แปรรูปสินค้าเกษตร
ปีนี้ผลไม้หลายชนิดมีราคาสูงและหาทานได้ยาก บางครั้งไปซื้อที่ตลาดสด แต่รับประทานแล้วรสชาติอาจจะยังไม่ถูกใจ หรือผลไม้ไม่หลายหลากพันธุ์ คุณภาพยังไม่น่าประทับใจผู้บริโภค วันนี้เราจึงขอแนะนำ “ร้านผลไม้ PPD ฟาร์ม ” แหล่งจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีเกรดพรีเมียร์หลากหลายสายพันธุ์ มาให้ผู้สนใจได้ทดลองจับจ่ายกันได้ในราคาสบายกระเป๋า “ร้านผลไม้ PPD ฟาร์ม ” เป็นศูนย์รวมผลไม้ไทยคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม สดๆ จากไร่กันเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของร้านผลไม้ไทยแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกร ภายใต้การสนับสนุนของ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการส่งเสริมการปลูกผลไม้ในระบบโรงเรือน ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมสำหรับส่งออก ร้านผลไม้ PPD ฟาร์ม จำหน่ายไม้ผลนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงงาช้างแดง , มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง , มะเขือเทศราชินี , มะไฟ , ส้มสายน้ำผึ้ง , น้อยหน่าปากช่อง , มะเดื่อฝรั่ง , ทุเรียนพวงมณี ซึ่งเป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่ชาวบ้านได้ร่วมอนุรักษณ์สายพันธุ์ะสืบต่อกันมา ทุเรียนพวงมณีมีจุดเด่นในเรื่องคุณภาพเนื้อที่ละเอียด สีเหลืองมากกว่าทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ เกษตรกรใส่ใจปลูกดูแลทุเรียนพวงม
เป็นอีกหนึ่งศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับ “ศาสตร์พระราชา” และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านพระราม 9 ในเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งหากใครโดยสารผ่านแถวนั้นคงจะสังเกตเห็นตึกเก่าที่แต่เดิมเป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาล “ชาญวิทย์” ซึ่งปิดตัวลงในเวลาต่อมา และถูกใช้เป็นโลเกชั่นในการถ่ายทำหนังสยองขวัญหลายต่อหลายเรื่อง แต่ในวันนี้มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ “ฐานธรรมธุรกิจ” ศูนย์เรียนรู้ “ศาสตร์พระราชา” ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากลูกศิษย์ “ยักษ์กับโจน” อย่าง นายพิเชษฐ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป “ธรรมธุรกิจ” นายพิเชษฐเล่าว่า หลังจากธุรกิจโรงสีล้มละลาย ก็ได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี และได้พูดคุยกับ อ.ยักษ์ (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร) และ โจน (โจน จันใด) จนเข้าใจในศาสตร์พระราชาที่ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาด้านการเกษตร แต่ยังเป็นเสมือนแนวทางการใช้ชีวิต จึงจัดตั้งโครงการฐานธรรมธุรกิจ เพื่อเป็นตลาดกลางกระจายสินค้าของเครือข่ายทั่วประเทศ ในราคาที่เป็นธรรมต่อผู้ซื้อและผู้ผลิต ไม่ใช่เพียงตลาดกระจายสินค้าเท่านั้น ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ “ร่วมกัน” อี
พัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง กับการขับเคลื่อน Organic Tourism ที่ดำเนินการโดย แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. โรงแรมใหญ่ขานรับร่วมขับเคลื่อน หลังพาทีมผู้บริหารโรงแรมดังระดับ 5 ดาว ในกรุงเทพฯ สำรวจต้นทางการผลิตวัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่เครือข่ายสามพรานโมเดล มั่นใจศักยภาพ โรงแรมส่งต่อความรู้กระตุ้นให้ลูกค้า นักท่องเที่ยวเห็นคุณค่าออร์แกนิก และการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ที่ไม่เพียงดีต่อสุขภาพคนกินคนปลูก แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น และเกิดผลดีตลอดห่วงโซ่อาหาร นายอรุษ นวราช ผู้ร่วมก่อตั้ง แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) องค์กรขับเคลื่อน Organic Tourism หรือ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์สู่ระบบอาหารสมดุล ซึ่งดำเนินการมากว่า 7 เดือน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการนี้ว่า ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จากผู้ประกอบธุรกิจ โรงแรม ร้านอาหาร ชื่อดังกว่ายี่สิบแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ เข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมขับเคลื่อน รวมถึงองค์กรใหญ่ๆ อย่าง ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล และโรงแรม เดอะ สุโกศล ซึ่งเป็นโรงแรมชื่อดังระดับ 5 ดาว ในกรุง
การปรับเปลี่ยนวิธีปลูกผักจากแบบใช้สารมาเป็นผักปลอดสาร โดยยึดหลักการผลิตพืชตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกษตรกรชาวสวนต่างยอมวางมือและหันหลังให้กับสารเคมีที่สร้างผลร้ายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แม้การปลูกผักปลอดภัยจะยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดระดับอินทรีย์หรือออร์แกนิก แต่ด้วยความมีมาตรฐานที่เชื่อถือจึงได้รับความไว้ใจต่อการตอบรับจากตลาดผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีกลุ่มธุรกิจในชื่อ “Fresh FROM FARM” ได้ดำเนินการปลูกผักปลอดภัยที่ได้มาตรฐานจากแนวทางของกรมวิชาการเกษตร หรือ GAP ทั้งยังมีมาตรฐานระบบคัดแยก/แพ็กห่อเพื่อส่งขายห้างค้าส่งรายใหญ่ของประเทศและต่างประเทศ พร้อมร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่สร้างกำลังการผลิตขนาดใหญ่ แล้วรับซื้อในราคาประกัน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้มากกว่าการทำเกษตรกรรมแบบเดิม คุณวรรณฤดี บัดทิม หรือ คุณเกด เจ้าของธุรกิจบอกถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกผักปลอดภัยว่า จากเดิมที่ครอบครัวทำอาชีพเกษตรกรรม และมีพื้นที่เพาะปลูกในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ราบสูงและมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และสภาพอากาศท
นายสรวิศ ธานีโต รักษาการอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกรณีสมาคมผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ จัดพิธีเซ่นไหว้หัวหมู พร้อมกับยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหมูล้นตลาด ทำให้เสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา ว่า ภายหลังที่ทางกรมปศุสัตว์ร่วมกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ประชุมร่วมกับทางสหรัฐฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องนี้ เนื่องจากเนื้อหมูนำเข้าจากสหรัฐฯ มีสารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) และแม้ว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ยังผิดกฎหมายไทย เนื่องจากกฎหมายสาธารณสุขยังเข้มงวดเรื่องการใช้สารเร่งในอาหารสัตว์และเนื้อหมู เพราะฉะนั้นจึงอยู่ระหว่างการหาข้อสรุป ซึ่งทางนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ แน่นอน จนกว่าจะได้ข้อสรุปจากคณะกรรมการ “ซัพพลายในตลาดที่เพิ่มขึ้น กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ก็พยายามออกมาตรการช่วยหาตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการ เช่น ส่งออกไปฮ่องกง ญี่ปุ่นในบางพื้นที่ และต้องศึกษาวิธีการเพิ่มเติม เพื่อส่งออกเนื้อห
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลไม้ผลเอกภาพ ลำไย และ ลิ้นจี่ ของภาคเหนือในปี 2561 พบว่า พื้นที่ปลูกลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน เชียงราย ลำปาง และตาก มีเนื้อที่ยืนต้น 862,220 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.49% เนื่องจากการปลูกใหม่แทนลิ้นจี่ โดยมีเนื้อที่ให้ผล 839,985 ไร่ เพิ่มขึ้น 1.33% จากต้นลำไยที่ปลูกในปี 2558 ซึ่งปลูกเพิ่มแทนต้นลำไยที่อายุมากให้ผลผลิตต่ำ ผลผลิตรวม 659,173 ตัน แบ่งเป็นลำไยในฤดู 386,342 ตัน ลำไยนอกฤดู 272,831 ตัน คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 7.46% จากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ปริมาณน้ำฝนเพียงพอต่อการออกดอกติดผล และเกษตรกรปรับเปลี่ยนมาผลิตลำไยนอกฤดูเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผลผลิตต่อไร่ 785 กก. เพิ่มขึ้น 6.08% เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ต้นลำไยออกดอกติดผลมากกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าในบางพื้นที่ของ จ.พะเยาและตาก จะประสบปัญหาพายุฤดูร้อนทำให้พื้นที่เสียหายไปบ้าง แต่ในภาพรวมผลผลิตยังคงเพิ่มขึ้น และจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนลิ้นจี่ พื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเย
เขียนเรื่องนี้เพราะให้มีอันที่เขาจะต้องย้าย ตลาดทสึกิจิ (Tsukiji) ออกจากใจกลางโตเกียว ไปอยู่นอกเมือง ก่อนนี้อยู่ใจกลางเมืองเอามากๆ มากขนาดอยู่ห่างย่านกินซ่าไม่กี่ก้าวเลยทีเดียว ซึ่งก็แปลกไม่น้อยสำหรับญี่ปุ่นที่ที่ดินหายากและแพงอย่างกับเพชร ไปตลาดทสึกิจิ ไม่ยาก นั่งรถไฟสาย Oedo Line ไปลงที่สถานี Tsukijishijo ออกทางออก A1 หรือนั่งรถไฟสาย Hibiya Line ไปลงที่สถานี Tsukiji จากนั้นเดินต่อ 5 นาที ตลาดจะใหญ่โตเห็นแต่ไกล ฉันจำตลาดทสึกิจิได้ดี 2 อย่าง อย่างแรกคือ ได้เดินหากินปลาดิบอร่อยๆ สดๆ ได้รอบตลาด อย่างที่สองคือ ตลาดอยู่หน้าสำนักงานใหญ่ของอาซาฮีชิมบุน หนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าของญี่ปุ่น ที่ฉันมีอันได้แวะเวียนไปบ่อยๆ ตลาดอยู่บนแม่น้ำสุมิดะ เรือขนถ่ายปลาส่วนใหญ่ก็เข้ามาทางแม่น้ำนี้ ปริมาณปลาและอาหารทะเลที่ส่งเข้ามาขายในตลาดนี้ ปีละหลายพันตัน เป็นตลาดปลาใหญ่ที่สุดในโลกมานมนาน สินค้าจากที่นี่ส่งไปขายทั่วโลก สินค้าหลักคือ ปลาทูน่า หรือ มากูโร่ เนื้อแดงๆ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าอร่อยหนักหนา ไม่ว่าจะส่วน อะคามิ คือแถวครีบที่มีไขมันแทรกน้อยและมีราคาถูกสุด หรือ ชูโตโระ เนื้อตรงส่วนของกลางท้องสีออกชมพู มีไขมัน
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) นำทีมโดยคุณศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด และคุณเปรมใจ ตรัสสะ ผู้จัดการทั่วไปแม็คโคร สาขาจันทบุรี ร่วมปล่อยขบวนรถผลไม้ที่รับซื้อจากเกษตรกรเพื่อไปจำหน่ายยังสาขาทั่วประเทศ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรับซื้อผลไม้ฤดูกาลผลิตปี 2561 โดยมีคุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี ณ สำนักงานเทศบาลตำบลหนองคล้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) นำทีมโดย นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายงานประชาสัมพันธ์และประสานรัฐกิจ และ นางลัดดาพร สีทา ผู้จัดการทั่วไปแม็คโคร สาขาบุรีรัมย์ เปิดคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ความรู้ เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร และแนะนำผู้ประกอบการในการทำธุรกิจโชห่วย ภายในงานโครงการประชารัฐ “สร้างงาน สร้างตลาด สร้างโอกาส สร้างรายได้” เพื่อจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเยี่ยมชมบู๊ธ ณ ห้องประชุมชั้น 2 โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เมื่อเร็วๆ นี้
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองเหรียง อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง จัดตั้งเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2534 สมาชิกแรกตั้ง 13 คน สมาชิกปัจจุบัน 60 คน ประธานกลุ่ม นางวันดี เกื้ออาษา ที่ทำการกลุ่ม บ้านเลขที่ 201 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง โทรศัพท์ (074) 606-182 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม สมาชิกกลุ่ม ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยางพารา สวนไม้ผล พืชไร่ และพืชผัก ดังนั้น หลังจากกรีดยางพาราเสร็จแล้วจะมีเวลาว่าง จึงพูดคุยและปรึกษาหารือกันเพื่อต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน ได้แก่ กล้วยน้ำว้าและกล้วยไข่ มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน จึงรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านหนองเหรียง มีการระดมหุ้นจากสมาชิกเพื่อทำกิจกรรม โดยมีเจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตรเป็นที่ปรึกษาและถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกล้วยให้แก่สมาชิกกลุ่ม และในปี พ.ศ. 2540 สำนักสงฆ์พุทธโคดม ได้บริจาคที่ดินให้กับกลุ่ม เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารที่ทำการกลุ่ม สมาชิกกลุ่มและคนในชุมชนจึงได้รวบรวมเงินทุนเพื่อใช้
