การทำการเกษตรด้วยวิธีดั้งเดิมในการผลิตสินค้าเกษตรตั้งแต่กระบวนการขุดดิน เตรียมพื้นที่เพาะปลูกไปจนถึงการจัดการมูลสัตว์ล้วนเป็นกระบวนการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG ) สู่ชั้นบรรยากาศโลกมากเป็นอันดับ 2 รองจากภาคพลังงาน ที่ผ่านมา ภาคการเกษตรมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ได้แก่ ก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) ฯลฯ ก่อให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาวะโลกร้อน
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) – ARDA มุ่งให้ภาคเกษตรไทย ฝ่าวิกฤตได้ เข้มแข็งขึ้น และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ จึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร มุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 โดยมีเป้าหมายช่วยให้เกษตรกรไทย มีแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกในฟาร์ม เข้าถึงตลาดสีเขียวทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาโมเดลธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน นี่คือก้าวย่างสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรไทย ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แข่งขันได้ในตลาดโลก และก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างมั่นคง

“ สวนมะพร้าวน้ำหอมคาร์บอนต่ำ ” รองรับการส่งออก
มะพร้าวน้ำหอม มีการส่งออกเป็นอันดับ 4 ของผลไม้ไทย มะพร้าวน้ำหอมของไทยจะมีชื่อเสียงด้านรสชาติ ความอร่อย แต่ยังมีจุดอ่อนเรื่องความไม่สม่ำเสมอของคุณภาพ ซึ่งควบคุมได้ยากในกระบวนการผลิต ส่งผลให้ผลผลิตจำนวนไม่น้อยไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการส่งออก ขณะเดียวกัน หลายประเทศได้เร่งพัฒนาศักยภาพการผลิตทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ และต้นทุน เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศไทย
ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังขาดข้อมูลประมาณการกักเก็บคาร์บอนและการปลดปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ของต้นมะพร้าว และจากการจัดการสวน จำเป็นต้องมีการศึกษาศักยภาพในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เตรียมความพร้อมรองรับมาตรการทางการค้าเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ดังนั้น ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม ให้ทีมนักวิจัย ภายใต้การนำของ ผศ.ดร. ธีร์ หะวานนท์ ภาควิชาการพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และคณะประกอบด้วย สำนักผู้เชี่ยวชาญ กรมวิชาการเกษตร นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)ได้ศึกษาเรื่อง สวนมะพร้าวน้ำหอมคาร์บอนตํ่า เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และ เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทย ให้สามารถสร้าง “รายได้” และ “ความยั่งยืน”ในระยะยาว

“ สวนมะพร้าวคาร์บอนต่ำ ” ทำได้ไม่ยาก
ในเบื้องต้นผลการศึกษาวิจัย ของ ผศ.ดร. ธีร์ หะวานนท์ ภาควิชาการพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พบว่า ปริมาณคาร์บอนในมวลชีวภาพของมะพร้าวน้ำหอมส่วนเหนือดินโดยรวม ~ 45% ของน้ำหนักแห้ง โดยมีค่าสูงที่สุดในส่วนใบ ~48% ของน้ำหนักแห้ง สวนมะพร้าวมีการกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพ ~16.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ไร่ มีความเพิ่มพูนของการกักเก็บคาร์บอน ~1.85 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ไร่/ปี ช่วงที่อายุน้อย ~5-10 ปี มีศักยภาพในการเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนสูงกว่ามะพร้าวอายุมาก
ร่องกั๊บ เป็นแหล่งสำคัญของการปล่อยก๊าซมีเทน ในขณะที่ดินบนสันร่องเป็นแหล่งหลักของการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ แม้ค่าจะไม่สูงมาก การจัดการซากพืชมีผลต่อการกักเก็บคาร์บอนมากกว่าปัจจัยเรื่องจำนวนต้นและอายุมะพร้าวน้ำหอม สวนมะพร้าวที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนผิวดินสูง มีแนวโน้มการปล่อย ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ต่ำกว่า

กล่าวโดยสรุป คือ สวนมะพร้าวน้ำหอมคาร์บอนตํ่า เป็นเรื่องที่เกษตรกรสามารถดำเนินงานได้ โดยเริ่มต้นจากการใช้เศษพืชคลุมดินบนแปลงแทนการทิ้งทับถมในร่องน้ำ ช่วยเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดิน ลดการปล่อย แก๊สมีเทนและการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมช่วยลดการปล่อย ก๊าซไนตรัสออกไซด์ จากสวนมะพร้าวได้ไม่ยาก
