สูตรลับจากฟาร์ม เทคนิคเกษตร

ปลูกมะละกอให้ดก ผลสวย คุมต้นทุนให้ต่ำสุด ยังไงก็มีกำไร

“สถานการณ์มะละกอวันนี้…จะไปต่อยังไง…ราคาถูก…โรคลงหนัก…จะดูแลยังไง…เพื่อให้รอดจนถึงวันราคาดี” คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง ได้วิเคราะห์ตลาดมะละกอ ผ่านเฟซบุ๊ก  “รักษ์เกษตร หนึ่งฤทัย” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568

คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง สื่อมวลชนเกษตร ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดมะละกอ เคยเปิดแผงขายมะละกอที่ตลาดไท โดยรับซื้อและส่งเสริมลูกไร่ปลูกมะละกอ มีแปลงลูกไร่หลายจังหวัด ซึ่งลูกค้าหลักคือ ตลาดห้างสรรพสินค้า สายการบิน รวมทั้งส่งออกมะละกอไปประเทศสิงค์โปร์ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปีแล้ว  

คุณหนึ่งฤทัยวิเคราะห์ตลาดว่า สิ่งที่ชาวสวนมะละกอเจอกันอยู่ตอนนี้ นอกจากเศรษฐกิจไม่ดี คนซื้อไม่มีแล้ว ช่วงนี้ยังเจอผลไม้คู่แข่งอีกเพียบ ทั้งมะม่วงที่ออกล่ากว่าทุกปี ทุเรียน เงาะ มังคุดก็เริ่มมามะไฟก็เต็มตลาด แต่ละตัวถูกๆ ทั้งนั้น แต่ถึงไม่มีผลไม้คู่แข่ง มะละกอก็ยังไปยาก ยิ่งมาเจอฝนแบบนี้ ลูกค้ายิ่งหาย และสถานการณ์นี้น่าจะยาวๆ ๆ ไปอีกเป็นเดือนๆ จนอาจจะชนช่วงแพง

ใครที่คิดว่าจะยืดการเก็บออกไปสัก 1-2 อาทิตย์คงยาก อีก 2 เดือนมันจะขึ้นไหมราคา ยกเว้นว่ามีแปลงเสียหายจากโรคกับพายุเยอะๆ มะละกอมันถึงเวลาเก็บก็ต้องเก็บ ฝากเตือนเลยนะใครที่จะใช้ “แมกนีเซียม” พ่นในมะละกอที่ติดลูกแล้ว มะละกอจะเขียวทั้งใบ ทั้งลูก เผลอๆ ไม่สุกด้วย แล้วเสี่ยงเปลือกหนามาก ไม่หวาน ไม่แดงไปอีก แต่ในต้นเล็กแมกนีเซียมพ่นได้ พ่นวันนี้ พรุ่งนี้ใบเขียวปี๋ กลายเป็นปุ๋ยดีทันตาค่ะ


สิ่งที่ต้องระวังช่วงนี้คือ เชื้อรา เพราะฝนเยอะ โอกาสเกิดโรคได้ง่าย แล้วมะละกอนะ ถ้าโรคเกิดแล้วลามเร็งมาก เอาไม่อยู่เจ๊งได้ง่ายๆ ทั้งแปลงนะ พ่นยาเชื้อราคุมไว้หน่อย ใครที่เจอลงแล้วเอาให้รอดนะ ราคาช่วงนี้เป็นยังไง กลางๆ ทั่วๆ ไป หน้าสวนน่าจะ 10-12 บาท ราคานี้ไม่รอดนะถ้าลงทุนเยอะ โหมปุ๋ยโหมยา

“ราคามะละกอปีนี้มันแทบจะเป็นราคากลางไม่ได้เลย เพราะปีนี้ภาพรวมมะละกอในตลาดไม่สวยเหมือนทุกปี จึงมีผลต่อราคารวมค่ะ สวนที่มะละกอสวยแม่ค้าก็สู้ราคาค่ะ ก่อนจะถามราคาไปทำมะละกอให้สวยค่ะ แล้วคุณจะเรียกราคาได้ เลือกแม่ค้าได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวไม่มีตลาด มะละกอสวย แม่ค้าพร้อมวิ่งเข้าหาค่ะ คนจะปลูกใหม่ มือใหม่ หาข้อมูลเยอะๆ ภาพมะละกอมันอาจไม่สวยอย่างที่คิด ช่วงแพงปีนี้ยังไงก็ไม่แพงเหมือนทุกปีแน่ๆ อากาศไม่ร้อนมาก ฝนเยอะ ติดดกทุกที่ แต่ตลาดไม่ดีเหมือนเดิม” คุณหนึ่งฤทัย กล่าว

สวนมะละกอลงทุนไร่ละ 2 หมื่น มีอยู่จริง

ไม่ต้องใช้อะไรเยอะแยะเกินจำเป็น…สิ่งจำเป็นห้ามขาด

ในภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าจะขายมะละกอได้กี่บาท แต่หากสามารถคุมต้นทุนให้ต่ำสุด ยังไงก็กำไร คุณหนึ่งฤทัย ยกตัวอย่าง “คุณน๊อต” เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอรายหนึ่งในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ได้วางแผนการผลิตอย่างรอบคอบ เตรียมดินดีก่อนปลูก ใส่ปุ๋ย พ่นยาให้ตรงเป้า ใช้เงินลงทุนไร่ละ 2 หมื่น ไม่ต้องใช้อะไรเยอะแยะเกินจำเป็น ก็ได้ผลผลิตดี คุ้มค่ากับการลงทุน

“คุณน๊อต” เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

คุณน๊อตเป็นเกษตรกรหน้าใหม่เพิ่งหันมาลองปลูกมะละกอ เนื้อที่ 10 ไร่ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ปลูกมะละกอในระยะห่างระหว่างต้น 2.80 เมตร ระหว่างแถว 3 เมตร เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ดินอุดมสมบูรณ์สูง จึงใช้ปุ๋ยน้อย ใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-16, 15-5-20 สลับกัน เดือนละ 2 ครั้ง และใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ครั้งเดียวช่วงออกดอก

เมื่อมะละกอใกล้เก็บผลผลิต ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ทางใบพ่นแค่สาหร่ายทะเล (ซีคอน-เต้) และแคลเซียม-โบรอน (โบลีน-แคน) ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงหมดแปลง พ่นทุกๆ 15 วัน และใส่ปุ๋ยทางดินนิดหน่อย ช่วยให้มะละกอติดดกมาก คุณน๊อตใส่ปุ๋ยครั้งละ 4-5 กระสอบ แต่คุณหนึ่งฤทัยแนะนำให้เกษตรกรใส่เพิ่มขึ้น ครั้งละ 7-8 กระสอบ ทำให้มะละกอลูกใหญ่ขึ้น ได้น้ำหนักต่อรอบมากขึ้นแล้ว แปลงปลูกมะละกอแห่งนี้ติดผลดกมากและติดลูกต่อเป็นคอยาว

คุณน๊อตไม่ได้ดูแลอะไรมากมาย ใส่ปุ๋ยและให้น้ำทุกวัน โดยใช้ระบบมินิสปริงเกลอร์ แหล่งน้ำเจาะบาดาลและทำบ่อพักน้ำขนาด 3 งาน เปิดน้ำทีละโซน 3 โซน ช่วง 4-5 เดือนแรกใช้ระบบน้ำหยด แต่พอ 5 เดือนเหมือนน้ำจะไม่พอและใช้เวลานานในการเปิดน้ำแต่ละรอบ อีกอย่างระบบมินิสปริงเกลอร์ช่วยเพิ่มความชื้นในแปลงได้ด้วย จึงคิดว่า มินิสปริงเกลอร์น่าจะดีกว่าในหลายๆ เรื่อง ลงทุนระบบมินิสปริงเกลอร์ไร่ละ 5,000 กว่าบาท

เนื่องจากที่นี่ไม่เคยเจอโรคแมลงจึงไม่ได้พ่นสารเคมีอะไร เจอเชื้อราระบาดจนใบเหลืองทั้งแปลงครั้งในช่วงที่ฝนชุกมาก คุณหนึ่งฤทัยแนะนำให้เกษตรกรใช้ดีแลนโต้พ่นแค่ 2 ครั้งก็แก้ปัญหาได้ เมื่อเจอโรคใบจุด ฉีดพ่นออติวา กับแมนโคเซ็บ ก็แก้ปัญหาได้ และเจอปัญหายอดหงิกจากไร่อ้อยที่อยู่ติดกันฉีดยาฆ่าหญ้า สามารถแก้ปัญหาได้โดยฉีดพ่นสาหร่ายทะเล ต้นมะละกอก็ฟื้นตัวได้ไม่ยาก

มะละกอแปลงนี้ ตั้งแต่ปลูกจนถึงเริ่มเก็บผลระยะ 7-8 เดือน ใช้เงินลงทุนไป 2 แสนกว่า ค่าปุ๋ย อาหารเสริม รวมทั้งค่าแรงพ่นหลังจากมะละกอเก็บผลผลิตได้แล้ว ตกเดือนละ 15,000-20,000 บาท จ่ายค่าแรงฉีดพ่นยา+อาหารเสริม ถังละ 200 บาท พ่นครั้งหนึ่ง 4 ถัง และจ้างแรงงานเก็บผลผลิตวันละ 10 คน มีต้นทุนค่าแรง 4,000-5,000 บาท/รอบ  

คุณหนึ่งฤทัยกล่าวสรุปว่า แปลงปลูกมะละกอ หากมีพื้นฐานดินดี อากาศปกติ การทำมะละกอก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่ดูแลให้ปุ๋ยทางดิน เสริมด้วยการให้ปุ๋ยทางใบ ฉีดสารกำจัดโรคและแมลงเท่าที่จำเป็น ต้นมะละกอก็ให้ผลดก เก็บได้รอบละ 6-7 ตัน หากเพิ่มปุ๋ยทางดินจะช่วยขยายลูกได้จะได้ผลผลิต 8-9 ตันอย่างแน่นอน

…………

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบข่าวจาก เฟซบุ๊ก “รักษ์เกษตร หนึ่งฤทัย” 

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อ 2 พฤษภาคม 2568

Related Posts