แปรรูปสินค้าเกษตร
เทศบาลเมืองบัวใหญ่ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดร้าน ซีพี พอร์ค ช็อป เถ้าแก่เล็ก ไพโรจน์ฟาร์ม ยกระดับร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ได้มาตรฐานปลอดภัย ส่งมอบ เนื้อสัตว์ สด สะอาด ปลอดภัยและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากซีพีเอฟ ตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ตรงถึงมือพี่น้องชาวบัวใหญ่ โดยมี น.สพ.พศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา และนายนิพนธ์ ลิ้มวงศ์ยุติ นายกเทศมนตรีเมืองบัวใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดร้าน โดยมี นายประเสริฐ พุ่งกุมาร รองประธานกรรมการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมด้วยนายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร และคณะผู้บริหารซีพีเอฟ ร่วมด้วย น.สพ.พศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้เร่งพัฒนาสินค้าเกษตรและสินค้าปศุสัตว์ไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ระดับฟาร์มไปจนถึงสถานที่จำหน่าย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดภัย โดย ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกับซีพีเอฟ เดินหน้าสนับสนุนเถ้าแก่เล็ก และผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ ซีพี พอร์คช
โรงงานน้ำตาลกระอัก หลังลอยตัวราคาน้ำตาลภายในประเทศ น้ำตาลตกค้างอื้อ 300,000 ตัน ไม่มีความชัดเจนยกเลิกโควตา สนอ.สำรวจตลาดน้ำตาลในห้าง ราคาขายปลีกลงมาอยู่ที่ กก.ละ 21.50 บาท น.ส.วรวรรณ ชิตอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวหลังจากการประกาศยกเลิกการกำหนดราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงานเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมาว่า ราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานในวันที่ 16 มกราคมได้ “ลดลง” จากการออกสำรวจพบโรงงานน้ำตาลทรายจำหน่ายน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ที่ กก.ละ 18.18-18.31 บาท และราคาน้ำตาลทรายขาวธรรมดาอยู่ที่ กก.ละ 17.06-17.22 บาท โดยมียอดการขนย้ายน้ำตาลทรายที่จำหน่ายหน้าโรงงาน (16-20 มกราคม 2561) อยู่ที่ 53,000 ตัน หรือ 530,000 กระสอบ และในวันที่ 23 มกราคม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) สำรวจราคาขายปลีกน้ำตาลทรายในห้างโมเดิร์นเทรดส่วนใหญ่ได้ปรับลดราคาจำหน่าย ลงมาแล้ว โดยเฉลี่ยอยู่ที่ราคา 21.50 บาท “สนอ.มั่นใจ ว่า น้ำตาลทรายที่ค้างอยู่ก่อนการปรับราคาจำนวน 30,000 ตันเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561 จำหน่ายหมดแล้ว แต่กระทรวงอุต
สาว ป.โท บริหารธุรกิจ ปิ๊งไอเดียทำน้ำดื่มกลิ่นดอกมะลิ พาสเจอไรซ์ หอม หวาน ชื่นใจ หวังเผยแพร่เรื่องราวทางวัฒนธรรมไทยผ่านเครื่องดื่มที่ทานง่าย ปลุกคนในยุคปัจจุบันให้หวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อครั้งอยู่กับ ปู่ย่า ตายาย ขณะเดียวกันเป็นเวลคัมดริ้งต้อนรับต่างชาติได้อีกด้วย คุณกมลทิพย์ สระทองล้อม หรือคุณปุ๊ก เจ้าของไอเดียน้ำดื่มกลิ่นดอกมะลิ วัยเพียง 25 ปี เธอจบการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ปริญญาโทจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตเคยทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเจ้าของกิจการเครื่องสำอาง และน้ำดื่มกลิ่นดอกมะลิ สร้างยอดขายแล้วกว่า 20,000 ขวด “หลังจบการศึกษา ป.ตรี ทำงานที่ อย. 2 ปี ระหว่างที่ทำงานประจำประกอบอาชีพเสริมไปด้วย นั่นคือ สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง โดยเลือกใช้สารสกัดจากดอกกล้วยไม้ไทย พันธุ์หวายม่วงแดง และน้ำลอยดอกมะลิ แต่แล้วเมื่อเดือนกันยายนปี 60 ตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวอย่างจริงจัง” เครื่องสำอางที่คุณปุ๊กจะทำนั้น เธอบอกว่า ใช้สารสกัดจากดอกกล้วยไม้ไทย พันธุ์หวายม่ว
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมให้มีหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์เกิดขึ้นแล้ว 8 แห่ง และจะผลักดันให้ทั้ง 8 แห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในการท่องเที่ยว แหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และดูวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านมีสินค้าที่โดดเด่นแตกต่างกัน และสินค้าที่ผลิตได้เป็นสินค้าคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก ทั้งมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM) มาตรฐานของสหภาพยุโรป (อียู) แคนาดา มาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) และมาตรฐานออร์แกนิกไทยแลนด์ เป็นต้น นายสนธิรัตน์กล่าวว่า กระทรวงตั้งเป้าเพิ่มหมู่บ้านอินทรีย์อีก 4 แห่ง และหุบเขาอินทรีย์ 1 แห่ง (Organic Valley) รวมถึงขยายออร์แกนิก ฟาร์ม เอาต์เล็ต เพิ่มอีก 4 แห่ง จากปัจจุบันมี 15 แห่ง ทำให้ปี 2561 มีหมู่บ้านอินทรีย์รวม 12 แห่ง หุบเขาอินทรีย์ 1 แห่ง และออร์แกนิก ฟาร์ม เอาต์เล็ต 19 แห่ง ทั้งนี้ ปัจจุบันหมู่บ้านอินทรีย์ทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ 1.หมู่บ้านริมสีม่วง ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับการส่งเสริมเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ เดือนกุมภาพันธ์ 2559 สินค้าเด่น
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์ ว่า ชาวสิงคโปร์กำลังให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพกันมากขึ้น โดยหันมาบริโภคอาหารที่ไม่มีน้ำตาล และรัฐบาลสิงคโปร์ยังมีนโยบายต่อสู้กับโรคเบาหวาน ทำให้ชาวสิงคโปร์ หันมาบริโภคข้าวกล้องกันมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องการเป็นโรคเบาหวาน และในร้านอาหารก็มีทางเลือกระหว่างข้าวขาวกับข้าวกล้องให้กับผู้บริโภค “จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการดูแลสุขภาพจากการบริโภคข้าวกล้อง เป็นเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคที่นิยมซื้อหาข้าวกล้องมาบริโภคเอง ในร้านอาหารก็หันมาใช้ข้าวกล้องเป็นทางเลือก ทำให้ธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตมากขึ้น มีการใช้ข้าวกล้องในการเสิร์ฟให้กับลูกค้า ในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เพิ่มจำหน่ายข้าวกล้องมากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีของผู้ส่งออกข้าวของไทย ที่จะเพิ่มส่งออกข้าวกล้องในตลาดสิงคโปร์ ”นางจันทิรา กล่าว ทั้งนี้ ในการทำตลาดข้าวกล้องในสิงคโปร์ ผู้ส่งออกต้องติดตามคู่แข่งสำคัญ คือเวียดนามและกัมพูชา เนื่องจากราคาถูกกว่าข้าวกล้องของไทย ซึ่งผู้ส่งอ
พลันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 1/2561 เรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ โดยยกเว้นการใช้บังคับ (18) ของมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายเฉพาะในส่วนของการกำหนดราคาน้ำตาลทรายเพื่อใช้บริโภคในประเทศ มีผลช่วงกลางดึกของวันที่ 15 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา มีคำถามตามมาในกลุ่มผู้บริโภคว่า นี่คือการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายอย่างเป็นทางการใช่หรือไม่ เพราะด้วยเนื้อหาคำสั่งไม่ได้ระบุชัดถึงคำว่า “ลอยตัว” เมื่อวันที่ 16 มกราคม กระทรวงอุตสาหกรรมโดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงเปิดแถลงข่าวด่วนถึงการใช้ ม.44 โดยระบุชัดว่านี่คือ “การลอยตัวราคาน้ำตาลทรายอย่างเป็นทางการ” และรวมถึงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย มั่นใจราคาขายปลีกปรับลดลง นายอุตตมระบุว่า ม.44 ดังกล่าวถือเป็นการปลดล็อกการควบคุมราคาน้ำตาลทรายไปสู่การลอยตัว เพื่อให้ราคาอิงตลาดโลกตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้วางไว้ในแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ โดยราคาตามกลไกลอยตัวหลังจากนี้จะใช้สูตรการอิ
เมืองเลยแหล่งแมคาเดเมียอันดับ 1 ของประเทศ เผยราคาดี ยังไม่แปรรูป 80-100 บาท/กก. สร้างรายได้ให้จังหวัดปีละ 25 ล้านบาท ชี้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อตลาดทั้งใน-ต่างประเทศเร่งผนึกสถาบันการศึกษาหนุนการแปรรูป พร้อมร่วมหน่วยงานต่าง ๆ สร้างมาตรฐาน นางเกศษิณ ลำมะยศ เกษตรจังหวัดเลย กล่าวว่า ปี 2560 จ.เลย มีพื้นที่ปลูกแมคาเดเมีย 1,728 ไร่ เป็นพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวได้ 759 ไร่ มีเกษตรกร 668 ครัวเรือน โดยพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นจากปี 2558 และ 2559 ที่มีอยู่ 1,220 และ 1,210 ไร่ ตามลำดับ ส่วนใหญ่อยู่ที่อำเภอภูเรือ นาแห้ว และด่านซ้าย ซึ่งพื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะให้ผลผลิตได้เพียง 530 กว่ากิโลกรัม แต่เนื่องจากแมคาเดเมียต้องปลูกในพื้นที่สูงเท่านั้น จึงทำให้เกษตรกรประสบปัญหาพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ อย่างไรก็ตามได้โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ เข้ามาช่วย จึงทำให้สามารถปลูกได้ โดยมีทั้งที่ทำเป็นนาขั้นบันได และโซนนิ่ง ซึ่งปัจจุบันราคาที่เกษตรกรขายแมคาเดเมียที่มีกะลา (เปลือก) ให้กลุ่มแปรรูป อยู่ที่ 80-100 บาท/กก. สร้างรายได้ให้จังหวัดกว่า 25.57 ล้านบาท นอกจากนี้ใน อ.นาแห้ว และภูเรือ เกษตรกรยังมีการรวมกลุ่มกันแปรรูปเป็นผล
อีกเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น งานอิลเด็กซ์ เวียดนาม 2018 งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับธุรกิจปศุสัตว์และสัตว์น้ำ ครั้งที่ 7 ในประเทศเวียดนามจะเริ่มต้นขึ้น โดยมีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไซ่ง่อน เมืองโฮจิมินท์ ประเทศเวียดนาม ผู้จัดเผย พื้นที่มากกว่า 80% ถูกผู้ประกอบการชั้นนำของวงการปศุสัตว์จับจองเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียง 20% ที่ยังสามารถรองรับผู้ประกอบการชั้นนำที่สนใจเปิดตลาดเวียดนามได้ ซึ่งในปีนี้งานอิลเด็กซ์ เวียดนาม ได้มีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มอีก 20% และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีตามความคาดหมาย ผู้เข้าชมงานจะพบกับผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 250 บริษัท 35 ประเทศมาจัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจปศุสัตว์ครบวงจร พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน วีเอ็นยูฯ ผู้จัดงานยังเผยกลยุทธ์ใหม่ ทุ่มเต็มที่เพื่อดึงดูดผู้ซื้อรายสำคัญจากทั่วเอเชียมากกว่า 200 รายเข้าชมงานฟรี ภายใต้ธีมงานใหม่ล่าสุด “เทคโนโลยีปศุสัตว์เพื่ออนาคต” ปัจจุบันตลาดเวียดนามมีอัตราความต้องการด้านการบริโภคเนื้อสัตว์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงศตวรรษหลัง ซึ่งคาดกา
หรอยจังฮู้…“น้ำพริกเนื้อแพะ” รสเด็ด!หนึ่งเดียวในตรัง สูตรปากีสถานดั้งเดิม และสูตรสมุนไพร จิ้มกับโรตี กินกับขนมปัง คลุกข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อย วันนี้ต่อยอดเตรียมขยับทำเป็นธุรกิจส่งขายในตลาด ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพี่น้องมุสลิมเป็นของขายดีรายได้งาม ยอดออเดอร์สั่งจองผลิตไม่ทัน เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปที่ฟาร์มแพะซาชา ม.7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง วันนี้ 10 ม.ค. 61 พบ นายสุดดีน ซาชา อายุ 42 ปี ชาว ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ลูกชายเจ้าของฟาร์มแพะ เกษตรกรหนุ่มชาวมุสลิม สืบเชื้อสายมาจากปากีสถาน ทำฟาร์มเลี้ยงแพะยึดเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ทำครบวงจรตั้งแต่ขายแม่พันธุ์พ่อพันธุ์แพะหลากหลายสายพันธุ์ ชำแหละเนื้อขายและรับสั่งทำเมนูต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ และรีดนมแพะขายด้วย ฟาร์มแห่งนี้ใหญ่สุดเป็นที่รู้จักของคนทั่วเมืองตรัง นายสุดดีน หรือ บังดีน เผยว่า ถึงตอนนี้ ทางฟาร์มซาชาได้ต่อยอดทำ “น้ำพริกเนื้อแพะ” เป็นสูตรดั้งเดิมของที่บ้านตั้งแต่นานมาแล้ว สูตรปากีสถานดั้งเดิม และสูตรสมุนไพร ได้รับการถ่ายทอดความรู้และสั่งสมประสบการณ์จากคุณแม่ นางบีบีอาเสี้ยะ ซาชา อายุ 67 ปี จึงได้ปร
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดสำนักงานรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (Madrid Application Receiving Office) ชั้น 7 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้บริการอำนวยความสะดวกในการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ เพียงยื่นคำขอในประเทศไทยผ่านระบบออนไลน์ และเลือกขอรับความคุ้มครองไปยังประเทศภาคีสมาชิกพิธีสารมาดริดได้กว่า 116 ประเทศทั่วโลก นางสาวชุติมากล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการปฏิรูปประเทศ ทั้งด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ให้มีความสามารถในการแข่งขันอย่างเหมาะสม ซึ่งปรากฏผลสำเร็จจากการที่ธนาคารโลกประกาศรายงานความยากง่ายในการทำธุรกิจประจำปี 2561 (Ease of Doing Business 2018) โดยไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่พัฒนามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงประเทศบรูไน อีกทั้ง รัฐบาลคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เปลี่ยนผ่านไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งการเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริด เป็นอีกแรงผลักดันที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายที่วา
