มะเขือเทศรับประทานสด เป็นพืชที่มีความอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อม หากเป็นพื้นที่ปลูกที่มีฝนและความชื้นสูง มีโอกาสเกิดโรคทางรากได้ง่าย โดยเฉพาะโรคเหี่ยวเขียว (เชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum) สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ

ทั้งนี้ การขยายพันธุ์โดยวิธีการต่อยอด (Grafting) มะเขือเทศบนต้นตอที่เป็นพืชท้องถิ่นที่สามารถเข้ากันได้ เช่น ต้นมะเขือม่วง มะเขือพวง ฯลฯ เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมะเขือเทศรับประทานสด มีลักษณะต้นที่แข็งแรง ทนต่อโรค หรือทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต

การเสียบยอด Grafting เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศ ด้วยการนำต้นพืชสองชนิดมาเชื่อมต่อกันให้เจริญเป็นต้นเดียวกัน ส่วนของพืชที่เจริญเป็นราก เรียกว่า ต้นตอ (rootstock) และส่วนยอดที่นำมาต่ออยู่บนต้นตอจะเป็นส่วนที่เจริญเป็นกิ่งก้านออกดอกติดผลต่อไป เรียกว่า ยอดพันธุ์ดี (scion) เป็นส่วนของยอดพืชที่มีตามากกว่าหนึ่งตาขึ้นไปมาเชื่อมต่อกับต้นตอ เช่น การเสียบยอดมะเขือเทศพันธุ์ดีบนต้นตอมะเขือเทศ การเสียบยอดด้วยมะระพันธุ์ดีบนต้นตอฟักทอง การเสียบยอดมะเขือเทศพันธุ์ดีบนต้นตอมะเขือยาว
วิธีการเสียบยอดมะเขือเทศด้วย 5 ขั้นตอนง่าย ๆ
สถานีวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ผัก ในพื้นที่ตำบลบ้านโคกใหญ่ อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ของบริษัท ซินเจนทา ซีดส์ (ประเทศไทย) เป็นแหล่งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยในงานปรับปรุงพันธุ์พืช ค้นหาลักษณะทางพันธุกรรมใหม่ๆที่ดี มีความต้านทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความต้านทานต่อแมลงและโรคพืช เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ให้ได้ผลผลิตดี มีพืชผักที่มีคุณภาพส่งต่อไปยังผู้บริโภค

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซินเจนทา ซีดส์ ได้จัดงาน Southeast Asia Tropical Field Day – งานสาธิตภาคสนามระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก คือ โชว์การขยายพันธุ์มะเขือเทศด้วยเทคนิค‘เสียบยอด’ Grafting ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมนำยอดพันธุ์ดีมาต่อกับต้นตอที่แข็งแรง ซึ่งแต่ก่อนนิยมใช้ต้นมะเขือม่วง ในการเป็นต้นตอเสียบยอด แต่ปัจจุบันทางบริษัทเลือกใช้มะเขือเทศพันธุ์ F1-795 เป็นต้นตอ เนื่องจากมีศักยภาพในการต้านทานโรคเหี่ยวเขียวและเหี่ยวเหลืองได้ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติเด่นเพิ่มอัตราการงอกถึง 90% สามารถสมานแผลระหว่างต้นตอกับต้นยอดได้ไวกว่าต้นมะเขือม่วง หลังใช้เทคนิคนี้ พืชสามารถเติบโตไว ต้านทานต่อโรคทางดิน ทนทานต่อสภาพอากาศร้อน และอายุยืนยาวขึ้น

ซินเจนทา ซีดส์ ได้นำเสนอ วิธีการเสียบยอดมะเขือเทศด้วย 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
1.เพาะเมล็ดมะเขือเทศ ต้นตอและต้นยอด
2. เริ่มเสียบยอด ในช่วงอายุต้นกล้า 18 วัน หลังเพาะเมล็ด
3. วิธีเสียบยอด จะตัดต้นตอสูง 2 นิ้ว และตัดต้นยอดมาเสียบต่อให้สนิทกัน ใช้คลิปหนีบขนาด 2.0 mm

4. นำต้นกล้าที่ผ่านการเสียบยอดไปเก็บในโรงเรือนอนุบาลต้นกล้า (Net house)สร้างด้วยตาข่ายไนลอน เพื่อป้องกันแมลงที่แพร่เชื้อไวรัสเช่นเพลี้ยอ่อนและแมลงหวี่ขาว ใช้สำหรับดูแลต้นกล้าพืชที่เสียบยอดแล้วให้แข็งแรง ภายในในโรงเรือนอนุบาลต้นกล้าดูแลให้มีความชื้นประมาณ 80-90% เก็บไว้นาน 7-10 วัน
5. หลังเอาออก โรงเรือนพักฟื้น นำมาวางไว้ในโรงเรือนที่ร่มรำไร อีก 5 วัน เพื่อให้ต้นแข็งแรงพร้อมปลูก ซึ่งอายุต้นกล้าระยะนี้ประมาณ 28-30 วัน

ประโยชน์จากการใช้ต้นมะเขือเทศเสียบยอด
ข้อดีของการต้นตอพันธุ์มะเขือเทศพันธุ์ F1-795 ต้านทานโรคเหี่ยวจากแบคทีเรียและโรคเหี่ยวจากเชื้อราฟิวซาเรียม เมื่อเปรียบเทียบกับต้นตอมะเขือม่วง ต้นตอมะเขือเทศฟื้นตัวเร็วกว่า ส่งผลให้ลูกแก่ ได้ตรงเวลา รอยต่อของการเสียบ ต้นตอและกิ่งพันธุ์มะเขือเทศเชื่อมติดกันอย่างสมบูรณ์ ไม่มีอาการบวม
ขยายศักยภาพการปลูก ทำให้สามารถปลูกมะเขือเทศในพื้นที่ที่มีปัญหาดิน หรือปลูกสายพันธุ์อ่อนแอได้
ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ต้นมะเขือเทศเสียบยอดทนทานต่อสภาวะที่ผันผวน เช่น น้ำท่วนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
เพิ่มความแข็งแรงและผลผลิต สามารถเลือกยอดพันธุ์ดีที่ให้ผลดก รสชาติดี มาต่อกับต้นตอที่แข็งแรง ทำให้ไห้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ
ยืดอายุการเก็บเกี่ยว ต้นมะเขือเทศเสียบยอดสามารถขยายระยะเวลาเก็บเกี่ยวสามารถเก็บเกี่ยวได้นานกว่าปกติ
ประหยัดต้นทุน การใช้ต้นมะเขือเทศเสียบยอดเป็นวิธีที่คุ้มค่า ไม่ต้องใช้สารเคมีราคาแพงในการควบคุมโรค

