“ จังหวัดสกลนคร” เป็นแหล่งภูมิปัญญาที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งด้านสมุนไพร ผ้าย้อมคราม และวิถีชีวิตที่เกื้อกูลธรรมชาติ เนื่องจากมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก ดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ทั้งแรงงานมีทักษะ และความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชสมุนไพร
ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร มีการสนับสนุนความรู้ เงินทุนและเทคโนโลยีแก่เกษตรกร โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่เกิดรายได้ เช่น ฟ้าทะลายโจร เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2-3 ครั้งต่อปี รวมทั้ง บัวบก ดาวเรือง และอัญชัน เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดปี เป็นพืชสมุนไพรที่สร้างรายได้หลักให้ชุมชนท้องถิ่น ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เกษตรกรสามารถจำหน่ายฟ้าทะลายโจร (สด) จากเดิมขายกิโลกรัมละ 25 บาท ขยับเป็น 150-200 บาท เมื่อมีการแปรรูปสามารถยกระดับรายได้เป็น 2,000 บาทต่อกิโลกรัม

จาก “พืชสมุนไพร” สู่ “ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง”
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เพื่อขับเคลื่อนโครงการสมุนไพรครบวงจร ประกอบด้วย ธุรกิจการขายเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจร ธุรกิจผลิตต้นกล้าฟ้าทะลายโจร ธุรกิจการจำหน่ายฟ้าทะลายโจรอบแห้งสู่โรงงานยาไม่ผ่านคนกลางและธุรกิจแปรรูปฟ้าทะลายโจรผง/แคปซูล จนสามารถยกระดับรายได้ของกลุ่มเกษตรกรกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นเฉลี่ยขั้นต่ำ 10,000 ต่อครัวเรือนต่อเดือน
ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เป็นกลไกสำคัญสร้างชุมชนการเรียนรู้การผลิตพืชสมุนไพรที่มุ่งเน้นสารสำคัญได้แก่ ฟ้าทะลายโจร อัญชัน ดาวเรืองและบัวบก พร้อมสร้างนวัตกรชุมชนเกษตรสมุนไพรเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการปลูกแปรรูปสมุนไพรได้ตามความต้องการของตลาด
รวมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ เชื่อมโยงการตลาดผ่านการสร้างเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) คือ บริษัทเพื่อสังคม เอสเคเอ็นเตอร์ไพรส์-2021 จำกัด รวมถึงการสร้างนวัตกรชุมชนที่สามารถประยุกต์ใช้และถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ท้องถิ่น โดยมหาวิทยาลัยร่วมพัฒนาทักษะการทำงานกับชุมชน และเป็นกลไกเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ร่วมกัน

ยกระดับรายได้เกษตรกรในอำเภอวานรนิวาส
อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร มีโครงสร้างทางภูมิศาสตร์เป็นดินลูกรัง ปะปนด้วยดินเค็ม และอยู่นอกเขตชลประทาน ขาดแคลนน้ำสำหรับเพาะปลูกพืช ทำให้มีผลผลิตน้อยและมีรายได้ต่ำที่สุดในประเทศไทย ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำงานวิจัยนวัตกรรมที่แม่นยำเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเกษตรกรตั้งแต่การปรับปรุงดิน การบริหารจัดการน้ำ การคัดเลือกสายพันธุ์พืช การบริหารจัดการแปลง การดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างถูกต้อง สามารถเพิ่มปริมาณผลผลิต คุณภาพ ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร เช่น สมุนไพรฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญเอนโดรกราฟาไรด์ 4-6%โดยน้ำหนัก สามารถเพิ่มมูลค่าจากกิโลกรัมละ 40-50 บาทเป็น 150-750 บาท
สร้างมูลค่าเพิ่ม “ ดาวเรือง ”
นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังได้ร่วมมือกับ บริษัทเพื่อสังคม เอสเคเอ็นเตอร์ไพรส์-2021 จำกัด ขับเคลื่อนนโยบาย”การตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ยกระดับการรับซื้อดอกดาวเรืองเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ในอดีตเกษตรกรขายดอกดาวเรืองได้ดอกละ 50 สตางค์ ให้แม่ค้านำไปร้อยทำพวงมาลัย แต่ทุกวันนี้ เกษตรกรขายดอกดาวเรืองสดได้มูลค่าเพิ่มมากกว่า 2 เท่า เพราะบริษัทเพื่อสังคม เอสเคเอ็นเตอร์ไพรส์-2021 จำกัด รับซื้อดอกดาวเรืองสด 600 ดอก ในราคา 300 บาท ส่วนดอกดาวเรืองที่ตากแห้ง รับซื้อที่กิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะสารลูทีนที่สกัดจาก “ดอกดาวเรือง” มีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตาแล้ว ยังเป็นสารเติมแต่งสีในอาหารคน อาหารสัตว์แล้ว สารลูทีน ยังเป็นสารประกอบออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอีกด้วย

“ นันทนา บุตรศรี” นวัตกรชุมชนต้นแบบ
คุณนันทนา บุตรศรี เป็นนวัตกรชุมชนและผู้นำการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ในชื่อ กลุ่มผักสวนครัวและการปลูกผักอินทรีย์ดินมีชีวิต ในพื้นที่ตำบลนาซอ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ของ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
คุณนันทนาเล่าให้ฟังว่า ครอบครัวเธอทำนาแบบดั้งเดิม มีรายได้ต่อปีไม่มาก จึงสนใจปลูกดาวเรือง เพื่อเพิ่มรายได้ เนื่องจากดาวเรืองใช้ระยะเวลาการปลูกสั้นเพียง 45-50 วันก็สามารถเก็บขายได้ ทำให้มีรายได้เร็ว ผลผลิตที่ได้เน้นส่งขายกลุ่มร้อยมาลัยเป็นหลัก ตอนแรกเธอปลูกดาวเรืองโดยใช้สารเคมี แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป หลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนครเข้ามาให้ความรู้และถ่ายทอดเทคนิคการปลูกดาวเรืองโดยไม่ใช้สารเคมี ทำให้ลดต้นทุนค่าสารเคมีแล้ว ยังได้ผลผลิตดีขึ้น ขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้น จากเดิมที่มีรายได้หลักหมื่นต้นๆ ก็ขยับขึ้นเป็น 2-3 หมื่นบาทในแต่ละรอบการเก็บเกี่ยว

หลังหันมาปลูกดาวเรืองแบบอินทรีย์ ไม่ใช่แค่เรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ อีกด้วย เช่น ขายดอกดาวเรืองตากแห้งให้กับกลุ่มย้อมผ้า หลังเข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า ในดอกดาวเรืองมีสารสำคัญคือ สารลูทีน และซีแซนทีน มีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา และจอกระจกตา ทางโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้เข้ามารับซื้อดอกดาวเรืองกับทางกลุ่ม เพราะปลูกดาวเรืองแบบไม่ใช้สารเคมี และได้รับมาตรฐาน GAP เพื่อนำไปผสมกับสมุนไพรตัวอื่น ทำเป็นแคปซูลบำรุงสายตาให้กับผู้ป่วย
เทคนิคปลูกดูแลดาวเรือง
การเตรียมดิน
คุณนันทนาจะไถเตรียมดินครั้งที่ 1 แล้วปล่อยทิ้งไว้ 2 สัปดาห์ ไถครั้งที่ 2 คราดและปรับระดับ ทำแปลงยกสูงขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 10 เมตร ทำร่องระบายน้ำรอบแปลงปลูก
การเตรียมพันธุ์
เพาะเมล็ดพันธุ์ดาวเรือง ในวัสดุปลูก วางเมล็ด 1 เมล็ดต่อหลุม และกลบเมล็ดด้วยวัสดุปลูก วางถาดเพาะไว้ใต้ตาข่ายพรางแสง 70-80% รดน้ำวันละ 2 ครั้ง

การปลูก
เตรียมต้นกล้าอายุ 30 วัน ย้ายปลูกลงแปลง โดยใช้ระยะปลูก 25×25 เซนติเมตร ปลูก 1 ต้นต่อหลุม
การให้น้ำ
ใช้ระบบน้ำหยด ให้น้ำวันละ 2 ครั้ง
การให้ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยไส้เดือนในวันที่ย้ายปลูกที่อัตรา 1,600 กิโลกรัม ต่อไร่ ร่วมกับฮิวมิก
การเด็ดยอด
หลังปลูก 7-10 วัน เด็ดยอดโดยปลิดยอดใหญ่ตรงกลางทิ้งเพื่อให้มีการแตกกิ่งแขนงข้างและคอยกำจัดวัชพืช เดือนละ 1 ครั้ง

ศัตรูสำคัญและการป้องกันกำจัด
คุณนันทนา กล่าวว่า ศัตรูพืชที่สำคัญของดาวเรือง คือ โรคเหี่ยวจากเชื้อรา ป้องกันกำจัดโดยถอนต้นที่เป็นโรคเผาทำลายทิ้ง ส่วนเพลี้ยไฟ ป้องกันกำจัดโดยใช้น้ำหมักเหล้าขาว หรือน้ำหมักพริก กระเทียมหมักที่มีรสเผ็ดร้อน ฉีดไล่สลับกัน น้ำหมักแบคทีเรีย บีที ต่อเนื่อง 3 วัน ดูแลแบบนี้จนกระทั่งดอกดาวเรืองบาน ส่วนหนอนผีเสื้อกลางคืนเข้าทำลายในขณะที่ดอกเริ่มบาน การป้องกันกำจัดโดยใช้สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
การเก็บเกี่ยว
อายุการเก็บเกี่ยว 55-75 วัน ขึ้นกับสายพันธุ์ ตัดดอกที่บาน 80-90% โดยใช้กรรไกร ตัดดอกให้ติดก้านดอกยาว ประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพื่อให้มีอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น และหลังเก็บเกี่ยวดอกต่อได้อีก ประมาณ 30-45 วัน


การปฎิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
นำดอกดาวเรืองที่เก็บได้มาล้าง ทำความสะอาดเก็บใบเหลือง เศษวัชพืชอื่นๆ ออก นำดอกดาวเรืองที่ล้างสะอาดแล้ว นำมาทำแห้งในตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อนรวบรวมผลผลิตส่งขาย
หลังจากคุณนันทนาได้รับองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ทำให้เธอมีภูมิปัญญาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่เป็นจุดแข็งช่วยยกระดับอาชีพ และรายได้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ
