ผักไฮโดรโปนิกส์
สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of small scale farmers” กับผม ดร.ธนากร เที่ยงน้อย หลายคนคงคิดเหมือนผมว่ารายได้คือสิ่งสำคัญ เพราะเราต้องใช้รายได้เลี้ยงลูก เลี้ยงเมีย การหารายได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์เกือบทุกผู้ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำกันอยู่ตั้งแต่เช้ายันค่ำ หรือบางคนหาตั้งแต่ค่ำไปจนเช้า บางคนความรู้ดีมีการศึกษาและมีประสบการณ์อาจจะใช้เงินทำงานหารายได้ให้ไม่ต้องออกแรง แต่หลายคนที่ผมพบก็มีความสุขกับการใช้แรงและเวลาไปหารายได้กับการเกษตร ทั้งปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ กันไป คิดใหญ่แบบรายย่อย ฉบับนี้ผมจึงตั้งหน้าตั้งตาพาท่านมาถึงสุโขทัยเพื่อมาพูดคุยกับนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่หารายได้เสริมจากการเกษตรได้อย่างน่าอิจฉา ไปกันเลยครับ อาชีพเสริมของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร พาท่านมาที่สวน “นายกะเปี๊ยก” เลขที่ 39/3 หมู่ที่ 3 ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มาพบกับ คุณอารีย์ กาเพ็ชร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย คุณอารีย์ เริ่มเล่าให้ฟังว่า ตนเองและสามีประกอบอาชีพรับราชการในสายง
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีผู้คร่ำหวอดในวงการนี้จำนวนมากชนิดเชี่ยวชาญทุกเรื่องตั้งแต่การปลูกไปถึงการเก็บขาย ทำคลิปแนะนำวิธีปลูก การดูแล ใส่ปุ๋ย แหล่งขายอุปกรณ์ปลูก ฯลฯ ออกมามากมาย ใครอยากรู้หาดูได้ในยูทูบ อีกทั้งอุปกรณ์ราคาถูกลงกว่าสมัยเริ่มแรก บางรายสามารถดัดแปลงใช้วัสดุที่หาง่ายช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ปลูกได้ทั้งพืชขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ปลูกได้ทุกที่ ไม่มีขอบเขต ไม่ว่าจะปลูกจำนวนน้อยเพื่อใช้บริโภคเองภายในครัวเรือนตามบ้าน ตามอาคารที่พักอาศัย หรือต้องการจำนวนมากปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นโรงเรือนในเชิงธุรกิจ ส่วนความต่างของคุณภาพผักขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การปลูก “เขากะโหลกฟาร์ม” เป็นฟาร์มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ปลูกผักทุกชนิดด้วยความใส่ใจเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย ภายใต้ระบบ GAP สามารถตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานการปลูกได้ โดยยึดแนวคิด “ไม่ต้องการปลูกผักเพียงให้ดีและมีคุณภาพ แต่ต้องมีรสอร่อยถูกใจด้วย” คุณพีระพงษ์ คงมาก หรือ คุณแชมป์ เจ้าของฟาร์มบอกถึงความตั้งใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขายว่าเน้นปลูกขายตรงให้กับผู้บริโภค ให้ความสำคัญกับคุณภาพความปลอดภัยมากกว่ารูปลักษณ์ ชนิดผักที่ปลูกแบ่งเป็
จากสาวเมืองกรุง มุ่งสู่บ้านเกิด คุณรุ่งฟ้า วชิรถาวรชัย อดีตพนักงานประจำบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ปัจจุบันได้ผันตัวเองเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมของสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง กรมส่งเสริมการเกษตร และได้ผ่านการอบรมเป็น Young Smart Farmer เหตุผลในการกลับมาอยู่บ้านในครั้งนี้ คุณฟ้า บอกว่า ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาของคนในครอบครัว ได้กลับมาดูแลพ่อแม่ ได้มีเวลาเลี้ยงดูสอนลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นเด็กและผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และอยากพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองด้วย จึงหันมาเลือกทำการเกษตร เพราะการเกษตรสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว การปลูกผักสลัดจึงเป็นทางเลือกและได้ประเมินความสนใจของธุรกิจแล้วว่ายังมีโอกาสทางการตลาดสำหรับเทรนด์คนรักสุขภาพและอาหารปลอดภัยของกลุ่มลูกค้าในจังหวัดตรัง และทำเลเหมาะสมไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ได้เริ่มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โดยใช้ชื่อว่า “สวนผักข้างบ้าน” BesideHome Farm ตั้งอยู่ตำบลนาบินหลา อำเภอเมืองตรัง ฟาร์มปลูกผักสลัดด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ ปลอดสารพิษ ไร้ยาฆ่าแมลง 100 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการรับรองม
การวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตออกทุกวัน คุณพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ หรือ พี่กิ่ง เจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ จังหวัดปราจีนบุรี ดีกรีปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า ที่ฟาร์มปลูกผักสลัดทุกชนิด มีทั้งหมดประมาณ 40 โต๊ะ แบ่งเป็นโต๊ะอนุบาล 12 โต๊ะ โต๊ะเพาะกล้า 4 โต๊ะและนอกเหนือจากผักสลัด ยังมีผักขึ้นฉ่าย ผักกาด คะน้าฮ่องกง กวางตุ้ง ผักโขม และไวลด์ ร็อกเก็ต ดูแลคนเดียวทั้งฟาร์มมีการบริหารจัดการและดูแลผลผลิตให้มีออกสม่ำเสมอทุกๆ สัปดาห์ ด้วยการดูออเดอร์และกำลังการผลิตว่าทำได้แค่ไหน ตัวอย่าง เช่น มีออเดอร์มาเท่านี้ ที่ฟาร์มมีโต๊ะปลูกจำนวนกี่โต๊ะ เพื่อแบ่งว่าในแต่ละโซนจะปลูกผักอะไร จำนวนเท่าไร ดูช่วงอายุของพืช เพราะแต่ละชนิดมีอายุสั้นยาวไม่เท่ากัน และค่อยตีกลับมาที่การเพาะกล้า แต่วางแผนปลูกผักสลัดจะง่ายมาก วางแผนเพาะทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี วันละ 10 แผ่น เพื่อให้มีผักออกขายได้ตามออเดอร์ วิธีการปลูกผักสลัด 1. ในการเพาะกล้าผักสลัดเมื่อมีเมล็ดพันธุ์มาแล้ว จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์มาใส่ในฟองน้ำที่กรีดและนวดกับน้ำมาแล้ว เนื่องจากในฟองน้ำมีรูพรุน ดังนั้น จำเป็นต้องไล่ฟองอากาศออกให้หมด เพื่อให้น้ำเข้ามา
จากกระแสรักสุขภาพที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแรงจูงใจและเป็นโอกาสสำหรับใครหลายคนที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก หันมาเริ่มต้นปลูกผักเพื่อสร้างรายได้ โดยเฉพาะการปลูกผักสลัด ที่มีความต้องการของตลาดสูง ปลูกง่าย ให้ผลผลิตไวเพียง 45-60 วัน หากท่านใดสนใจวิธีการปลูกผักสลัดก็มีทั้งรูปแบบการปลูกลงดิน และการปลูกแบบไร้ดิน หรือที่เรียกว่าการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งมีกระบวนการที่แตกต่างกัน แบ่งตามความสะดวกและความถนัดของแต่ละบุคคล คุณจัตุชัย ใจฉลาด หรือ คุณนุ๊ก เจ้าของแม่โจ้ไฮโดรฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ 489 หมู่ที่ 11 ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย อดีตลูกจ้างประจำกรมป่าไม้ ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เด่นที่เทคโนโลยีการผสมธาตุอาหารใช้เอง พืชได้ปริมาณธาตุอาหารที่เหมาะสม ต้นทุนในการผลิตต่ำลง ผักโตดี เป็นที่ต้องการของตลาด คุณนุ๊ก เล่าให้ฟังว่า ตนเองเรียนจบสาขาวิชาเกษตรป่าไม้ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ หลังเรียนจบมีโอกาสได้เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำกรมป่าไม้ บ้านหนองกระทิง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งด้วยระยะทางระหว่างบ้านของตนเองที่อยู่จังหวัดหนองคาย กับที่ทำงา
เจ๊นิด-คุณอุไร ภิรมย์พุ่ม หญิงแกร่งเจ้าของร้านบ้านสวนไฮโดรฟาร์ม จำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์ ปลีก-ส่ง อยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง อาคารผักพื้นบ้าน ซอย 4/34 ผู้สวมบทบาทเป็นทั้งเกษตรกร แม่ค้า และนักธุรกิจค้าส่งในเวลาเดียวกัน โดยเจ๊นิด เล่าให้ฟังว่า อาชีพดั้งเดิมเป็นแม่ค้าขายผลไม้มาก่อน ทำมานานกว่า 14 ปี จนกระทั่งในปี 54 มาเจอกับวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก จนทำให้เกือบล้มละลาย สวนผลไม้เสียหายทั้งหมด ด้วยพื้นที่ปลูกที่อยู่ที่อำเภอลาดหลุมแก้วเป็นพื้นที่รับน้ำ ทำให้ต้องเลิกราอาชีพทำสวนผลไม้ไป ซึ่งในช่วงนั้นคิดหนักมากว่าจะทำอะไร สุดท้ายตัดสินใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะมองไปเห็นเพื่อนบ้านปลูกแล้วน่าสนใจ จึงลองไปเสริชข้อมูลการปลูกจากในยูทูบ และเริ่มทดลองปลูกผักสลัดจากพื้นที่เล็กๆ เพียง 10 แปลง เมื่อได้ผลผลิตออกมาก็นำไปขายที่ตลาดนัดใกล้บ้าน แล้วก็ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าไปในทิศทางที่ดี มาประกอบกับที่มีฐานลูกค้าเดิมที่เคยซื้อผลไม้มาก่อนแล้ว จึงได้ต่อยอดการตลาดจากลูกค้าฐานเดิม โดยการสอบถามความต้องการของแต่ละเจ้าว่ามีใครต้องการผักสลัดมากน้อยแค่ไหน ก็กลายเป็นว่ามีลูกค้าที่ต้องการผลผลิตอีกเป็นจำนวนมาก “พอลูกค้าเพิ่มมา
ปัจจุบัน ผักสลัดกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในทุกมื้ออาหาร ซึ่งไม่เพียงมีการนำไปใช้เพื่อการบริโภคในรูปแบบสลัด ผักสดแกล้มมื้ออาหาร แต่ร้านอาหาร เชฟยังนิยมใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตกแต่งจานให้ดูน่ารับประทาน เพิ่มมูลค่าให้อาหารจานนั้นๆ ด้วย ผักสลัดจึงเป็นที่ต้องการสูงและได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะผักที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์และปลอดสารจะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่ต้องการความสด สะอาด และปลอดภัย จนทำให้เกิดการสรรหาแหล่งการเพาะปลูกที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ “คณิณไฮโดรฟาร์ม” ผู้ผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ ผักปลอดสารพิษ มาตรฐานมานานกว่า 20 ปี มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ได้มาตรฐาน GAP ซึ่ง โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) คัดเลือกมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งผักสลัดคุณภาพดีจำหน่ายที่สาขา “คณิณ บุญรอด” เจ้าของคณิณไฮโดรฟาร์ม กล่าวว่า “ฟาร์มของเราก่อตั้งมาแล้วกว่า 20 ปี เพราะมองเห็นเป็นโอกาสในการทำฟาร์มรูปแบบใหม่ เน้นปลูกผักปลอดภัย ปราศจากสารเคมี ไม่มีสารตกค้าง ใช้เวลาเพาะเมล็ดพันธุ์จนถึงการเก็บเกี่ยวประมาณ 45 วัน เราเองก็ค่อยๆ ทำมาเรื่อยๆ จนต่อมาได้ชักชวนคนวัยหนุ่มสาวที่มีอุดมการณ์เดียวกันมา
ผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) กับประโยชน์ทางโภชนาการ Hydroponics เป็นการผสมคำภาษากรีก 2 คำ คือ Hydro แปลว่า “น้ำ” Ponos แปลว่า “งาน” เมื่อนำความหมายรวมกันมาใช้กับการปลูกพืช จึงหมายถึง การปลูกพืชลงบนธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายโดยตรง นั้นหมายความว่า เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นอกจากนี้ การผลิตพืชผักบนดินก็ยังได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง พายุ และความเสื่อมของดินที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีมากจนเกินไป ทำให้การปลูกพืชผัก แบบ Hydroponics เป็นเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว จุดเด่นของการปลูกผักในระบบ Hydroponics มีดังนี้ คือผักมีความอุดมสมบูรณ์สูง โตเร็ว เพราะได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ผักสะอาดปราศจากยาฆ่าแมลงและเชื้อโรค สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ กำหนดหรือวางแผนการผลิตได้ต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะผักปลอดสารพิษ ซึ่งทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอตลอดทั้งปี ผักเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูงและมีความปลอดภัยสูง เนื่องด้วยผักอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งให้ไข
เทคฟันด์ เจ๋ง ให้ทุนสนับสนุนผลิตภัณฑ์พรี-ไอออนิคส์ นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบใหม่สำเร็จครั้งแรกในประเทศไทย สามารถปรับสูตร N-P-K ในระดับโมเลกุลได้อย่างแม่นยำตามความต้องการของพืชอย่างที่ปุ๋ยอินทรีย์ไม่เคยมีมาก่อน ชี้คือ BCG Model รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ เทคฟันด์ ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามโครงการพรี-ไอออนิคส์ (Pre-ionics) : ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยไฮโดรอินทรีย์แม่นยำ บริษัท ทิวา อินโนเวท จำกัด ที่เทคฟันด์ ให้ทุนสนับสนุน รศ.ดร.พาสิทธิ์ กล่าวว่า โครงการพรี-ไอออนิคส์ (Pre-ionics) : ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยไฮโดรอินทรีย์แม่นยำ ที่เทคฟันด์ให้การทุนสนับสนุนเป็นความสำเร็จครั้งแรกในประเทศไทยในการสร้างนวัตกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบใหม่ ทำให้ปุ๋ยอินทรีย์สามารถปรับสูตร N-P-K ในระดับโมเลกุลได้อย่างแม่นยำตามความต้องการของพืช อย่างที่ปุ๋ยอินทรีย์ไม่เคยมีมาก่อน โดยแนวคิดการสร้างนวัตกรรมนี้อยู่บนพื้นฐานของ BCG Model ในส่วนของ Circular Economy เ
คุณสรชัช ตันศิริ เจ้าของสวน “บ้านผักไฮโดรโปนิกส์ ผักสลัดชลบุรี-บ้านฟาร์มผักในเมือง” ในพื้นที่ตำบลบ้านปีก อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ที่หันมาทำเกษตรแบบเต็มตัว ด้วยการพลิกผืนดินและเนรมิตที่ดินเพียง 1 แปลงให้มีมูลค่า ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์และผักสลัด จากเพียงต้องการมองหาอาชีพเสริม ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพและเป็นรายได้หลักในการเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบายๆ
