สูตรลับจากฟาร์ม เทคนิคเกษตร

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แบบมืออาชีพเพียง 40 โต๊ะ มีผักเก็บขายได้ทุกวัน

การวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตออกทุกวัน คุณพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ หรือ พี่กิ่ง เจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ จังหวัดปราจีนบุรี ดีกรีปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า ที่ฟาร์มปลูกผักสลัดทุกชนิด มีทั้งหมดประมาณ 40 โต๊ะ แบ่งเป็นโต๊ะอนุบาล 12 โต๊ะ โต๊ะเพาะกล้า 4 โต๊ะและนอกเหนือจากผักสลัด ยังมีผักขึ้นฉ่าย ผักกาด คะน้าฮ่องกง กวางตุ้ง ผักโขม และไวลด์ ร็อกเก็ต ดูแลคนเดียวทั้งฟาร์มมีการบริหารจัดการและดูแลผลผลิตให้มีออกสม่ำเสมอทุกๆ สัปดาห์ ด้วยการดูออเดอร์และกำลังการผลิตว่าทำได้แค่ไหน ตัวอย่าง เช่น มีออเดอร์มาเท่านี้ ที่ฟาร์มมีโต๊ะปลูกจำนวนกี่โต๊ะ เพื่อแบ่งว่าในแต่ละโซนจะปลูกผักอะไร จำนวนเท่าไร ดูช่วงอายุของพืช เพราะแต่ละชนิดมีอายุสั้นยาวไม่เท่ากัน และค่อยตีกลับมาที่การเพาะกล้า แต่วางแผนปลูกผักสลัดจะง่ายมาก วางแผนเพาะทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี วันละ 10 แผ่น เพื่อให้มีผักออกขายได้ตามออเดอร์

วิธีการปลูกผักสลัด

1. ในการเพาะกล้าผักสลัดเมื่อมีเมล็ดพันธุ์มาแล้ว จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์มาใส่ในฟองน้ำที่กรีดและนวดกับน้ำมาแล้ว เนื่องจากในฟองน้ำมีรูพรุน ดังนั้น จำเป็นต้องไล่ฟองอากาศออกให้หมด เพื่อให้น้ำเข้ามาแทนที่ จากนั้นใช้ไม้เสียบลูกชิ้นแตะเมล็ดพันธุ์มาวางในฟองน้ำ 1 ช่อง ต่อ 1 เมล็ด 1 แผ่น มี 96 ช่อง ปลูกได้จำนวน 96 ต้น ขั้นตอนการวางเมล็ดต้องไม่ลึกและไม่ตื้นจนเกินไป

2. หลังจากเพาะเมล็ดเสร็จ ให้รดน้ำเช้า-เย็น สักประมาณ 1 คืน รากจะเริ่มงอกออกมาก่อน โดยถาดเพาะเมล็ดต้องวางอยู่ใต้ซาแรน 50 เปอร์เซ็นต์

3. เมื่อได้ระยะ 3-4 วัน เริ่มมีใบ จากนั้นเริ่มกระตุ้นปุ๋ยอ่อนๆ ให้ปุ๋ยอินทรีย์ ประมาณ 0.8-1 มิลลิซีเมนต์/เซนติเมตร


4. เมื่อผักมีอายุได้ 14 วัน ไม่เกิน 18 วัน ให้ย้ายลงแปลงอนุบาล เพื่อทำรุ่น และให้ค่าปุ๋ยอินทรีย์ ที่ประมาณ 1.3 มิลลิซีเมนต์/เซนติเมตร ค่า pH อยู่ที่ 6.5

5. เมื่อผักอายุครบ 30 วัน ให้ย้ายจากแปลงอนุบาลมาลงที่แปลงผลิตต่ออีก 15 วัน สรุปได้ว่า ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ใช้เวลา 40-45 วัน สำหรับผักสลัดใบเขียว แต่ถ้าเป็นผักสลัดที่มีสีแดง จะใช้ระยะเวลาการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 50-55 วัน

เทคนิคของที่ฟาร์ม อยู่ที่ 1 สัปดาห์ ก่อนการเก็บเกี่ยวให้ลดอินทรีย์เหลือ 1 มิลลิซีเมนต์/เซนติเมตร เพื่อให้ผักมีรสชาติที่ดี ไม่ขม ซึ่งแต่ละฟาร์มก็จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป บางฟาร์มจะนำไปแช่น้ำก่อน แต่เรามองว่าการให้น้ำเปล่าจะทำให้พืชขาดอาหาร ทำให้ใบเหลือง จึงใช้วิธีให้อินทรีย์เหลือ 1 มิลลิซีเมนต์/เซนติเมตร ซึ่งเป็นค่าที่พืชนำไปใช้ได้ รสชาติดี ไม่ขม และมีอีกปัจจัยที่ทำให้ผักขมคือ แสงแดดที่จัดเกินไป ปัจจัยเหล่านี้เกี่ยวข้องกันทั้งหมด

ผลผลิต 1 โต๊ะความยาว 6 เมตร โต๊ะหนึ่งมีประมาณ 300 ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ 30-40 กิโลกรัม น้ำหนักต่อต้นประมาณ 1-1.5 ขีด ลูกค้ากำลังชอบ ราคาขายปลีกหน้าฟาร์ม ผักสลัด กิโลกรัมละ 100 บาท ตลอดทั้งปี และเป็นผักที่ขายดีที่สุด ส่วนผักชนิดอื่น เช่น ไวลด์ ร็อกเก็ต จะมีราคาสูง กิโลกรัมละ 250 บาท อันนี้จะปลูกส่งเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ถ้าเป็นผักทั่วไป คะน้า กวางตุ้ง ขึ้นฉ่าย ผักที่ชาวบ้านคุ้นเคยก็จะนำไปขายตามแหล่งชุมชน ขายในพื้นที่ เพราะทุกคนรับประทานผักกันอยู่แล้ว แต่จะดีมากกว่าถ้าได้ผลิตผักปลอดภัยให้กับผู้บริโภค เวลาทำขายถุงหนึ่งใส่ไป 2 ขีด ราคา 20 บาท สามารถผัดได้ 1 จานพอดี ลูกค้าก็ชอบใจ

ต้นทุนการผลิต ถ้าเทียบกันแล้ว ผักไฮโดรโปนิกส์ในระยะแรกค่อนข้างต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าปลูกผักในดิน เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว ลงทุนครั้งแรกทีเดียว คืนทุนใน 1 ปี ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแต่สำหรับผักในดินก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ สามารถปรับปรุงดินได้ แต่เราไม่ถนัดในเรื่องของการถอนหญ้า พรวนดิน เตรียมดิน เราถนัดแบบไฮโดรโปนิกส์มากว่า เพราะทำความสะอาดแปลงง่าย ขึ้นปลูกได้เลย ไม่เลอะเทอะทำงานกับน้ำไม่เปื้อน เลยชอบตรงนี้มากกว่า

Related Posts