โรงเรียนวัดเกาะแก้ว หมู่ที่ 1 บ้านเกาะแก้ว ตำบลบางตะบูนนอก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่บนพื้นดินที่ยื่นออกไปในท้องน้ำ จึงเรียกว่าเกาะแก้ว จึงประสบปัญหาดินเค็มแม้กระทั่งน้ำโดยรอบก็เป็นน้ำเค็ม นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเพาะปลูกพืช
ครูและนักเรียนมีความพยายามใช้พื้นที่ของโรงเรียนเพียงน้อยนิด ให้เกิดประโยชน์โดยการสร้างแปลงผักสวนครัว และตั้งใจทำแปลงไม้พื้นถิ่น เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเอาไว้
อาจารย์พจน์ และ อาจารย์อำภรรณ ใจแสน ครูที่ปรึกษาด้านเกษตร พยายามช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องดินเค็ม รวมถึงน้ำเค็มที่มีอยู่รอบโรงเรียน ซึ่งวิธีแก้ปัญหาอย่างง่ายที่สามารถทำได้คือ การเลือกพืชที่เหมาะกับดินเค็มมาปลูก ส่วนใหญ่เป็นพืชสวนครัว เช่น ตะไคร้ กะเพรา โหระพา พริก และพืชกินใบ เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง และผักกาดขาว ไม้ยืนต้นอื่นๆ ไม่สามารถปลูกได้ เพราะเมื่อรากของไม้ยืนต้นหรือไม้ผลเริ่มลงรากลึกก็พบกับน้ำเค็ม ทำให้หยุดการเจริญเติบโต

ครูและนักเรียนลองผิดลองถูกมาตลอด เคยลองปลูกแตงกวา บวบงู ตอนแรกก็งามดี พอเริ่มติดลูกก็จะแกร็น ส่วนมะม่วงเจริญเติบโตดีได้สักระยะ ใบก็เริ่มเหี่ยวแห้งตาย เมื่อเรารู้ว่าดินของเราเป็นดินเค็ม ใต้ดินก็เป็นน้ำเค็ม เราจึงแก้ปัญหาด้วยการขุดดินขึ้นมา นำไปตากแดด แล้วรดด้วยน้ำจืดสักหน้าฝนหนึ่งก็ปลูกได้ นอกจากนี้ ยังเอาเปลือกหอยมาทุบแล้วโรยกับดิน เปลือกหอยเป็นแคลเซียม ช่วยลดความเค็มของดินลงได้
ดินที่ลดความเค็มลงด้วยการตากแดด รดน้ำจืด และใส่เปลือกหอยลงไป จะนำไปใส่ไว้ในยางรถยนต์เพื่อปลูกผักชนิดอื่นนอกเหนือจากชนิดที่ชอบดินเค็มไว้ด้วย และผลผลิตทั้งหมดจะนำไปประกอบอาหารกลางวันตามโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน
การดูแลแปลงผักสวนครัวขึ้นอยู่กับเด็กนักเรียน ให้จัดการแบ่งกลุ่มกันเองโดยครูเฝ้าดูเป็นที่ปรึกษาอยู่ห่างๆ เด็กมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จะเป็นหลักในการดูแลแปลงเกษตร ส่วนเด็กชั้นประถมศึกษา จะเข้าเรือนเพาะชำ ทำหน้าที่เพาะกล้าให้พี่ๆ นำไปปลูก การเพาะชำในแปลงเป็นลักษณะของพี่สอนน้อง โดยใช้วัสดุปลูกเป็นดินและขี้วัวที่ซื้อมา เมื่อต้นกล้าเริ่มเจริญเติบโตส่วนหนึ่งก็นำไปปลูกยังแปลงผักสวนครัว อีกส่วนหนึ่งก็ให้น้องๆ ชั้นประถมศึกษาที่ลงมือเพาะด้วยตนเอง นำกลับไปปลูกที่บ้าน

ส่วนน้ำที่ใช้รดต้นไม้ ก็ใช้น้ำประปาต่อสายยางมารด นอกจากนี้ ในฤดูฝน เก็บน้ำไว้ในโอ่ง เพื่อตักมารดต้นไม้ได้ ถึงแม้จะมีน้ำล้อมรอบพื้นที่โรงเรียน แต่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้เลย
โรงเรียนมีแนวความคิดอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นไว้ โดยเฉพาะต้นลำแพน ที่เป็นพืชเฉพาะถิ่น และเป็นพืชสมุนไพร เหมาะแก่การปลูกชายเลน ซึ่งปัจจุบันกำลังจะหมดไป จึงตั้งใจ ทำเป็นแปลงพืชสมุนไพรพื้นถิ่น และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กนักเรียนและชุมชน และหากเป็นไปได้จะพัฒนาให้ได้รับความสนใจจากประชาชนภายนอกเข้ามาชมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกทาง
………..
เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2017
Rewrite 20 /6/2025
