แปรรูปสินค้าเกษตร
ใครที่ชื่นชอบเมนูปลา มาเที่ยว “เมืองสองแคว” วราเชนทร์ กามินทร์ ข่าวสดพิษณุโลก แนะนำไม่ควรพลาดแวะไปชิมเมนูเด็ดจากปลาแม่น้ำที่ “ร้านครัว เจ๊โชค” “ร้านครัวเจ๊โชค” เป็นร้านอาหารไทย โด่งดังเรื่องเมนูปลา จานเด็ดที่ใครๆ มักแวะมากินร้านชื่อดังแห่งนี้คือ “ต้มยำปลากดคัง” รสชาติแซ่บเว่อร์ ใช้วัตถุดิบเกรดเอ ติดดาวชนิด นักชิมระดับมิชลิน ต้องถามหา “พี่นานา”จุฑาสินี คมสัน ทายาทเจ้าของร้านยืนยันเป็นสูตรคุณแม่คิดเอง ทำมานานกว่า 30 ปี เข้าครัวปรุงด้วย ตัวเอง ส่วนวิธีทำ เริ่มจากการเตรียมเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ผสมผสานตามสูตรทางร้าน จากนั้นคัดเลือก ปลากดคัง ไซซ์ 5 กิโลกรัมขึ้นไป แล่เฉพาะเนื้อล้วนๆ ล้างให้สะอาด ตั้งเตาพอน้ำเดือด ใส่เนื้อปลา ใส่เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้าภูฏาน ปรุงรสด้วย น้ำปลา มะนาว พริกขี้หนู พริกแห้ง ผักชีฝรั่ง และใบโหระพา รอให้สุกก็ยกเสิร์ฟได้ทันที เมนูนี้สนนราคาตักแบบถ้วย 150 บาท และแบบหม้อไฟเพียง 250 บาท ด้วยเมนูปลาต่างๆ มากมายที่เน้นความสดใหม่ของปลาเป็นสำคัญ จึงทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกวัน ร้านครัวเจ๊โชค อยู่ริมถนนสีหราชเดโชชัย ถนนเส้นหลักก่อนเข้าเมือง จากแยกต้นหว้าตรงมา 500
การเปลี่ยนใจคน มันยาก โดยเฉพาะ คนแก่ เกษตรกรที่ทำแต่นาข้าวเลี้ยงชีพมาตลอดชีวิต คุณว่ายากมั้ย ยากสิ แต่ถามว่า ทำได้ป่าว ทำได้สิ หลังจากที่นิดและโอเล่ ตัดสินใจเริ่มโครงการเปลี่ยนนาข้าว เป็นข้าวโพด มาถึงวันนี้ ก็ใช้เวลา 3 ปี วันนี้ก็มาถึงวันที่ ชาวนาหลายคน เริ่มหันมาปลูกข้าวโพดแล้ว และแล้วก็ตามกันมาทั้งหมู่บ้าน เมื่อถามทั้งสองคนว่า ทำไง ถึงได้มาอย่างนี้ คำตอบเดียวที่มีคือ คุณต้องเข้าใจเขาให้มากๆ ว่า อาชีพของเขา เป็นอาชีพที่เสี่ยงมาก แม้ว่า รัฐบาลประกาศ มอบเงิน 2,000 บาท ซึ่งมากกว่ากำไรที่ได้จากการปลูกข้าว เพื่อสนับสนุนชาวนาว่า อย่าปลูกข้าว แต่เรื่องจริง ไม่มีใครกล้าเปลี่ยนใจอยู่ดี นั่นเพราะเกษตรกรเขาไม่รู้วิธีปลูก ไม่รู้ว่า รัฐให้จริงรึป่าว รู้แค่อย่างเดียวว่า เกี่ยวข้าวเมื่อไร ราคาจะดีไม่ดี เขาก็ขายได้ หรือแม้แต่ เอกชนจะเปรียบเทียบราคา ต้นทุน กำไร ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามากกว่า การเปลี่ยนใจ ก็ยังไม่เกิดมากเท่าไร นั่นก็เพราะว่า พวกเขา ขาดความมั่นใจ ว่าสิ่งใหม่จะดีกว่า ความเสี่ยงตัวใหม่ที่ยากจะเลือก จนกว่าจะเห็นใครสักคนเปลี่ยนแล้วสำเร็จ ความมั่นใจเริ่มมา ตราบใดที่ยังสร้างความมั่นใจไม่ได้ ชาวนาเข
สหกรณ์ยางพาราเนินดินแดง ตราด ปลื้มหมอนยางพารา ขายดีต่อเนื่อง เน้นผลิตหมอนคุณภาพ ส่งขายตลาดจีน หวังสร้างงานสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร เตรียมออกผลิตภัณฑ์ยางพารารูปแบบใหม่ เน้นความทันสมัยและประโยชน์การใช้งานที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค หวังสร้างความแตกต่างทางการตลาดและเพิ่มทางเลือก นายเกรียงไกร เทพินทร์อารักษ์ ประธานสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดง ตราด จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ หอการค้าไทย และสหกรณ์ภาคการเกษตร ว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจให้กับสหกรณ์ โดยใช้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหอการค้าจังหวัด เข้ามาร่วมกันพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินงานของสหกรณ์ เนื่องจากหอการค้าจังหวัด จะมีคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จึงคิดว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่อาจจะได้บุคคลเหล่านี้เข้ามาดูแลแนะนำหรือในประสานงานเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าสหกรณ์ สำหรับ สหกรณ์ยางพาราเนินดินแดง ตราด จำกัด เป็นผู้ผลิตสินค้าแปรรูปจากยางพารา โดยผลิตเป็นหมอนยางพารา ภายใต้ชื่อ “เอราวัณ” ขณะนี้ต
สหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช เผย มังคุด ขายดีราคาสูง เกษตรกรพอใจ เน้นผลิตมังคุดคุณภาพสร้างทางเลือกใหม่ให้สมาชิกผลิตสินค้าคุณภาพ ไม่หวั่นราคาตก เพราะมีตลาดจีนรองรับ คาดระบายมังคุดสู่ตลาดหมดภายในเดือนสิงหาคมนี้ นางยุพดี จิตผ่องอำไพ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคามังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า สหกรณ์เน้นส่งเสริมสมาชิกผลิตมังคุดคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยในฤดูกาลปีนี้ได้เริ่มรวบรวมมังคุดคุณภาพตั้งแต่ วันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านจนถึงปัจจุบัน ได้ปริมาณ 230 ตัน ระบายออกสู่ตลาดทั้งหมด ซึ่งสหกรณ์จะมีการคัดเกรดมังคุดก่อนส่งออกสู่ช่องทางตลาดแต่ละแห่ง ซึ่งมังคุดของอำเภอพรหมคีรีเป็นมังคุดคุณภาพและปลอดสารจากสวนสมาชิก เพราะผลิตปริมาณไม่มาก และมีตลาดหลักคือส่งออกไปที่ประเทศจีน เกษตรกรชาวสวนมังคุดใส่ใจดูแลตั้งแต่การผลิต การเก็บเกี่ยวมังคุด โดยการสอยมังคุดซึ่งจะต้องไม่ตกดิน และเก็บผลที่กำลังสุกพอดี สมาชิกรวบรวมมาส่งขายที่สหกรณ์ จากนั้นสหกรณ์จะคัดเกรดให้ขนาดของลูกเสมอกัน แล้วรีบจัดลงใส่ตะกร้าเพื่อเก็บไว้ในตู้แช่เย็นทันที เพื่อรักษาความสดใ
เมื่อพูดถึง “โอ่ง” ต้องราชบุรี เพราะจังหวัดนี้ทำโอ่งที่มีรูปทรงสวยงาม แข็งแรง ทนทาน อันมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมกับความพิเศษของเนื้อดินสีแดงทางธรรมชาติ จึงทำให้โอ่งราชบุรีมีคุณภาพแล้วยากที่ใครจะมาลอกเลียนแบบได้ง่าย จากความภาคภูมิใจของชาวราชบุรีที่มีโอ่งเป็นสัญลักษณ์จึงมีการนำไปใช้ประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะการผลิตของที่ระลึก ทั้งนี้ เพื่อง่ายต่อการจดจำ พร้อมดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มากันมากๆ เช่นเดียวกับ “ร้านบ้านขนม” ตั้งอยู่เลขที่ 187/27-28 ถนนไกรเพชร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทำธุรกิจผลิตขนมเก่าแก่อีกแห่งของจังหวัด โดยผลิตขนมประเภทเบเกอรี่ตามความต้องการของตลาดหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง แยมโรล พาย เดนิช เค้ก พร้อมกับประยุกต์ผสมผสานรูปแบบ รสชาติไปอีกกว่า 200 ชนิด เพื่อเอาใจลูกค้า แต่ที่ดูจะโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ก็เป็นเค้กมะพร้าว กับเค้กโอ่ง เพราะสร้างสีสัน ตลอดจนความอร่อย สดใหม่ จนเป็นที่ถูกใจของลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรจำนวนมาก คุณสรายุทธิ์ หลายพูนสวัสดิ์ หรือ คุณมิก หนึ่งในทายาทธุรกิจนี้ เล่าว่า หลังจากเรียนจบสาขาพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บาง
เป็นที่ทราบกันดีว่าเวลานี้ผู้คนในบ้านเราหันมาเอาใจใส่เรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ดังนั้น สินค้าเพื่อสุขภาพจึงมีตลาดค่อนข้างกว้าง หากเทียบกับสมัยก่อน ด้วยเหตุนี้เองผู้ประกอบการน้อยใหญ่จึงหันมาผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพกันอย่างแพร่หลาย หนึ่งในนั้นมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่มี คุณวิรัตน์ โพธิ์ศรีเรือง เป็นประธาน ซึ่งเมื่อปี 2556 ผลิตภัณฑ์ข้าวฮางงอกของกลุ่มได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป 4 ดาวของจังหวัดขอนแก่น โดยในกลุ่มดังกล่าวมีบรรดาแม่บ้านมาดูแลในเรื่องการแปรรูป ซึ่งมี คุณลุนนี โพธิ์ศรีเรือง เป็นผู้รับผิดชอบ ชื่อแบรนด์ “อินทรีย์ภิรักษ์” คุณลุนนี เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเริ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวตั้งแต่ปี 2547 แต่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี 2553 ปัจจุบันมีสมาชิก 22 คน มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ซึ่งเป็นอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาทิ ข้าวกล้องนิล ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวฮางงอก และยังได้นำข้าวฮางงอกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วย เช่น แป้งจ
ชีวิตคนเรานั้นจะเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ อยู่ดีๆ ชีวิตกลับพลิกผันแค่ข้ามคืน ดังชีวิตของ คุณกษิดิศ เกษตรการุณย์ หรือ โอห์ม หนุ่มวัย 30 ปี อยู่บ้านดอนไชย หมู่ที่ 5 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ดีกรีปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขณะที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโท พ่อซึ่งเป็นเสาหลักในการดำรงชีวิตของครอบครัว อดีตเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตลง จึงตัดสินใจหยุดเรียน กลับบ้านมาผลิตหมี่กรอบลำไยจำหน่ายและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าเงินเดือนประจำ สามารถส่งน้องสาวเรียนต่อพยาบาลจนสำเร็จการศึกษา และเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อได้อย่างสบาย คุณกษิดิศ หนุ่มชาวเชียงคำเจ้าของผลิตภัณฑ์หมี่กรอบลำไยเจ้าแรกและเจ้าเดียวของจังหวัดพะเยา เล่าว่า เมื่อปี 2554 หลังจากเรียนจบระดับปริญญาตรีแล้ว ขณะที่กำลังสอบปลายภาคของระดับปริญญาโท ภาคเรียนแรก ได้ข่าวจากทางบ้านว่าพ่อซึ่งดำรงตำแหน่งเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลกเสียชีวิต ครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิต แม่ขาดคู่ชีวิตและทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว น้องสาวกำลังจะเรียนต่อพยาบาลต้องใช้เงินไม่น
สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด จังหวัดตรัง ระดมกำลังเครือข่ายสหกรณ์ช่วยเร่งระบายมังคุดในพื้นที่ออกสู่ตลาด มั่นใจสามารถดำเนินการได้ทันเวลา เพื่อไม่ให้ผลผลิตกระจุกตัว หวังบรรเทาปัญหาช่วยเกษตรกร นายยุทธนากรณ์ เพ็ชรสุทธิ หัวหน้าฝ่ายตลาดสหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด จังหวัดตรัง เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคามังคุดในจังหวัดตรังว่า ขณะนี้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผลผลิตมังคุดของจังหวัดตรังในปีนี้ค่อนข้างเยอะกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10-15 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของมังคุด ปัจจุบันพ่อค้าในพื้นที่ได้รับซื้อจากเกษตรกรราคากิโลกรัมละ 10 บาท แต่สหกรณ์ได้เข้าไปรับซื้อในราคานำตลาดที่กิโลกรัมละ 15 บาท เพื่อช่วยพยุงราคาผลผลิตไม่ให้ต่ำจนเกินไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งการที่สหกรณ์เปิดจุดรับซื้อมังคุดของสมาชิกในราคากิโลกรัมละ 15 บาท ทำให้สมาชิกมีความพึงพอใจและเชื่อมั่นว่าสหกรณ์ได้เข้ามาช่วยรองรับผลผลิตและมีตลาดที่จะส่งมังคุดไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ และคาดว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์ มังคุดน่าจะหมดฤดูกาล ซึ่งในสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะหมดฤดูกาลราคาน่าจะปรับขึ้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท ทั้งน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ที่ห้องดอยนาง โรงแรมแคนทารี่ ฮิลล์ จ.เชียงใหม่ นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิดโครงการผลักดันการส่งออกผลไม้ภาคเหนือ โดยการเชื่อมโยงการค้ากับตลาดศักยภาพในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง ในรูปแบบการจัด Mini Exhibition ตามนโยบายการพัฒนาขีดความสามารถของธุรกิจไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็ง และเร่งรัดการส่งออกเพื่อระบายสินค้าเกษตรในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมาก โดย นางวรรณภรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รับทราบสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ โดยคาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ดังนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงเร่งจัดหาตลาดใหม่ และช่องทางการค้าใหม่ๆ เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดเดิม เช่น อินโดนีเซีย และจีน นอกจากนั้น ยังเป็นการวางแผนการส่งออกสินค้าผลไม้ในระยะยาว โดยแสดงให้ผู้ซื้อได้เห็นถึงศักยภาพของผลไม้ภาคเหนือและผลิตภัณฑ์จากผลไม้ โดยเฉพาะ ลำไย รวมถึงเป็นการเร่งผลักดันการส่งออกลำไยฤดูการผลิตที่จะถึงนี้ “คาดม
ธุรกิจ “น้ำมันกฤษณา” แม้ว่าปัจจุบันด้านการตลาดจะเปิดกว้างมากขึ้น ส่วนใหญ่ที่ทำการค้าในตลาดตะวันออกกลาง ตลาดอาหรับ ยังคงเป็นบริษัทของกลุ่มอาหรับ ตะวันออกกลางด้วยกันเอง ทว่าวันนี้ คุณดำ พุทธเกษร เจ้าของกิจการน้ำมันกฤษณา แบรนด์ “D.D. Oud Oil” จากอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ที่มีลูกค้าชาวอาหรับตะวันออกกลาง ให้ความเชื่อถือร้านจำหน่าย “ตลาดซอยนานา” ได้ก้าวขึ้นมาชั้นแนวหน้าเทียบกับบริษัทต่างชาติ มีโอกาสไปออกบู๊ธแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันและเครื่องหอมกฤษณา ในงานประจำปีประเทศดูไบ โอมาน มีลูกค้าระดับ VIP ติดใจในคุณภาพของสินค้า มีทั้งออเดอร์จากลูกค้าประจำ ลูกค้ารายใหม่ และลูกค้าบางรายบุกมาถึงโรงงานเพื่อดูแปลงไม้และกระบวนการผลิตของน้ำมันกฤษณาและน้ำหอม เกรดพรีเมี่ยมที่ผ่านกระบวนการผลิตธรรมชาติ 100% ค้นพบวิธีทำสารน้ำมัน วิธีธรรมชาติ คุณดำ พุทธเกษร ประธานคลัสเตอร์ไม้กฤษณาจังหวัดตราดและนายกสมาคมไม้กฤษณาจังหวัดตราด เจ้าของกิจการน้ำมันกฤษณาและผลิตภัณฑ์น้ำหอม แบรนด์ D.D. Oud Oil เล่าถึงที่มาของการทำน้ำมันกฤษณาว่า เมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา ค้นพบการทำให้ไม้กฤษณามีแก่นหรือสารน้ำมันจากไม้กฤษณาธรรมชาติที
