลาดที่ประเทศสิงคโปร์ ประเดิมล็อตแรก 2 ตัน วางแผนทำลองกองแปลงใหญ่คุณภาพ ป้อนตลาดพรีเมี่ยม-โมเดิร์นเทรด เชื่อลองกองจะช่วยสร้างรายได้ดีแก่เกษตรกรในระยะยาว นายประยงค์ รักทองอิน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรสะบ้าย้อย จำกัด จังหวัดสงขลา กล่าวถึงการเปิดจุดรับซื้อและรวบรวมผลผลิตลองกองจากเกษตรกรในจังหวัดสงขลา โดยจะเริ่มวันแรกในวันที่ 25 ส.ค. นี้ ว่าหลังจากประชุมร่วมกับเครือข่ายกับผู้ปลูกลองกองในจังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางการจำหน่ายผลผลิตลองกองคุณภาพออกสู่ตลาด ได้ข้อสรุปว่า จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสภาเกษตรอำเภอจังหวัดสงขลา สำนักงานเกษตรจังหวัด และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดจุดรับซื้อลองกอง เพื่อช่วยพยุงราคาและช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลองกองในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อยเป็นวันแรก จากทั้งหมด 14 โซน เพื่อกระจายออกสู่ตลาดและผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยในเบื้องต้นผลผลิตล็อตแรกจะส่งให้พ่อค้าที่ประเทศสิงคโปร์ปริมาณ 2 ตัน ก่อนจะกระจายสู่ผู้บริโภคผ่านเครือข่ายสหกร
มกอช.เร่งผลักดันมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ขึ้นแท่นมาตรฐานบังคับยกระดับฟาร์มไก่ไข่เข้าสู่ระบบมาตรฐาน ป้องกันความเสี่ยงของโรคอุบัติใหม่ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและรองรับการส่งออกไข่ไก่ในอนาคต นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ขณะนี้มกอช.อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเป็นประธาน เพื่อให้ความเห็นชอบในหลักการในการกำหนดมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่เพื่อให้เป็นมาตรฐานบังคับ และคาดว่าหากขบวนการแล้วเสร็จสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค. ปลายปี 2561และปลายปี 2562 จะเริ่มบังคับสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ตามลำดับ สำหรับ สาเหตุที่ประเทศไทยต้องเร่งออกมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่เพื่อให้เป็นมาตรฐานบังคับ มีผลมาจากตามที่คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg board) ได้พิจารณาสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทยที่ประสบปัญหา ทั้งที่เกี่ยวกับการเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาด การควบคุมความปลอดภัยและคุณภาพสินค้า การจัดการตลาดไข่ไก่ในประเทศ รวมทั้งการเปิดตลาดการค้าไข่ไก่ในขีดความสามารถและศักยภ
มกอช. เตรียมยกร่าง “มาตรฐานฟาร์มสาหร่ายทะเล” หวังยกระดับคุณภาพสาหร่ายไทยได้มาตรฐาน พร้อมดันเป็นสินค้าเศรษฐกิจสำคัญ วางเป้าส่งออกจีน ญี่ปุ่น เยอรมนี และฮ่องกง นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน สาหร่ายทะเลมีแนวโน้มได้รับความนิยมในการบริโภคสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เนื่องจากให้พลังงานต่ำและอุดมไปด้วยธาตุอาหารสําคัญต่างๆ ที่จําเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามิน โปรตีน และแร่ธาตุต่างๆ มีใยอาหารสูง ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ในขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสาหร่ายทะเลได้หลายชนิด เช่น สาหร่ายผมนาง สาหร่ายพวงองุ่น และสาหร่ายเม็ดพริก มีปริมาณการส่งออกสาหร่ายทะเลประมาณปีละ 20-200 ตัน โดยน้ำหนักแห้งคิดเป็นมูลค่า 4-10 ล้านบาทเศษ สาหร่ายทะเลแห้งส่วนใหญ่ที่ส่งออก คือ สาหร่ายผมนาง (Gracilaria spp.) ซึ่งจะนําไปแปรรูป (สกัด) เป็นวุ้นและส่งกลับมาจําหน่ายในประเทศไทย ประมาณปีละ 200-300 ตัน คิดเป็นมูลค่า 50-100 ล้านบาท สาหร่ายทะเลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังได้จากการเก็บเกี่ยวจากธรรมช
กรมส่งเสริมสหกรณ์ปลื้มเครือข่ายกระจายสินค้าสหกรณ์สู่ผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพฯ ประสบผลสำเร็จ หลังผุดไอเดียใช้แอปพลิเคชั่น Line เป็นสื่อกลางให้สหกรณ์ผู้ผลิตต้นทางนำเสนอสินค้ากับเครือข่ายสหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตพื้นที่ กทม. หลังทดสอบระบายผลผลิตเงาะ มังคุด จากสหกรณ์ภาคใต้และผลผลิตลำไยจากสหกรณ์ภาคเหนือ ยืนยันไลน์ตลาดสินค้าสหกรณ์ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ซื้อง่ายขายคล่อง ได้รับสินค้ารวดเร็วทันใจ เน้นย้ำสหกรณ์ผลิตสินค้าคุณภาพ จะสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภค พร้อมต่อยอดให้มีการขายสินค้าหลากหลายชนิด เชิญชวนสหกรณ์ที่สนใจนำเสนอสินค้าเข้ามาขายอย่างต่อเนื่อง นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงการสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตกับสหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยให้ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าจากสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดต่างๆ ไปสู่ผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อขยายช่องทางตลาดสินค้าสหกรณ์ไปสู่ผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น ตามนโยบายการตลาดนำการผลิตและร่วมกันคิดแบบเครือข่ายสหกรณ์ มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตลาดสินค้าสหกร
เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งเป็นแนวคิดการใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่การผลิต การบริโภค จนถึงการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบนั้น ไม่ใช่เพียงเรื่องที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่สามารถมีบทบาทขับเคลื่อนเท่านั้น แต่ในระดับชุมชนก็สามารถใช้ทรัพยากรในการสร้างรายได้อย่างรู้คุณค่า โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดเป็นสินค้าหรือบริการที่สอดแทรกนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ และยึดการพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับ “โครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือ OVOP (One Village One Product) ประเทศญี่ปุ่น ที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังไปทั่วโลกจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและการท่องเที่ยว รวมทั้งอีกหลายชุมชนในประเทศไทย เช่น ไม้หมอนฟาร์ม จ.เชียงราย สวนยายดา เจ๊บุญชื่น จ.ระยอง และโครงการ Paper Band ถักทอสายใยสานใจชุมชน จ.กาญจนบุรี ที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในงาน “SD Symposium 2018” ซึ่งเอสซีจีจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “Circular Economy: The future we create” เมื่อเร็วๆ นี้ ♦ พลิกฟื้นชนบทด้วยภูมิปัญญา ยึดหลักพอเพียงนำพารายได้ให้ชุมชน คุณทาดาชิ อูชิดะ ประธานโครงการ OVOP (Mr.Tadashi Uchida, President
เครื่องปรุงรส เป็นพื้นฐานการเข้าครัวของคนไทยและขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในการปรุงรส แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องปรุงรสหลายรูปแบบผลิตออกมาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่เครื่องปรุงรสที่ขาดไม่ได้จริงๆ สำหรับคนไทย คือ น้ำปลา น้ำปลาตราหมึกหอม และ น้ำปลาตราหงษ์ทอง เป็นน้ำปลาที่ขึ้นแท่น อันดับ 2 ของจังหวัดที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด รวมถึงซอสพริกและน้ำส้มสายชู ซึ่งผลิตโรงงานแห่งเดียวกัน ก็ครองตลาด อันดับ 2 ของจังหวัดเช่นเดียวกัน คุณมั่นศักดิ์ หลักพิพัฒน์ ผู้สืบทอดกิจการโรงงานผลิตน้ำปลาจากบรรพบุรุษ และใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองรุกตลาดเครื่องปรุงรสจนครองพื้นที่การตลาด อันดับ 2 ของจังหวัด เล่าให้ฟังว่า เดิมครอบครัวขายสินค้าบริโภคในครัวเรือนตามรถเร่ และมีหน้าร้านเล็กๆ ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นในครัวเรือน ซึ่งธุรกิจก็ดำเนินไปด้วยดีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพ่อและแม่อายุมาก จึงเข้ามาสานต่อกิจการเดิม ในปี 2550 อย่างเต็มตัว “ตอนนั้นเรามีสินค้าหลัก คือ น้ำปลา และยังคงขายของเหมือนเดิม คือ นำสินค้าขึ้นรถเร่ไปตามหมู่บ้าน ชุมชน ผมเองก็อยากขยายกิจการหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น จึงเห็นโอกาสของการเข้าหากลุ่มเป้าหมาย เมื่อนำรถเ
“ไก่ต้มน้ำปลา” หากท่านใดเดินทางไปจังหวัดตราด เส้นทางถนนสุขุมวิท (หมายเลข 3 ผ่านอำเภอขลุงไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร สองข้างทางจะมีแผงริมทาง ขึ้นป้ายตัวใหญ่ขาย “ไก่ต้มน้ำปลา” เรียงรายไป ประมาณ 10 กว่าร้าน ระยะทางประมาณ 5-8 กิโลเมตร บางร้านมี ยำกบ หัวหมูไหว้เจ้า แถมด้วย แต่ดั้งเดิมจริงๆ ที่ขายกันมากว่า 10 ปีแล้ว คือร้านไก่ต้มน้ำปลา ไก่ต้มน้ำปลา เจ้พร อร่อยที่น้ำพริกเกลือส้มมะปื๊ด คุณนิตยา ฉากเขียน หรือ เจ้พร วัย 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เล่าว่า กว่า 10 ปีมาแล้ว ริมทางถนนสุขุมวิท อำเภอขลุง รอยต่อกับจังหวัดตราด มีร้านขายไก่ต้มน้ำปลา ระยะแรกๆ มี 2-3 ร้าน ต่อมา 5-6 ปี มีร้านขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบัน มีกว่า 10 ร้าน ทั้งสองข้างทาง ลูกค้าจะเป็นผู้สัญจรผ่านไป-มา จะแวะซื้อกลับบ้าน รวมทั้งนักท่องเที่ยว และในฤดูกาลผลไม้จะมีลูกค้าหนาแน่นเป็นพิเศษ เจ้พรเป็นเจ้าที่ 3 รับแผงขายต่อจากเจ้าของร้านเดิมที่เลิกขายไป ขายมาร่วม 10 ปี แล้วเดิมขายกิโลกรัมละ 60-70 บาท เมื่อไก่สดขึ้นราคาจึงต้องขึ้นราคาตามมาด้วย ขายกันตอนนี้กิโลกรัมละ 200 บาท ทำขายวันละ 20 ตัว มีรายได้ว
